สร.รฟท.ร้องศาลปกครอง ให้พิจารณาคดีการจ่ายค่าชดเชยบริษัทโฮปเวลล์ใหม่

Share on facebook
Share on google
Share on twitter

วันที่ 22 มิถุนายน 2564 สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.รฟท.) นำโดยนายสาวิทย์ แก้วหวาน ประธานสร.รฟท. ได้เข้ายื่นหนังสือต่อเลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง เรื่อง ขอให้มีการพิจารณาคดีใหม่ในที่ประชุมใหญ่ศาลปกครองสูงสุด โดยมีเนื้อหาในหนังสือดังนี้

เนื่องด้วยกระทรวงคมนาคม – การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้ดำเนินการเตรียมยื่นคำร้องขอให้มีการพิจารณาคดีใหม่เกี่ยวกับคดีการจ่ายค่าชดเชยพร้อมดอกเบี้ยให้กับบริษัทโฮปเวลล์(ประเทศไทย) จำกัด ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มี คำวินิจฉัย ที่ 5/2564 ลงวันที่ 17 มีนาคม 2564 ว่า “มติที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ครั้งที่ 18/2555 (วันที่ 27 พ.ย.2556) เรื่องปัญหาเกี่ยวกับระยะเวลาการฟ้องคดีปกครอง เป็นการออกระเบียบตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 โดยอ้างมติที่ประชุมใหญ่ของศาลปกครองสูงสุดเรื่องการนับอายุความฟ้องศาลปกครองมาตรา 44 แต่มิได้ดำเนินการตามมาตรา 5 และมาตรา 6 วรรคหนึ่ง     จึงขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 3 วรรคสอง และมาตรา 197 วรรคสี่”  ซึ่งตามรัฐธรรมนูญบัญญัติให้คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมีผลผูกพันต่อศาลและทุกองค์กรนั้น

เนื่องจากคดีดังกล่าวเกี่ยวข้องกับระเบียบที่ออกโดยที่ประชุมใหญ่ศาลปกครองสูงสุดซึ่งมีผลต่อการพิจารณาของศาลปกครอง และเมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าระเบียบดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรฉบับปัจจุบัน ย่อมมีผลต่อการที่กระทรวงคมนาคม และ รฟท.จะยื่นรื้อคดีใหม่ ทั้งประเด็นการพิจารณาคดีของศาลปกครองสูงสุดในช่วงที่ผ่านมา รวมทั้งการนับอายุความของคดีที่ถูกต้องว่าคดีดังกล่าวหมดอายุความไปก่อนหน้านั้นหรือไม่

ดังนั้น เพื่อให้การพิจารณาคำร้องขอให้มีการพิจารณาคดีใหม่ดังกล่าวข้างต้น มีความรอบครอบ ซึ่งอยู่ในความสนใจของประชาชนเป็นจำนวนมาก เพราะเกี่ยวข้องกับงบประมาณแผ่นดินและประโยชน์สาธารณะ ซึ่งจำนวนเงินที่ต้องจ่ายให้กับบริษัท โฮปเวลล์(ประเทศไทย) จำกัด นั้นเป็นเงินจำนวนมหาศาลที่มาจากภาษีของประชาชนทั้งประเทศ

สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.รฟท.) ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งตามพระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ.2543 มาตรา 40 (4) ดำเนินการและให้ความร่วมมือเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ และรักษาผลประโยชน์ของรัฐวิสาหกิจ จึงขอเสนอให้เลขาธิการสำนักงานศาลปกครองได้เสนอคำร้องของกระทรวงคมนาคม–การรถไฟแห่งประเทศไทย ให้ที่ประชุมใหญ่ ศาลปกครองสูงสุดได้พิจารณาคดีด้วยความรอบครอบ เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนด้วย