สสส.หนุนภาคีทำทีวีออนไลน์ 5นักสื่อสารแรงงานร่วมฝึก

Share on facebook
Share on google
Share on twitter

 

เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2554   แผนงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการเรียนรู้ดิจิทัล และสนับสนุนภาคีเครือข่าย  สำนักงงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)  จัดฝึกอบรม “การผลิตสื่อโทรทัศน์ออนไลน์ สำหรับภาคีเครือข่าย สสส.”  ณ โรงเรียนสอนคอมพิวเตอร์กราฟฟิก NetDesign สาขาสยาม สแควร์โดย  บริษัท โธธ มีเดีย (ThothMedia) จำกัด เป็นผู้ดำเนินการฝึกอบรม  มีผู้เข้าร่วมฝึกอบรม 19 คน จากภาคีเครือข่าย สสส. เช่น เครือข่ายเลิกเหล้า เครือข่ายเยาวชน  เครือข่ายมุสลิม โดยเครือข่ายนักสื่อสารแรงงานส่งคนเข้าร่วมฝึกอบรมมากที่สุด 5 คน

ไกลก้อง ไวทยาการ  ผู้จัดการแผนงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการเรียนรู้ดิจิทัล และสนับสนุนภาคีเครือข่าย  กล่าวเปิดการฝึกอบรมครั้งนี้ว่า  นับเป็นครั้งที่ 2 ภายใต้โครงการ Internet TV หรือ สถานีโทรทัศน์ออนไลน์ของ สสส. คือ Fineday TV  ซึ่งเป็นโครงการที่ สสส.อยากทดลองก่อนทำ Cable TV   ซึ่งในปีที่แล้วแผนงานฯทำโครงการห้องสมุด Digital   ปีนี้จึงเป็นเรื่องของการนำเนื้อหาความรู้ไปใช้ในสื่ออื่น โดยสนับสนุนภาคีเครือข่ายของ สสส. ให้มีความรู้เรื่องสื่อ Digital ผ่านกิจกรรมฝึกอบรม  โดยการฝึกอบรมครั้งนี้เป็นการฝึกใช้โปรแกรมตัดต่อวิดีโอในการผลิต TV online  เพื่อให้ภาคีเครือข่ายมีศักยภาพในการนำเนื้อหาขึ้นเว็บ(online)ได้  ถือเป็นคลังโทรทัศน์ของ สสส. ในประเด็นเรื่องสุขภาพ  สุขภาวะของคนทำงาน

การบรรยายหัวข้อ “ PR online ”

กล้า ตั้งสุวรรณ  แห่ง Duocore.tv  ผู้อำนวยการฝ่ายปฎิบัติการ บริษัท โธธ มีเดีย จำกัด ซึ่งป็นผู้ประกอบการทางสังคม (Social Enterprise) ให้บริการด้านสื่อสังคม (Social Media) และผลิตรายการทีวีบนอินเตอร์เน็ต (Internet TV, Video Podcast)   เป็นผู้บรรยายในหัวข้อ “ PR online ” หรือ ประชาสัมพันธ์ด้วยคลิปวิดีโอ  ได้กล่าวถึงแนวคิดในการทำ Internet TV ว่า  รายการทีวีปกติมักใช้ดาราหรือคนจัดอีเว้นต์มาพูดเรื่องเฉพาะเช่น เรื่องสุขภาพ  เรื่องไอที  เรื่องเครื่องยนต์ ฯลฯ  ซึ่งก็มักไม่ใช่ผู้ที่รู้จริงในเรื่องนั้นๆ  แต่ต้องการขายความสวยงามขายชื่อเสียง   จึงคิดอยากทำ Internet TV เพราะอยากพูดในสิ่งที่อยากพูด  โดยมีแนวคิดความเชื่อ 2 เรื่อง

  1. Social Media ( สื่อสังคมออนไลน์)  เป็นแบบเพื่อนพูดกับเพื่อน ซึ่งมีการสำรวจความเชื่อของคนทั่วไปเปรียบเทียบกันพบว่า  เชื่อเพื่อน 97%  เชื่อคนอื่น 50%    เชื่อโฆษณาเพียง 33%   จุดเด่นของสื่อแบบนี้คือไม่ต้องถูกคัดกรอง  ข้อเสียคืออาจได้รับความไม่เป็นธรรมถูกปิดได้ง่าย  ข้อดีคือทุกคนเท่ากัน (ในการสื่อสาร)
  2. Ripple Effect (ปรากฏการณ์วงน้ำ)  คือเริ่มจากจุดเดียวแล้วกระจายออกไปอย่างรวดเร็ว  ไปได้กว้างไกลทั้งโลก

ซึ่งผลที่เกิดไม่ใช่เรื่องบังเอิญ  ถ้าทำแล้วควบคุมได้ก็จะเกิดได้เรื่อยๆ  เพราะ VDO มีอิทธิพลมากกว่าหนังสือสิ่งพิมพ์  มีทั้งภาพและเสียงซึ่งสร้างให้เกิดอารมณ์ได้มากกว่า

“PR online” (ประชาสัมพันธ์ออนไลน์)  มีความหมายคือ

ประชาสัมพันธ์  คือการทำให้คนหมู่มากได้รับรู้ และต้องไปสู่กลุ่มอื่นด้วย ไม่ใช่เฉพาะในกลุ่มเดียวกัน

ส่วน ออนไลน์  คือบนอินเตอร์เน็ท ผ่านการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ท

โดยหลักการของ PR online คือ ต้องหาจุดร่วม เช่น จุดร่วมของแรงงานกับของคนที่ไม่ใช่แรงงาน

ในส่วนของสถานการณ์ด้าน Online ในประเทศไทย  ครอบคลุม 1 ใน 3 ของประชากรคือราว 20 ล้านเป็นอินเตอร์เน็ทความเร็วสูง 10 ล้าน  และใช้ Facebook 6 ล้าน  ส่วนโทรศัพท์มือถือมี 70 ล้านเครื่อง  ซึ่งตัวเลขดังกล่าวหมายถึงโอกาสในการประชาสัมพันธ์  โดยเฉพาะหากมีเทคโนโลยี 3G ก็จะยิ่งช่วยเพิ่มความรวดเร็วให้กับเทคโนโลยี Online ยิ่งขึ้น

ส่วนแนวคิดในการผลิตคลิป  คือ

  1. สื่อเนื้อหาตรงๆ (ฉายตัวอย่างวิดีโอ รณรงค์ผู้หญิงพกถุงยางป้องกันเอดส์)
  2. ทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย (เช่น นำเนื้อหาจากแผ่น Chart ที่มีแต่ตัวหนังสือและภาพเล็กๆมาทำเป็นวิดีโอที่ดูเข้าใจง่าย)
  3. เล่าเรื่องราว (ให้คนมาเล่าเรื่อง เช่น นั่ง Wheelchair โบกรถท่องเที่ยว  ด้วยความเชื่อที่ว่าทุกคนมี Story และต้องเป็นเรื่องที่ไม่จำกัดอยู่กับช่วงเวลา (Timeless)
  4. พูดคุย (เช่นทำรายการให้นายกฯมานั่งพูดในประเด็นสำคัญที่เลือกมาจากคำถามผ่านเว็บฯ)

ลักษณะพิเศษของ PR online  คือ

  1. ไม่มีกรอบเวลา
  2. เผยแพร่ได้มากกว่า 1 ที่
  3. ดูซ้ำได้ไม่จำกัด

แต่ก็ต้องคำนึงถึง

  1. คู่แข่ง  จึงต้องมีความสั้นกระชับ  น่าสนใจ  ต้องคิดว่าคนดูจะได้อะไร
  2. โครงข่าย / เครือข่าย  ต้องดูว่ากลุ่มเป้าหมายใช้สื่อนั้นได้หรือไม่ เช่น เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ทได้
  3. มาตรฐานทางด้านเทคนิค  เช่น ไฟล์ใหญ่หรือคลิปยาวเกินไปหรือไม่ อย่างถ้าเอาขึ้น Youtube ได้ไม่เกิน 15 นาที

สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามในการทำ PR online  คือ

  • พลังในการสื่อสาร
  • ความเป็นไปได้หรือโอกาส
  • เสรีภาพในการนำเสนอเรื่องราว
  • คน(เป้าหมาย)นับสิบๆ ล้าน และจะเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต
  • เทคโนโลยี 3G กับประสิทธิภาพของการสื่อสารไร้สายและอินเตอร์เน็ทความเร็วสูง

การบรรยายหัวข้อ “ทำสคริปต์อย่างไรให้น่าสนใจ”

          บรรยายโดยวิทยากรหญิง creative writing จาก ThothMedia  เจน และ เจนนี่  โดยกล่าวถึงการทำสคริปต์ให้น่าสนใจว่า หลักๆคือ “เปลี่ยนความคิดให้เป็นรายการ”  ตามขั้นตอนดังนี้

  1. จัดกรอบความคิด  ว่าจะให้เป็นรายการแบบใด ประชาสัมพันธ์ รณรงค์ สารคดี และใครเป็นคนดู
  2. ตั้งจุดประสงค์  ว่าอยากให้คนดูรู้อะไร
  3. ทำเนื้อหา ให้สอดคล้องเช่น เสนอกิจกรรม  ผลงาน ความรู้ต่างๆ 
  4. หาวิธีการนำเสนอ ที่ต้องคำนึงกรอบเรื่องเวลา และงบประมาณ เช่น
  • รูปแบบภาพและเสียงประกอบ (Presentation) เช่น สารคดี ประชาสัมพันธ์องค์กร/ผลงาน 

มีขั้นตอนคือ เขียนบทบรรยาย  เตรียมภาพ อัดเสียง และตัดต่อ (ซึ่งก็มีเทคนิคการนำเสนอต่างๆ เช่น ภาพเล่าเสียง  เสียงเล่าภาพ  หรือ เสียงขัดแย้งกับภาพ-confict)  ต้องมีการเขียนสคริปต์เพื่อให้เข้าใจตรงกัน ทำให้ง่ายในการถ่ายทำและตัดต่อ

ภาพ เสียง
…………………………………… …………………………………….

 

  • รูปแบบสัมภาษณ์ หรือพูดคนเดียว กับคนที่มีชื่อเสียง มีประสบการณ์

เริ่มจากทำความเข้าใจเนื้อหาที่จะนำเสนอเพื่อเตรียมประเด็นคำถาม  เขียนบทที่สื่อถึงเนื้อหา  ถ่ายทำ ตัดต่อ

กระบวนการถ่ายทำอาจมีเรื่องของความไว้วางใจที่ก่อให้เกิดอารมณ์ต่างๆที่เหมาะสม

สคริปต์ อาจเป็นแบบที่เขียนเรียงลงไป

……เปิดด้วยคำถาม

……ภาพ

……เสียง

  • รูปแบบละคร ผ่านเรื่องราว การจำลองเหตุการณ์ให้คนเข้าใจ  ข้อเด่นคือ ตัวละคร  จะให้น่าสนใจต้องมีจุด”ขัดแย้ง”

เริ่มจากเขียนโครงเรื่อง(Plot)  ลงบทพูด  ทำ Storyboard (บทภาพ)  ถ่ายทำ และตัดต่อ

Storyboard (กำหนดภาพ เพื่อสะดวกในการถ่ายทำ)

          

  • รูปแบบการ์ตูน (Animation)  เหมาะกับการเล่าเรื่องยากๆให้เข้าใจง่าย  แต่ต้องมีทักษะในการใช้โปรแกรม animation  โดยต้องเขียน Script + Storyboard 

      สรุป

  • นอกจากจัดกรอบความคิด  มีวัตถุประสงค์ชัดแล้ว  ยังต้องเลือกวิธีนำเสนอให้น่าสนใจ  ถ้ามีรายละเอียดมากต้องหาวิธีนำเสนอที่เข้าใจง่ายเช่น การ์ตูน animation
  • การเตรียมเนื้อหาที่ครบถ้วน(ทำการบ้านเยอะ) จะทำให้ทำสคริปต์ และผลิตได้ง่าย
  • การผลิตจะยากหรือง่ายขึ้นอยู่กับรูปแบบ
  • Concept ต้องแข็งแรง   Script ต้องเล่าเรื่องที่ทำให้รายการสนุก น่าสนใจ น่าติดตาม
  • ทำตัวเองให้เป็นคนดูคลิป  ทำแบบใดจึงจะชอบจะเข้าใจ  ดูจบแล้วรู้สึกอย่างไร

ในการฝึกอบรมครั้งนี้  ได้มีการฝึกปฏิบัติทำวิดีโอโดยใช้โปรแกรมตัดต่อ Adobe Premier Pro CS5  ซึ่งเป็นซอฟท์แวร์ระดับ Professional  สอนโดย อาจารย์ นุ๊ก 

 

นักสื่อสารแรงงาน  รายงาน