สภาแรงงานยานยนต์ เสนอทางออกแก้วิกฤติก่อนเปิดสมัครใจลาออก

สภามานิต

สภาองค์การลูกจ้างแรงงานยานยนต์แห่งประเทศไทย ร่วมสมาพันธื สหพันธ์ และสหภาพแรงงาน ยานยนต์ จัดแถลงข่าว กรณีโตโยต้า จัดโครงการ จากกันด้วยใจ เสนอให้รับกลับหากเศรษฐกิจดี หรือส่งลูกจ้างไปทำงานในเครือ หรือบริษัทแม่ที่ต่างประเทศ 

วันที่ 8 กรกฎาคม 2559 สภาองค์การลูกจ้างแรงงานยานยนต์แห่งประเทศไทย ประกอบด้วย สหพันธ์แรงงานโตโยต้าประเทศไทย สหพันธ์แรงงานชิ้นส่วนยานยนต์แห่งประเทศไทย สมาพันธ์แรงงานอีซูซุแห่งประเทศไทย สมาพันธ์ฮอนด้าแห่งประเทศไทย สมาพันธ์แรงงานเด็นโซ่ประเทศไทย สหพันธ์แรงงานขนส่งยานยนต์ประเทสไทย สหภาพแรงงานฟอร์ดและมาสด้าประเทศไทย และสหภาพแรงงานผู้บังคับบัญชาออโตอัลลายแอนซ์ประเทศไทย ได้ร่วมกันแถลงข่าวในนามสภาองค์การลูกจ้างแรงงานยานยนต์แห่ปงระเทศไทย

นายมานิตย์ พรหมการีย์กุล ได้แถลงว่า จากสถานการณ์ที่บริษัทในกลุ่มยานยนต์ได้เปิดโครงการ จากกันด้วยใจ สมัครใจลา ออกกับลูกจ้าง ทางสภาฯได้มีความเป็นห่วงและเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิดถึง การปฏิบัติของนายจ้าง ทั้งในเรื่องสาเหตุที่นายจ้างต้องเปิดโครงการ จากกันด้วยใจ หรือสมัครใจลาออก โดยได้รับสิทธิตามกฎหมาย และความสมัครใจในการเข้าโครงการด้งกล่าว ในเบื้องต้นปรากฏดังนี้

20160708_121430

1 บริษัทดังกล่าวได้รับผลกระทบ จากการปรับยอดสั่งซื้อจากต่างประเทศจริง ทำให้ต้องลดกำลังการผลิตส่งผลให้จำนวนพนักงานในสายการผลิตเกินและไม่ได้มีการนำเครื่องจักรใหม่มาทดแทนการทำงานของพนักงานแต่อย่างใด หรือตั้งใจหลีกเลี่ยงกฎหมายใดๆตามที่เป็นข่าว

2.บริษัทดังกล่าวได้พยายามลดผลกระทบของพนักงานเนื่องจากยอดผลิตที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดก็ได้เปิดโครงการ จากกันด้วยสมัครใจลาออกกับลูกจ้าง โดยบริษัทฯได้ให้สิทธิประโยชน์และค่าตอบแทนมากกว่าที่กฎหมายกำหนดและได้รับความพอใจจากลูกจ้างที่เข้าโครงการดังกล่าว

3.พนักงานที่เข้าโครงการจากกันด้วยใจนั้นมาจากความเข้าใจและสมัครใจลาออก โดยมิได้มีการข่มขู่ หรือบังคับแต่อย่างใดทางสภาองค์การลูกจ้างแรงงานยานยนต์ฯ และกลุ่มสมาพันธ์ สหพันธ์ และสหภาพแรงงานต่างๆ ขอยืนยันในเจตนารมณ์เดิมว่า “จะสนับสนุนนโยบายกระทรวงแรงงานในการดูแลสภาพความเป็นอยู่ของผู้ใช้แรงงานในกลุ่มยานยนต์ให้มีความเป็นอยู่ที่ดี มีความปลอดภัยในการทำงาน และไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากนายจ้าง ในขณะเดียวกันก็คงไว้ซึ่งความสามารถในการดำรงไว้ซึ่งธุรกิจเพื่อประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย อันจะนำมาซึ่งความเจริญของประเทศต่อไป”

สภา

นายมานิตย์ ยังกล่าวอีกว่า ทางที่ประชุมได้มีข้อเสนอเพื่อการปฏิบัติการแรงงานสัมพันธ์ที่ดีต่อกันระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างคือ

1.หากเศรษฐกิจดีขึ้นให้บริษัทเรียกพนักงานที่เข้าโครงการ จากกันด้วยใจเข้ามาทำงานเป็นอันดับแรกและรักษาไว้ซึ่งตำแหน่งงานเดิม สวัสดิการเดิมเหตุผลคือเพื่อให้พนักงานกลุ่มนี้สามารถทำงานได้ไปตลอดและได้รับการบรรจุเป็นพนักงานประจำ

2. เสนอให้บริษัทหากเกิดปัญหาเรื่องพนักงานเกินกระบวนการผลิตอีกให้บริษัทประสานความร่วมมือกับบริษัทในเครือเพื่อส่งพนักงานเหล่านี้ไปทำงานกับบริษัทในเครือที่มีการทำงานร่วมกัน หรือเป็นคู่ค้าด้วยกัน และสถานการณ์เศรษฐกิจดีขึ้นให้กลับมาทำงานร่วมกันอีกในต้นสังกัดเดิม

3. ให้บริษัทส่งพนักงานเหล่านี้ไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่นซึ่งเป็นบริษัทแม่ เพื่อให้คนงานยังคงความมีงานทำต่อไปเมื่อสาถานการดีจึงกลับมาทำงานในประเทศไทย

4. ให้บริษัทปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานพ.ศ. 2551 และจ่ายค่าชดเชยตามมาตรา 118 ซึ่งเป็นข้อเสนอต่อนายจ้างในอุตสาหกรรมยานยนต์ที่มีแนวคิดที่จะกระทำการเปิดโครงการสมัครใจลาออกและหรือเลิกจ้างให้ทำตามข้อเสนอของสภาองค์การลูกจ้างแรงงานยานยนต์ฯก่อน

นายภูภาร สมาทา ประธานสหภาพแรงงานโตโยต้าประเทศไทย กล่าวว่า เนื่องจากสถานการณ์ของบริษัทมีปัญหามาตั้งแต่ต้นปีแล้วว่ามีจำนวนกำลังแรงงานเกินอยู่ และได้มีการปรับการทำงานภายในแล้วแต่ว่า ยังคงเกิน การเปิดโครงการครั้งนี้ก็ส่งผลสะเทือนทางใจเนื่องจากทำงานด้วยกันมาซึ่งมีแรงงานรับเหมาช่วง และรับเหมาค่าแรงได้มีการเปิดโครงการสมัครใจลาออกครั้งนี้ ทางบริษัทได้รับปากว่าจะมีการรับพนักงานกลับมาอีกหากเศรษฐกิจดีขึ้น ซึ่งบริษัทโตโยต้าก็เคยมีการกระทำเช่นนั้นมาแล้วครั้งหนึ่งในการประสานเพื่อรับพนักงานกลับเข้าทำงาน ครั้งนี้ตนก็เชื่อเช่นนั้นว่าหากมีผลประกอบการดีขึ้นทางบริษัทจะรับพนักงานกลับมาแน่นอน

ประเด็นต่อมาเรื่องการที่มีข่าวว่า บริษัทจะนำเทคโนโลยีเข้ามาทำงานแทนคนนั้น ทางบริษัทยืนยันว่าไม่มี เนื่องจากหุ่นโรบอทยังไม่สามารถทำงานละเอียดมีฝีมือเท่ากับคน จึงยังต้องใช้คนทำการผลิตอยู่เป็นหลัก หรือแม้หากมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาก็ยังมีความจำเป็นต้องใช้คนในการควบคุมอยู่ ในฐานะที่เป็นประธานสหภาพแรงงานยืนยันว่าจะดูแลแรงงานเหมือนกัน และตอนนี้นายจ้างยังไม่มีแนวที่จะมีการเปิดโครงการสมัครใจลาออกอีก ซึ่งหากมีก์ยังคงไม่กระทบในส่วนของพนักงานประจำและทุกคนยังคงตั้งใจทำงานแบบร่วมแรงร่วมใจเพื่อให้ผลกระกอบการดีขึ้น และเข้าภาวะปกติโดยเร็ว ซึ่งครั้งนี้ลูกจ้างที่เข้าโครงการ จากกันด้วยใจประกอบด้วย โรงงานที่สำโรง สมุทรปราการ 400 คน โรงงานที่นิคมอุตสาหกรรมเกตุเวย์ ซิตี้ ฉะเชิงเทรา 300 คน และโรงงานที่นิคมอุตสาหกรรมบ้านโพธิ์ ฉะเชิงเทรา 100 กว่าคน ซึ่งผลมีพนักงานที่เข้าโครงการเกินกว่ากำหนด และมีประนักงานประจำบางส่วนขอเข้าโครงการด้วยแต่ทางบริษัทไม่ยินยอมให้ลาออก จึงคิดว่ายังไม่มีการเปิดโครงการรอบสองในขณะนี้

ทั้งนี้ในด้านของยานยนต์ไม่ว่าจะเป็นสมาพันธ์ฮอนด้าแห่งประเทศไทย และสมาพันธ์แรงงานอีซูซุแห่งประเทศไทย ได้กล่าวถึงสถานการณ์ของประกอบการในฐานสหภาพแรงงานว่าขณะนี้ยังไม่มีแนวโน้มเรื่องการเลิกจ้าง หรือเปิดโครงการสมัครใจลาออกแต่อย่างใด ซึ่งในส่วนของฮอนด้านยังมีการสั่งซื่อเข้ามามากขึ้นอีกด้วย

นักสื่อสารแรงงาน รายงาน