สร.รฟท.ยื่นนายกตู่ ขอผู้ว่ารถไฟฯต้องคนใน

Share on facebook
Share on google
Share on twitter

วันที่ 28 มกราคม 2563 สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เรื่อง จุดยืน สร.รฟท. ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยคนใหม่ ต้อง “คนใน”

นับตั้งแต่ปี 2560 ที่การรถไฟแห่งประเทศไทยว่างเว้นผู้ว่าการฯ ซึ่งก่อนหน้านี้ คสช.ได้มีคำสั่งแต่งตั้งรักษาการผู้ว่า การฯมาแล้ว 2 คน คือ นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ และ นายวรวุฒิ มาลา ต่อมามีการแต่งตั้งคณะกรรมการรถไฟฯชุดใหม่ แทนชุดเก่าที่ลาออกไป และได้มีการตั้งคณะกรรมการสรรหาผู้ว่าการรถไฟฯเมื่อเดือนตุลาคม 2562 โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่ วันที่ 28 พฤศจิกายน ถึง 27 ธันวาคม 2562 ซึ่งมีผู้ยื่นใบสมัคร 4 ราย ประกอบด้วยบุคคลภายนอก 2 ราย คือนายนิรุฒ มณีพันธ์ และนายพีรกันต์ แก้ววงศ์วัฒนา มีบุคคลภายใน 2 ราย คือ นายจเร รุ่งฐานีย รองผู้ว่าการฯกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน และนายศิริพงษ์ พฤทธิพันธุ์ รองผู้ว่าการฯกลุ่มธุรกิจซ่อมบำรุงรถจักรและล้อเลื่อน

โดยนายสาวิทย์ แก้วหวาน ประธานสหภาพฯ กล่าวว่า จุดยืนของสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย(สร.รฟท.)ซึ่งเป็นองค์กรผู้แทนของคนงานรถไฟทั้ง ประเทศ ได้แสดงจุดยืนและเจตจำนงที่ชัดเจนคือ “ต้องการบุคคลภายในมาเป็นผู้ว่าการรถไฟฯ”ก่อนหน้านี้ได้ยื่นหนังสือ ผ่านประธานกรรมการรถไฟฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายกรัฐมนตรี เหตุผลที่ต้องการบุคคลภายใน
“ หลายโครงการที่รัฐบาลลงทุนในการขนส่งระบบราง ซึ่งจะแล้วเสร็จประมาณ ปี 2564 – 2565 เช่น โครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดง โครงการรถไฟทางคู่ รวมถึงโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการอีกหลายโครงการ เช่น รถไฟความเร็วสูง รถไฟทางคู่ และการสร้างเส้นทางรถไฟสายใหม่เพิ่ม จึงจำเป็นต้องได้ “คนใน” มาเป็นผู้นำสูงสุด เพราะเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ ทำงานมานาน สามารถทำงานได้ต่อเนื่องทันที ไม่ต้องเสียเวลามาเรียนรู้งาน ซึ่งการ รถไฟฯเป็นหน่วยงานขนาดใหญ่ มีความเกี่ยวพันเชื่อมโยงกับหน่วยงานของรัฐและเอกชนหลายหน่วยงาน ทั้งระดับชาติ ภูมิภาคและท้องถิ่น และเชื่อมโยงเกี่ยวพันกับสังคมในการขนส่งเพื่อสาธารณะ และมีเทคนิคเฉพาะทั้งเรื่องโครงสร้าง พื้นฐาน รถจักร ล้อเลื่อน การบริการเดินรถ และการบริหารทรัพย์สิน โดยต้องดำเนินการตามนโยบายที่สำคัญของ รัฐบาล”

บุคคลภายนอกอาจจะมีความรู้ตามสายงานที่เรียนและทำงานมา กว่าจะเรียนรู้เข้าใจก็จะต้องสูญเสียเวลาไปมากกับ การศึกษา เรียนรู้ ทำความเข้าใจในงาน คน วัฒนธรรมองค์กร ทำให้งานไม่ต่อเนื่อง บุคคลภายนอกที่เข้ามาอาจจะมีวาระซ่อน เร้นของกลุ่มผลประโยชน์ และเมื่อไม่มีความรู้ ความเข้าใจ ก็อาจต้องหาคน หาทีมงานเข้ามาช่วย ซึ่งหากได้ทีมงานที่ไม่ดี ประจบสอพลอ เอาแต่ประโยชน์ ก็จะทำให้ระบบการบริหารจัดการภายในล้มเหลว ส่งผลกระทบที่ไม่ดีต่อการรถไฟฯ ประชาชน และประเทศชาติ นี่คือเหตุผลที่ว่า ทำไม… สร.รฟท.พนักงานการรถไฟฯ และคนรถไฟ จึงต้องการ “ คนใน ” มาเป็นผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย นายสาวิทย์กล่าว