สรุปงานพิพิธภัณฑ์เสริมความรู้เศรษฐศาสตร์การเมือง

DSCN0069

DSCN9749

พิพิธภัณฑ์แรงงานไทยสรุปงานรอบปี เสริมความรู้วิชาการหวังกรรมการช่วยกันพัฒนาขบวนการแรงงานและทำให้พิพิธภัณฑ์แรงงานอยู่ได้อย่างยั่งยืน

มูลนิธิพิพิธภัณฑ์แรงงานไทย ร่วมกับ มูลนิธิฟรีดริค เอแบร์ท จัดงานสัมมนาและสรุปงานมูลนิธิพิพิธภัณฑ์แรงงานไทย เมื่อวันที่ 23-24 พฤศจิกายน 2558 ที่ ศุภาลัย ป่าสัก รีสอร์ท แอนด์สปา อ.แก่งคอย จ.สระบุรี มีกรรมการ กรรมการกิติมศักดิ์ ที่ปรึกษา และตัวแทนองค์กรที่ให้การสนับสนุนมูลนิธิเข้าร่วม 40 คน
นายทวีป กาญจนวงศ์
ประธานมูลนิธิฯกล่าวถึงการจัดงานครั้งนี้ว่า เพื่อให้กรรมการชุดใหม่ที่มาจากหลากหลายองค์กร ได้มีโอกาสพบปะและศึกษาแลกเปลี่ยนงานวิชาการร่วมกัน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาองค์กรแรงงาน และเกิดการทำงานที่เข้มแข็งในการช่วยกันพัฒนาพิพิธภัณฑ์แรงงานไทยให้ยั่งยืนต่อไป

DSCN9952อาจารย์ศักดินา ฉัตรกุล ณ อยุธยา นักวิชาการด้านแรงงาน และกรรมการกิตติมศักดิ์มูลนิธิฯ นำเสนอเรื่อง “ประวัติศาสตร์แรงงานไทย มองจากมุมของพิพิธภัณฑ์แรงงานไทย” ว่า ประวัติศาสตร์เป็นเรื่องอดีตที่ส่งผลต่อปัจจุบันในแง่การเป็นบทเรียน ซึ่งประวัติศาสตร์ของไทยลืมเรื่องราวของแรงงาน ส่งผลให้คุณค่าของแรงงานด้อยลงในสังคมปัจจุบัน

ในช่วงที่ขบวนการแรงงานถูกคุกคามทำร้ายอย่างหนักยุครัฐประหาร รสช. มีการตั้งพิพิธภัณฑ์แรงงานไทยขึ้นมาโดยความร่วมมือของนักวิชาการและองค์กรแรงงานต่างๆ เพื่อบอกเล่าคุณค่าของแรงงงานที่มีมาแต่อดีตให้สังคมได้รับรู้ ตั้งแต่ยุคแรงงานเกณฑ์ไพร่ทาสที่เป็นฐานการผลิตของสังคมศักดินา จนมีการเปิดประเทศในยุคทำสนธิสัญญาเบาริ่งมีแรงงานรับจ้างรุ่นแรกๆคือกุลีจีน ต่อมามีการยกเลิกระบบเกณฑ์แรงงานไพร่ทาสในยุคการปฏิรูปประเทศสมัย ร.5 ทำให้แรงงานไทยกลายเป็นแรงงานอิสระมีส่วนสำคัญในการพัฒนาประเทศให้เจริญรุ่งเรืองมาจนถึงปัจจุบัน รวมทั้งมีการต่อสู้เพื่อให้ได้สิทธิแรงงานในหลายยุคสมัย จึงอยากเห็นพิพิธภัณฑ์แรงงานไทยเป็นเครื่องมือของขบวนการแรงงานในการสร้างเอกภาพ

DSCN0012รศ.ภาวนา พัฒนศรี ข้าราชการบำนาญจากคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และกรรมการมูลนิธิฯ นำเสนอเรื่อง “สวัสดิการสังคมของคนทำงาน”  ว่าแนวคิดทฤษฎีเรื่องสวัสดิการสังคมแบ่งเป็น    – กลุ่มขวาใหม่ เน้นการสงเคราะห์เฉพาะหน้าโดยเอกชนมีบทบาทสูง

– กลุ่มทางสายกลาง เด่นในเรื่องสร้างระบบโครงข่ายความปลอดภัยและความคุ้มครองทางสังคม รัฐมีบทบาทในการดูแลและเน้นการร่วมจ่าย

– กลุ่มสังคมนิยมประชาธิปไตย เน้นสิทธิเสมอภาคถ้วนหน้า รัฐเก็บภาษีทำรัฐสวัสดิการ

– กลุ่มซ้ายใหม่หรือทางสายที่สาม เน้นลดการพึ่งพารัฐ และส่งเสริมให้ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วม

วงเสวนามีความเห็นว่าสำหรับประเทศไทยยังเป็นสวัสดิการแบบอุปถัมภ์ซึ่งเป็นแบบขวาเก่า ที่มองเรื่องการขอใช้สิทธิเป็นเรื่องการอุปถัมภ์ และมีแนวโน้มไปทางกลุ่มที่ผลักภาระให้ประชาชน โดยการจะให้เป็นแบบรัฐสวัสดิการยังมีปัญหาเรื่องการเก็บภาษีได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย และเห็นว่าต้องมีการบูรณาการกองทุนสวัสดิการหลายกองทุนในกระทรวงต่างๆที่ยังมีความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงสิทธิ

DSCN0166รศ.ดร.นภาพร อติวานิชยพงศ์ อาจารย์วิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และกรรมการมูลนิธิฯ นำเสนอเรื่อง “การใช้ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์การเมืองในการวิเคราะห์สังคม” โดยกล่าวถึงเศรษฐศาสตร์การเมืองว่าเป็นการศึกษาสังคมในระดับโครงสร้างที่เกี่ยวข้องทั้งเรื่องเศรษฐกิจ การเมือง และวัฒนธรรม โดยในไทยเกิดกลุ่มเศรษฐศาสตร์การเมืองที่คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ ตั้งแต่ปี 2523

สำหรับ ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์การเมืองของสำนักมาร์กซิสต์ อธิบายถึงการที่นายทุนขูดรีดกรรมกรผ่านมูลค่าส่วนเกินจากการทำงาน โดยกรรมกรหรือคนงานผลิตสินค้ามีมูลค่ามากกว่าค่าจ้างของตนเอง แต่เมื่อธุรกิจมีการแข่งขัน ทำให้สินค้าราคาต่ำลง หากจะให้ได้กำไรเท่าเดิมหรือมากว่า นายทุนต้องขูดรีดแรงงานมากขึ้น และเมื่อกรรมกรทนไม่ไหว ก็จะเกิดการลุกขึ้นสู้โค่นล้มระบบทุนนิยมให้ไปสู่ระบบสังคมนิยม แต่ในปัจจุบันระบบสังคมนิยมในหลายประเทศก็ล่มสลายไปหมดแล้ว

โดยในสังคมทุนนิยมก็ประกอบด้วย โครงสร้างส่วนล่าง คือรากฐานเศรษฐกิจ และ โครงสร้างส่วนบน  คือการเมืองและวัฒนธรรม ซึ่งระบบความสัมพันธ์คือ นายทุนเป็นเจ้าของปัจจัยการผลิต มีอำนาจทางเศรษฐกิจและการเมือง ทำให้เกิดการครอบงำทางอุดมการณ์และวัฒนธรรม ส่งผลให้เกิด “จิตสำนึกที่ผิดพลาด” ในชนชั้นกรรมกรที่ไม่ตระหนักว่าตนเองถูกขูดรีด แต่กลับยอมรับค่านิยมความเชื่อของระบบทุนนิยม ซึ่งเศรษฐกิจแบบทุนนิยมสอดคล้องกับการเมืองแบบประชาธิปไตยและวัฒนธรรมความเชื่อที่เป็นวิทยาศาสตร์ ทั้งนี้ในวงเสวนามีข้อเสนอว่า ในโครงสร้างส่วนบนยังมีพื้นที่ที่อำนาจรัฐนอกครอบงำไม่ได้ทั้งหมด ที่เปิดให้ภาคประชาสังคมเข้าไปต่อสู้ช่วงชิงเพื่อเป็นผู้กำหนดในสังคมได้

ส่วน ทฤษฎีขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคม อธิบายขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมว่า เป็นการกระทำของกลุ่มคนที่มีเป้าหมายร่วมกัน แบ่งเป็น

1.ขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมแบบเดิม อยู่ในยุคแรกของการพัฒนาอุตสาหกรรม มีอิทธิพลบางส่วนจากลัทธิมาร์กซ์ โดยขบวนการชาตินิยมต่อสู้เรื่องเอกราช ประชาธิปไตย ขบวนการแรงงานต่อสู้เพื่อความเสมอภาคทางเศรษฐกิจ ขบวนการสังคมนิยมสู้เพื่อสังคมที่ไม่มีชนชั้น ลักษณะที่สำคัญคือมีองค์ประกอบแบบชนชั้นเดียว เป็นขบวนการทางการเมืองมีองค์กรนำหรือพรรคการเมือง มุ่งล้มล้างอำนาจรัฐ ใช้ทั้งวิธีการรุนแรงและสันติวิธี

2.ขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมแบบใหม่ เกิดขึ้นเมื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมก่อให้เกิดปัญหาทางสังคมที่แก้ไขยากขึ้น ลักษณะสำคัญคือมีองค์ประกอบจากหลายชนชั้น รวมตัวแบบเครือข่าย ไม่มุ่งยึดอำนาจรัฐ มีเป้าหมายเชิงประเด็นเน้นเรื่องสังคมและวัฒนธรรม รูปแบบการต่อสู้ไม่นิยมความรุนแรง ใช้แนวทางอารยะขัดขืน

3.สหภาพแรงงานในแนวขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคม เป็นขบวนการทางสังคมที่ผสมผสานขบวนการเคลื่อนไหวทางชนชั้นและขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมแบบใหม่ ซึ่งสหภาพแรงงานไม่ได้มีบทบาทนำในการปฏิวัติสังคมแบบลัทธิมาร์กซ์ และมีเป้าหมายมากกว่าผลประโยชน์เฉพาะแรงงาน

DSCN0001นายวิชัย นราไพบูลย์ ผู้จัดการพิพิธภัณฑ์แรงงานไทย รายงานสรุปการดำเนินงานของพิพิธภัณฑ์แรงงานไทยว่า นอกจากหน้าที่ปกติหลักๆในการให้บริการผู้มาเยี่ยมชม งานบริการด้านข้อมูล และงานประจำในสำนักงานแล้ว ตั้งแต่ต้นปี 2557 ที่ผ่านมา คณะกรรมการฯยังได้กำหนดแผนงานยุทธศาสตร์เพื่อความอยู่รอดของพิพิธภัณฑ์อีกด้วย ซึ่งแบ่งเป็น

1.เรื่องอาคารสถานที่ อาจได้รับผลกระทบจากโครงการพัฒนาพื้นที่มักกะสัน จึงได้เข้าพบฝ่ายบริหารการรถไฟฯเพื่อขอการสนับสนุน และร่วมกับภาคประชาชนที่ขับเคลื่อนเรื่องการพัฒนาพื้นที่มักกะสันอย่างสร้างสรรค์ โดยให้ข้อมูลความสำคัญของพื้นที่มักกะสันในด้านประวัติศาสตร์ของคนงานรถไฟ

2.เรื่องรายได้ของพิพิธภัณฑ์ ได้มีการขอการสนับสนุนจากกระทรวงแรงงานผ่านข้อเรียกร้องวันแรงงานฯ ซึ่งอยู่ระหว่างการติดตามผล และมีการขอการสนับสนุนเงินบริจาคประจำปีจากองค์กรแรงงานได้เพิ่มขึ้น 6 องค์กร นอกจากนี้ยังมีรายได้จากการบริหารโครงการสื่อ การขอรับบริจาค และอยู่ระหว่างการขอทุนทำโครงการสืบสานประวัติศาสตร์แรงงาน โดยตั้งแต่เดือนมกราคมถึงตุลาคมปีนี้ มีรายรับ 7 แสน 6 หมื่น 5 พันกว่าบาท มีรายจ่าย 8 แสน 8 หมื่น 1 พันกว่าบาท

3.เรื่องการทำงานกับขบวนการแรงงาน ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการผลิตสื่อและการจัดนิทรรศการให้กับองค์กรต่างๆ เรื่องอื่นก็เช่นการร่วมจัดงานเสวนา ร่วมทำหลักสูตรการศึกษาของแรงงาน

4.เรื่องการตลาดสร้างการรับรู้ ได้ใช้ช่องทางเว็บไซต์ www.thailabourmuseum.org และ www.voicelabour.org รวมทั้ง เฟซบุ๊กและไลน์ ในการสื่อสารประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง

5.เรื่องบทบาทภารกิจของพิพิธภัณฑ์แรงงานไทย มีการจัดกลุ่มศึกษามุมมองใหม่ 3 ครั้ง และจัดงานเสวนาวิชาการด้านแรงงงานในโอกาสประชุมใหญ่และครบรอบก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ รวมทั้งในโอกาสสรุปงานครั้งนี้รวมเป็น 5 ครั้ง

DSCN9973

DSCN0034

DSCN0283

DSCN9941

DSCN9986

DSCN0281

DSCN0131

DSCN0146