สร.รฟท.-ธรรมาภิบาลไทยยื่นสารถึงนายกให้ตอบสังคมถึงสัญญารถไฟความเร็วสูง 3 สนามบิน มี “ฮั้ว”หรือไม่

Share on facebook
Share on google
Share on twitter

 

               เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2562 สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย ร่วมกับกลุ่มธรรมาภิบาลไทย ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เพื่อให้รัฐบาลเปิดเผยข้อมูล และร่างสัญญาที่จะลงนามในโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน และรายงานการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม(EIA) ตามที่รัฐบาลได้พยายามผลักดันโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก และได้ตรากฎหมายว่าด้วยเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ.2561 พร้อมกันนั้นก็ได้กำหนดนโยบายด้านโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสนับสนุนเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภาเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าโครงการสูงถึง 224,544 ล้านบาท เป็นโครงการร่วมทุนระหว่างรัฐและเอกชน(PPP -Net cost : เป็นสัญญาในรูปแบบที่ บริษัทเอกชนได้รับสิทธิ์ในการจัดเก็บรายได้ และจัดสรรผลตอบแทนบางส่วนให้แก่ภาครัฐตามข้อตกลง)ซึ่งโครงการดังกล่าวรัฐร่วมลงทุนประมาณ 149,650 ล้านบาท

นายสาวิทย์ แก้วหวาน ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย(สร.รฟท.) และเลขาธิการสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) กล่าวว่า ต้องการให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เปิดเผยข้อมูลในร่างสัญญาที่จะลงนาม และ รายงานการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม(EIA)ให้แก่ สร.รฟท.และสาธารณชน สังคมได้รับทราบ ประกอบกับได้มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลจึงเห็นว่าไม่ควรรีบเร่งดำเนินการ ควรที่จะพิจารณาอย่างรอบด้านและรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนก่อนที่จะตัดสินใจดำเนินโครงการ

นายสาวิทย์ กล่าวอีกว่า เนื่องจากโครงการดังกล่าวมีปัญหาให้สังคมตั้งคำถาม ข้อสังเกตมาเป็นระยะนับตั้งแต่ออกข้อกำหนดของการว่าจ้าง(TOR) และการขายซองประมูลซึ่งมีผู้มายื่นซองถึง 31 ราย แต่พอถึงวันยื่นประมูลจริงกลับมีผู้มายื่นซองเพียง 2 รายคือ 1.กิจการร่วมค้าบริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร ประกอบด้วย บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด (ประเทศไทย) , บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) , China Railway Construction Corporation Limited (สาธารณรัฐประชาชนจีน) , บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) (ประเทศไทย) , บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน)  2. กิจการร่วมค้า บีเอสอาร์ (BSR Joint Venture) ประกอบด้วย บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) (ประเทศไทย) , บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) (ประเทศไทย) , บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) (ประเทศไทย) จะเห็นได้ว่าบริษัทพันธมิตรต่างก่อนหน้านี้ล้วนเป็นผู้มีความประสงค์จะประมูลโครงการ…จึงเป็นประเด็นที่สังคม สื่อมวลชน ประชาชน ตั้งคำถามว่า “ฮั้ว”กันหรือไม่

และภายหลังปรากฏว่า กิจการร่วมค้าบริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด เป็นผู้ชนะการประมูล จากนั้นกิจการร่วมค้าบริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง(CP) จำกัด ได้พยายามเจรจาต่อรองกับการรถไฟแห่งประเทศไทย ในฐานะผู้รับผิดชอบดูแลโครงการ สำหรับเงื่อนไขที่ทางกลุ่ม CP ได้ยื่นข้อเสนอนอก TOR ประกอบไปด้วย

1.ขอขยายสัมปทานจาก 50 ปี เป็น 99 ปี

2.ขอให้รัฐอุดหนุนเงินโครงการตั้งแต่ปีที่ 1 ของการดำเนินโครงการก่อสร้าง จากเดิมที่กำหนดให้รัฐจ่ายเงินอุดหนุนในปีที่ 6 (เริ่มเดินรถ)

3.ขอให้รัฐบาลการันตีผลตอบแทนจากการลงทุนโครงการ IRR ที่ระดับ 6.75% ต่อปี

4.ขอสิทธิ์ลดสัดส่วนผู้ถือหุ้นใหญ่ โครงการจาก 70% ลงมาเหลือ 5 % ได้ในอนาคต เนื่องจากบริษัทอาจนำโครงการเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

5.ขอให้ธนาคารแห่งประเทศไทยผ่อนปรนเพดานการกู้เงินของเครือ CP เนื่องจากปัจจุบัน CP ติดเรื่องเพดานเงินกู้ของธนาคารแห่งประเทศไทย

6.ขอให้รัฐบาลค้ำประกันการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อให้เอกชนมีความมั่นใจในการทำสัญญา หากเกิดปัญหาขึ้นมาในภายหลัง

7.ขอผ่อนชำระโครงการแอร์พอร์ตลิงก์เป็นระยะเวลา 11 ปี(จำนวนเงิน 10,671 ล้านบาท) ด้วยดอกเบี้ย 3% จากเดิมที่จะต้องจ่ายเงินทันทีถ้าหากรัฐบาลโอนโครงการให้

8.รัฐบาลต้องสนับสนุน จัดหาเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำที่ระดับ 4 % ให้กับโครงการด้วย

9.ขอชำระเงินค่าเช่าที่ดินมักกะสันและศรีราชา เมื่อวันที่ถึงจุดที่มีผลตอบแทน จากที่ TOR กำหนดให้จ่ายวันที่ส่งมอบพื้นที่

10.หากโครงการสนามบินอู่ตะเภาล่าช้า ขอให้รัฐบาลชดเชยความเสียหายที่มีผลกระทบต่อการเดินรถด้วย

11.ห้ามการรถไฟฯ ทำธุรกิจหรือเดินรถแข่งขันกับเอกชน

และ 12.ไม่สามารถเปิดเผยได้

ซึ่งหากพิจารณาจากทั้ง 11 ข้อที่บริษัทกิจการกิจการร่วมค้าCP ได้เจรจานอกกรอบ TOR อาจส่งผลกระทบต่อรัฐ และการรถไฟแห่งประเทศไทยที่คาดหวังว่าจะได้รับเงินจากโครงการเพื่อนำไปพัฒนากิจการรถไฟทั่วประเทศ แม้ว่าจะมีข่าวว่าบริษัทกิจการกิจการร่วมค้า CP จะถอนทั้ง 11 ข้ออกไปแล้วแต่ยังมีข้อที่ 12 ที่บอกว่ายังเปิดเผยไม่ได้ หมายถึงอะไร ???.สาระคืออะไร. ???. ซึ่งในท่ามกลางความสงสัยของสังคมเรื่องดังกล่าวคณะรัฐมนตรีกลับให้ความเห็นชอบไปเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2562

ดังที่กล่าวมาข้างต้นโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินเป็นโครงการขนาดใหญ่ รัฐร่วมสนับสนุนลงทุนกับโครงมากกว่า 50% ซึ่งแน่นอนว่าเงินเหล่านี้มาจากภาษีประชาชนเป็นหนี้สาธารณะที่ประชาชนต้องร่วมรับผิดชอบ ประกอบกับโครงการดังกล่าวยังจะมีผลกระทบกับประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ แต่ประชาชนกลับไม่ทราบรายละเอียดของโครงการในเชิงลึกของข้อมูลแม้แต่น้อย ซึ่งก่อนหน้านี้สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย(สร.รฟท.) สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์(สรส.)ได้เคยยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีไปแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้รับการตอบสนองแต่อย่างใด

นักสื่อสารแรงงาน รายงาน