สร.TAM ประสานเสียงนายจ้างจับมือสู้วิกฤติยานยนต์ 2020

Share on facebook
Share on google
Share on twitter

สหภาพแรงงาน TAM จัดประชุมใหญ่ 41 ปี ผู้แทนนายจ้างกล่าวแสดงความยินดี ชูสหภาพแรงงานร่วมมือก้าวข้ามวิกฤติ พร้อมพัฒนาทักษะเพื่ออนาคตร่วมกัน ฝ่ายสหภาพขานพร้อมรับสถานการณ์

วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 ณ ห้องประชุม โรงแรมบางแสนเฮอริเทจ ชลบุรี สหภาพแรงงานชิ้นส่วนยานยนต์และโลหะแห่งประเทศไทย (TAM) ได้จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี ครั้งที่ 41/2563 เพื่อรายงานการดำเนินการ บริการจัดการองค์กร และขอมติยื่นข้อเรียกร้องเพื่อเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้าง ตามกฎหมายแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518

นายลาเร่ อยู่เป็นสุข ประธานสหภาพแรงงานTAM ได้เชิญแขกผู้มีเกียรติและสมาชิกสหภาพแรงงาน ร่วมยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 1 นาที เพื่อไว้อาลัยต่อสถานการความรุนแรงเหตุกราดยิงที่จังหวัดนครราชสีมา  กล่าวว่า ปี 2019 ที่เศรษฐกิจโลกชะลอตัวเกินกว่าที่ใครจะคาดคิดในปี 2020 ซึ่งยังมีความเสี่ยงอีกมากมายที่ต้องเผชิญหน้าทั้งสงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกา กับจีน ที่ยังมีทีท่าว่าจะไม่ยุติ และอาจลุกลามกลายเป็นสงครามค่าครามค่าเงิน และสงครามเทคโนโลยี นอกจากนี้โลกยังต้องเผชิญปัญหาใหญ่อีก 2 ด้าน คือปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ หรือภาวะโลกร้อน ซึ่งอีกหนึ่งคือการพัฒนาด้านเทคโนโลยีใหม่ การปรับเปลี่ยนไปสู่ยุคดิจิทัล สู่ยุคอิเล็กทริกโมบิลิตี้ ที่ทุกอย่างขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าได้สร้างความปั่นป่วนให้เกิดขึ้นในทุกอุตสาหกรรม การผูกขาดความก้าวหน้าของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ อาจส่งผลให้เกิดปัญหาการกระจายความมั่นคงมั่งคั่งอย่างรุนแรงมากขึ้น นำไปสู่สังคมที่เต็มไปด้วยความเหลื่อมล้ำ หรือเรียกว่ารวยกระจุกจนกระจาย ซึ่งทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทยในส่วนของการส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็งตัว ปัญหาเศรษฐกิจที่กระทบจากสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐ และการที่อุตสาหกรรมยานยนต์ที่จะก้าวสู่ยานยนต์ไฟฟ้า และรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติมากขึ้น ทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์ และชิ้นส่วนยานยนต์ต้องมีการปรับตัวเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลง การปรับทิศทางของบริษัทมุ่งสู่อุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต ภายใต้การแข่งขันที่ดุเดือด จากสถานการณ์ดังกล่าวผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างเลี่ยงไม่ได้คือ คนงานในอุตสาหกรรมรถยนต์ซึ่งในประเภทกิจการที่พวกเราทำงานอยู่ ซึ่งทางสหภาพแรงงานขอบอกกล่าวให้สมาชิกสหภาพแรงงานได้รับทราบ เพื่อให้ทันต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันทั้งนายจ้าง และสหภาพแรงงาน และเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แล้วเร่งพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานให้มีความเชี่ยวชาญหลายด้านรวมถึงการวางแผนในเรื่องรายรับ รายจ่ายในการดำเนินชีวิตอย่างเหมาะสม

นายทนงค์ศักดิ์ เจริญมาก ผู้อำนวยการอาวุโสบริษัท NHK SPRING ประเทศไทย กล่าวว่าการที่สหภาพแรงงานฯอยู่เติบโตมาถึง 4  ทศวรรษ ในฐานะผู้แทนบริษัทขอแสดงความยินดีกับสหภาพแรงงานด้วย ซึ่งนั่นไม่ใช่เรื่องง่าย เป็นผลที่ได้มาจากความมุ่งมั่นทำงานของสหภาพแรงงานโดยแท้ และการที่สามารถรวมตัวกันถึง 13 นิติบุคคล หากแรงงานสัมพันธ์ระหว่างลูกจ้างกับสหภาพแรงงานไม่ดีจริงคงไม่สามารถทำงานได้อย่างมั่นคง เติบโต ทางเศรษฐกิจ จากผลกระทบจากสงครามการค้าจากสหรัฐอเมริกา และจีนทำให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจ การแข่งขันทางเทคโนโลยีใหม่ที่นำมาใช้ในอุตสาหกรรม ทำให้บริษัทเราต้องทำการแข่งขัน ซึ่งต้องการความร่วมมือกันในการศึกษาเรียนรู้ พัฒนาตนเองของพนักงาน และต้องใช้จ่ายอย่างประหยัด เพื่อความก้าวหน้าในอนาคต

ด้านนายโยชิคะซุ โอะนิชิ Directer บริษัทเจเทคโตะประเทศไทย กล่าวว่า จากความสำเร็จของบริษัทนั้น มาด้วยความร่วมมือของสหภาพแรงงานในการทำงานร่วมกัน แต่อย่างที่มีการก้าวกันถึงภาวะสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่เกิดขึ้น ยอดขายชะลอตัวลง การผลิตต้องมีการปรับตัวเพื่อการแข่งขัน ซึ่งมีผลมาจากความขัดแย้งของสหรัฐอเมริกากับทางจีน และอังกฤษ ที่แยกตัวออกจากยุโรป ซึ่งปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นมาจากรอบๆตัวเรา และประเทศไทยก็เข้าสู่สังคมสูง จึงต้องวางกำลังการผลิตเพื่อต่อสู้กับคู่แข่งและการสร้างกำลังการแข่งขัน ต้องสร้างความตระหนักให้กับพนักงาน และสร้างความร่วมมือกับสหภาพแรงงาน โดยต้องมีการสื่อสารสร้างความเข้าใจ เพื่อเป้าหมายเดียวกัน

ทั้งนี้ สหภาพแรงงานTAM ได้เชิญแขกผู้มีเกียรติ อดีตประธานสหภาพแรงงาน ขึ้นเวทีพูดคุยกับทางสมาชิกสหภาพด้วย และยังมีการนำเสนอสถานการณ์แรงงานในปัจจุบัน โดย นายยงยุทธิ์ เม่นตะเภา ที่ปรึกษาสหภาพแรงงานฯ

สหภาพแรงงานชิ้นส่วนยานยนต์ และโลหะแห่งประเทศไทย (TAM) ชื่อเดิมคือสหภาพแรงงาน เอ็น เอส เค สปริงค์ TAMเป็นสหภาพแรงงานแบบอุตสาหกรรม เป็นการรวมตัวของ 13 นิติบุคคล มีสมาชิกรวม 9,064 คนการบริหารจัดการเก็บค่าบำรุงเป็นระบบเปอร์เซ็นต์ (อัตราก้าวหน้า)

นักสื่อสารแรงงาน รายงาน