สร.รฟท.แถลงจุดยืนต้องการผู้ว่ารถไฟคนใน ย้ำคุณสมบัติคนในเหมาะสมที่สุด

Share on facebook
Share on google
Share on twitter

สร.รฟท.แถลงจุดยืน ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยต้องเป็นคนใน หลังบอร์ดแถลงคนนอกคะแนนนำ พร้อมขอให้เปิดข้อเท็จจริงวิสัยทัศน์ เนื่องจากกระแสวิจารณ์หนักหากดูคุณสมบัติตามเกณฑ์น่าจะเป็นคนในมากกว่าที่ความเหมาะสม มีความรู้และจัดเจนเกี่ยวกับการรถไฟ

วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 ณที่ทำการสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.รฟท.) สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.รฟท.) ได้จัดประชุมสมาชิกสาขาพร้อมแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ เรื่องจุดยืน สร.รฟท. ทำไม???”ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยต้องเป็นคนใน”

นายสาวิทย์ แก้วหวาน ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.รฟท.) ได้แถลง จุดยืน สร.รฟท. ทำไม???”ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยต้องเป็นคนใน” นั้นว่า นับตั้งแต่ปี 2560 ที่การรถไฟแห่งประเทศไทยว่างเว้นผู้ว่าการ ซึ่งก่อนหน้านี้ คสช.ได้มีคำสั่งแต่งตั้งรักษาการผู้ว่า  การมาแล้ว 2 คน คือ นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ และ นายวรวุฒิ มาลา ต่อมามีการคณะกรรมการรถไฟฯ(บอร์ด) ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาผู้ว่าการรถไฟฯ โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน ถึง 27 ธันวาคม 2562 โดยมีผู้ยื่นใบสมัคร 4 ราย ประกอบด้วยบุคคลภายนอก 2 ราย บุคคลภายใน 2 ราย ตามที่ปรากฏเป็นข่าว โดยได้มีการแสดงวิสัยทัศน์ของผู้สมัคร เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2563

จากที่มีข่าวปรากฏออกมาในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 ภายหลังจากที่ประธานคณะกรรมการรถไฟฯ (บอร์ด) นายจิรุตม์  วิศาลจิตร เป็น ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเกี่ยวกับการสรรหาผู้ว่าการรถไฟฯว่าได้ผู้ที่มีคะแนนสูงสุดประมาณ 90 คะแนนจาก 100 คะแนนเป็นบุคคลภายนอก ขณะที่บุคคลภายในได้คะแนนเป็นลำดับ 2 คะแนนห่างกันประมาณ 2 – 3 คะแนน ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง ถึงความไม่ชอบมาพากลในการคัดสรรในครั้งนี้โดยเห็นว่าเป็นไปไม่ได้ที่คนนอกจะได้คะแนนมากกว่าบุคคลภายใน เพราะในประกาศรับสมัครบุคคลเพื่อคัดเลือกเข้าดำรงตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟฯ มีการกำหนดคุณสมบัติของผู้สมัครโดยเฉพาะคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง ที่ระบุว่า….

3.2.3 มีความรู้และจัดเจนเกี่ยวกับการรถไฟ การขนส่ง วิศวกรรม พาณิชยกรรม การเศรษฐกิจ หรือการเงิน

3.2.4 มีวิสัยทัศน์และแนวคิดในการพัฒนากิจการรถไฟ ให้เจริญก้าวหน้า มีความทันสมัยสามารถตอบสนองความต้องการขนส่งระบบรางทั้งภายในและระหว่างประเทศ เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่ สะดวก ตรงต่อเวลา และปลอดภัย รวมถึงมีวิสัยทัศน์เกี่ยวกับการบริหารจัดการและกำกับดูแลกิจการที่ดี ให้บรรลุเป้าหมายและวัตถุประสงค์ขององค์กร

เมื่อไปดูคุณสมบัติบุคคลที่ปรากฏเป็นข่าวคือ นายนิรุฒ  มณีพันธ์ ตามประวัติเป็นผู้ที่ทำงานและมีความรู้ด้านกฎหมาย ไม่ได้มีคุณสมบัติตามที่ประกาศไว้แต่อย่างใด ทำให้เกิดคำถามและเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ว่า… ผู้สมัครที่มาจากคนนอกนั้น จะมีคะแนนมากกว่าผู้สมัครที่เป็นบุคคลภายใน ที่ทำงานในการรถไฟฯมานานได้อย่างไร คณะกรรมการสรรหามีหลักเกณฑ์ ขั้นตอน ในกระบวนการสรรหานั้นเป็นอย่างไร มีการบันทึกเสียงการแสดงวิสัยทัศน์ของผู้สมัครทุกคนไว้หรือไม่ .???

โดยนายสาวิทย์ กล่าวย้ำว่า ไม่ได้รังเกียจบุคคลภายนอกแต่อย่างใด หากมาดูคุณวุฒิของคณะกรรมการรถไฟฯ(บอร์ด)ซึ่งได้รับการแต่งตั้งมาจากบุคคลภายนอกให้มาทำหน้าที่กำกับดูแลการรถไฟฯ โดยแต่ละท่านมีความรู้ ความสามารถในแต่ละด้านแตกต่างกันไป ซึ่งเป็นความรู้ความสามารถที่หลากหลาย ที่เพียงพอสำหรับในการเข้ามากำกับดูแลองค์กร แต่ในส่วนความรู้ความสามารถของผู้ว่าการรถไฟฯ ที่จะต้องมาทำหน้าที่บริหารงานภายใน จึงจำเป็นต้องมาจากคนใน โดยเป็นผู้ที่มีความรู้และจัดเจนเกี่ยวกับการรถไฟ การขนส่ง และอื่นๆ

สหภาพแรงงานฯขอยืนยันในจุดยืน คือ “ต้องการบุคคลภายในมาเป็นผู้ว่าการรถไฟฯ”เนื่องจากเป็นผู้ที่เข้าใจคน เข้าใจงาน ทำงานในองค์กรมานานมีความรู้ความเชี่ยวชาญ สามารถทำงานได้ต่อเนื่องทันที และขอเรียกร้องไปถึงประธานกรรมการรถไฟฯ ให้มีการเปิดเผยข้อมูลและการบันทึกเสียงการแสดงวิสัยทัศน์ของผู้สมัครทุกคนต่อสาธารณะ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม โปร่งใส ตามหลักธรรมาภิบาล และไม่ให้เกิดข้อครหาว่ามีใบสั่งจากการเมือง ซึ่งหากกระบวนการไม่โปร่งใสก็คงยากที่จะยอมรับได้ ประกาศย้ำนี่คือเหตุผลที่ว่า ทำไม…สร.รฟท.พนักงานการรถไฟฯ และคนรถไฟ จึงต้องการคนในมาเป็นผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย

นักสื่อสารแรงงาน รายงาน