แรงงานยานยนต์ วาง “ยุทธศาสตร์การเจรจาข้อเรียกร้องหลังวิกฤติโรคระบาคกับเศรษฐกิจโลก”

Share on facebook
Share on google
Share on twitter

สภาองค์การลูกจ้างแรงงานยานยนต์ ชวนกรรมการบริหารและสมาชิกวางยุทธศาสตร์การเจรจาข้อเรียกร้องหลังวิกฤติโรคระบาดกับเศรษฐกิจโลก

วันที่ 3-4 ตุลาคม 2563 โครงการสัมมนา กรรมการบริหารและสมาชิกสภาองค์การลูกจ้างแรงงานยนต์แห่งประเทศไทย หัวข้อ “ยุทธศาสตร์การเจรจาข้อเรียกร้องหลังวิกฤติโรคระบาคกับเศรษฐกิจโลก” และ “ยุทธศาสตร์ ALCT เพื่อเป็นกรอบการเจรจาแบบยั่งยืน” ที่ห้องประชุมออ์คิด โชติกาธารารีสอร์ท จ.นครนายก

นายมานิตย์ พรหมการีย์กุล ประธานสภาองค์การลูกจ้างแรงงานยานยนต์ กล่าวว่า วิกฤติที่แรงงานได้รับผลกระทบนั้นไม่ว่าจะเป็นวิกฤตการณ์การเปลี่ยนผ่านด้านเทคโนโลยี และการระบาดของโควิด-19 ที่มีผลกระทบต่อการจ้างงาน มีผู้ใช้แรงงานจำนวนมากที่ต้องตกงาน แน่นอนเราต้องรักษางานให้นานที่สุด ด้วยวิถีใหม่ที่เข้ามาทั้งด้านเทคโนโลยีใหม่ งานใหม่ซึ่งต้องอาศัยทักษะใหม่ๆ และการใช้แรงงานที่น้อยลง แรงงานต้องเผชิญปัญหาและผ่านตรงนี้ไปได้อย่างไร การจะยื่นข้อเรียกร้องและเจรจาต่อรองปีนี้จะมีทิศทางอย่างไร ต้องมาพูดคุยวางแผนด้วยกัน

รศ.ดร.กิริยา กุลกลการ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึงสถานการณ์เศรษฐกิจและการจ้างงานว่า อยู่ในช่วงของโควิด-19 ซึ่งไม่มีใครคาดคิดมาก่อนในการทำนายเศรษฐกิจประเทศตอนนี้ตัวเลขเปลี่ยนไปจากเดิม ตัวเลขผู้ติดเชื้อปัจจุบัน 34 ล้านคน และอเมริกา อันดับหนึ่ง อินเดียอันดับสอง บราซิลอันดับสาม ซึ่งแม้จีนจะมีจำนวนประชากรจำนวนมากแต่ว่า ประเทศจีนเป็นประเทศที่สามารถที่จะป้องกันได้ เช่นเดียวกับประเทศไทยก็สามารถที่จัดการสถานการณ์โรคระบาดได้แต่ว่า กว่าจะสถานการณ์เศรษฐกิจจะเป็นปกติคงต้องใช้เวลาอีกราว 2-5 ปี หากวัคซีนยังไม่มี รายได้ของเรารจะน้อยลง และเศรษฐกิจติดลบในปีนี้ไม่น้อยกว่า 15 % ด้วยประเทศไทยเป็นประเทศที่พึ่งพิงการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ และรายได้เราหายไป 10% อย่างภูเก็ตนั้นต้องแย่ติดลบ ปัญหาอีกอันคือการว่างงานในช่วงการระบาดที่มีการล็อกดาวน์ บางบริษัทก็ปิดต่อเนื่อง และบางบริษัทก็ไม่มีรายได้เข้ามา ซึ่งตอนนี้ก็หวั่นการล็อคดาวน์รอบสอง ที่มีหมอออกมาบอกว่าอาจมีการระบาดอีกครั้งในเดือนพฤศจิกายน2563 นี้

การฟื้นฟูที่มีการกล่าวถึงเงินกู้ 4 แสนล้านบาท เข้ามาเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ ก็ต้องมาดูว่าจะช่วย ฟื้นฟูเศรษฐกิจ และการจ้างงานได้มากน้อยแค่ไหนภายใต้ประเทศรอบๆไทยที่มีเศรษฐกิจติดลบ รวมทั่วโลก ยกเว้นเวียดนามที่ตัวเลขไม่ติดลบ

หากมาดูตัวเลขการว่างงาน คนที่ไม่มีงานทำเลยแม้แต่ชั่วโมงเดียวอยู่ที่ 7.5 แสนคน จากเดิมมีการว่างงานเพียง 3 แสนกว่าคน และเป็นภาคโรงแรงม 3.6 แสนคน ซึ่งรวมภาคบริการต่างๆ แรงงานที่ใช้กรณีว่างงานอยู่ที่ 1.7-1.8 แสนคน ผู้ทมีงานทำอยู่ที่ 37.1 ล้านคน ภาคเกษตรก็มีน้อยลง และนอกภาคเกษตรก็มีงานทำน้อยลง

วิกฤติครั้งนี้ต่างจากต้มยำกุ้งที่มีคนตกงานจากข้างบนแล้วกลับบ้าน แต่วิกฤติครั้งนี้จะเป็นคนตกงานจากข้างล่าง และภาคบริการที่ตกงาน รวมถึงภาคเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งด้วย และรวมทุกภาคส่วนโรงแรม ก่อสร้าง งานนอกภาคเกษตรก็ตกงาน ยังมีตัวเลขที่มีการปิดงานทั้งรัฐสั่งปิด และปิดกันเอง เป็นช่วงปิดเมืองมีคนว่างงานถึง 2.5 ล้านคน อาจมีทั้ง ม75 อาจไม่ใช่การตกงานถาวรมีตัวเลขการกลับเข้าทำงานรางว 4 แสนกว่าคน หรือการทำงานแบบต่ำกว่าระดับ คือมีการลดวันทำงาน ลดชั่วโมงการทำงานตรงนี้มีตัวเลขต่ำลง ค่าจ้างลดลงเกือบ 46% ใช้ม.75 ราว 6-7 ล้านคน ตอนนี้ 62% ก็หมดแล้ว และบริษัทเริ่มมองว่าจะใช้สิทธิต่อได้หรือไม่ในการหยุดงาน บริษัทจะไปต่อได้หรือไม่หรือว่าจะต้องทำอย่างไรกับลูกจ้าง ปี 2564 คาดการว่าจะมีเศรษฐกิจดีขึ้น หรืออาจว่ามีการฟื้นตัวแบบตัว U หรือเป็นตัว V หรือเป็นW หรือเป็นแบบไนกี้

สภาพัฒนาเศรษฐกิจคาดการว่า จะตกงานไม่เกิน 2 คน และภาครัฐก็มีการกู้เงินมามากน่าจะมีการช่วยคนได้มากในด้านการจ้างงาน และภาคชนบทมีการดูดซับคนกลับชนบทด้วย

ช่วงโควิด หนี้ลดลง การก่อหนี้ในครัวเรือนน้อยลงน่าจะเพราะไม่มั่นคงไม่กล้าจะก่อหนี้เพิ่ม ความกังวลใจ คนที่มีเงินในการจับจ่ายคือ ภาครัฐบาล ซึ่งเงินมาจากการกู้มา ภาคครัวเรือนที่มีการกู้ตอนนี้คือ กู้เพื่อที่อยู่อาศัย อุปโภคบริโภค หนี้บัตรเครดิตก็มาก ภาครัฐกู้มาหากใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ก็คุ้มค่า หากกู้มาไม่สามารถที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจได้ก็เป็นประโยชน์ รัฐกู้มา 1 ล้านล้านบาท หนี้ในอนาคตกับรุ่นลูกรุ่นหลานหากไม่ได้ใช้เพื่อให้งอกเงย ก็จะกลายเป็นหนี้ที่พอกพูนส่งผลกระทบในอนาคต ซึ่งต้องมีการตรวจสอบการใช้เงินกู้ก้อนนี้เพื่อให้ถูกใช้คุ้มค่า

แรงงานที่ได้รับผลกระทบจากโควิด มีโรงแรม ภาคการบริการ ส่วนของยานยนต์ ได้รับผลกระทบบ้าง ภาคโรงแรมบาดเจ็บมากที่สุด กระทบการจ้างงานที่มีราว 1 ล้านคน ยานยนต์อาจกระทบซึ่งมีการจ้างงานไม่ถึงล้านคน ผลประกอบการที่ดีขึ้นอย่างการบริการแกร็บฟูดส์ การใช้ระบบออนไลน์

กลุ่มยานยนต์หลังโควิด จะมีการลดการจ้างงาน และมีการลดเวลาการทำงาน หากทำงานอยู่ในบริษัทเล็กและกลางจะมีความเสี่ยงผลกระทบ และหลังโควิดขนาดใหญ่ก็มีการจ้างงานลดลง และมีแนวโน้มในการที่จะเลิกจ้าง ด้วยมีการปรับโครงสร้าง วางแผนองค์กรใหม่ มีการนำหุ่นยนต์ นำเทคโนโลยีมาใช้งานมากขึ้น ใช้พนักงานลดลง ในระยะยาว ใช่ว่าอยู่ในบริษัทขนาดใหญ่จะปลอดภัย โดยมีการวางแผนลดพนักงานลงปรับขนาดองค์กร และคนที่จะจ้างและจ่ายเงินค่าจ้างเพิ่มขึ้นเป็นคนที่ทักษะหลากหลายไม่ใช่คนที่มีทักษะเดียวเท่านั้น คือต้องทำได้ทุกอย่าง ปลดคนออกจ้างงานคนน้อยลง ซึ่งนายจ้างต้องทำงานได้หลากทักษะ คนที่ไม่สามารถอยู่ในการจ้างงานได้คือคนที่ไม่สามารถปรับทักษะ ใช้ระบบเครื่องมือใหม่ๆที่นำเข้ามาได้

การจ้างงานรายชั่วโมงมาแน่ ลักษณะการจ้างงานรายชั่วโมงต่างประเทศมาแล้ว ประเทศไทยก็มาดูว่าจะยันการจ้างงานแบบนี้ได้นานแค่ไหน การจ้างงานรายชั่วโมง เขาต้องการใช้แรงงานเพียง 4 ชั่วโมงต่อวันเท่านั้น การหยุดงาน สวัสดิการ การคุ้มครองแรงงานจะเป็นอย่างไร ประกันวสังคมจะเป็นอย่างไร การจ้างงานรายชั่วโมงมาแน่ แต่ต้องมาดูเรื่องสวัสดิการว่าเป็นอย่างไร ด้วยการดูแลอาจไม่ใช่นายจ้างดูแล สวัสดิการอาจเป็นตรงกลางคือสวัสดิการโดยรัฐอาจเป็นรูปแบบภาษี

การลดการจ้างงาน อาจไม่มีการจ้างงานลูกจ้างประจำด้วยภาระมีมากจะหยุดงานก็ต้องจ่ายค่าจ้าง เลิกจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยเป็นต้น การทำงานออนไลน์ การซื้อของออนไลน์ การจ้างงานอาจจ้างเป็นฟดูกาลมากขึ้น รวมถึงการลดการจ้างแรงงานข้ามชาติด้วย นี่เป็นคำตอบของนายจ้างที่ตอบแบบสอบถามงานวิจัยข้อมูลมา อานาคตเศรษฐกิจโตแต่ไม่ได้มาพร้อมกับการจ้างงานที่เพิ่มขึ้น หรือรายได้ดีขึ้น ด้วยเป็นกระแสโลกที่เร่งมาซึ่งโควิดทำให้เร่งกระแสโลกเพิ่มมากขึ้น เช่นมีการประชุมออนไลน์ มีหุ่นยนต์มาช่วยตรวจแทนแพทย์ สงครามเศรษฐกิจตอนนี้เกิดการกีดกันทางการค้ามากขึ้นในประเทศต่างๆอย่างประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกากับจีนเป็นต้น ความเป็นประเทศแบบชาตินิยมมากขึ้นเพื่อรักษาเศรษฐกิจในประเทศตนเอง ความเป็นเมืองชะลอ ความเป็นโลกภิวัฒน์  ตัวเลขการผลิตรถยนต์ลดลง สินค้าส่งออกรถยนต์ ติดอันดับหนึ่ง ตอนนี้ยอดส่งออกลดลง

เทคโนโลยีในอนาคต เราจะมีรถยนต์เชื่อมต่อ สามารถทำอะไรได้มากเมื่อมีระบบ 5G อินเตอร์เน็ต ต่อไปรถยนต์ขับเคลื่อนอัติโนมัตไม่ต้องมีคนขับ และสามรถยนต์จะเป็นระบบเช่าแชร์รถกันใช้ไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของ รถไฟฟ้าไม่ต้องใช้น้ำมัน เราจะเป็นรถที่ใช้แบตเตอรี่ มีชิ้นส่วน 3 พันชิ้น จากเดิมชิ้นส่วน 3 หมื่นชิ้น และการซ่อมบำรุงก็น้อยมากศูนย์ซ่อมก็ไม่จำเป็นต้องมีมากขนาดนี้ ซึ่งหากดูจากจำนวนชิ้นส่วนที่หายไป แน่นอนแรงงานที่ผลิตชิ้นส่วนเหล่านั้นก็หายไปด้วย มี 3 เหตุผลที่ต้องผลิตรถไฟฟ้า คือ

1. การผลักดันของภาครัฐเองในการควบคลุมราคารถยนต์ไฟฟ้า ด้วยประเทศต่างๆอย่างในยุโรปตอนนี้ก็ไม่มีซื้อรถไฟฟ้าแล้ว อุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศไทยที่ปลุกปั่นมานานที่เป็นดาวรุ่งจะเป็นดาวร่วงรัฐจึงกังวล

2. ประเด็นสิ่งแวดล้อมที่ยุโรปมีการกำหนดมาตรฐานไว้สูง

3. แบตเตอรี่ราคาถูก คุณภาพสูงก็มาแล้ว

รัฐก็มีการผลักดันให้มีบอร์ดในการกำหนดโรดแม้ป ในปี 2030 ที่จะมีการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า 1ใน 3 โดยเริ่มจากรถสาธารณะ รถราชการ 6 ถึง 1 แสนคัน แล้วจะมีการทำรถบัส และรถEVในปี 2030 สิ่งที่แรงงานในอุตสาหกรรมยานยนต์ต้องเผชิญ สงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน เปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี ภาวะโลกร้อน และโควิด-19 ฉะนั้นการที่เราต้องทำงานล่วงเวลา การทำงานโอทีเป็นเรื่องไม่ปกติ เป็นการมาเพียงชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น และการจ้างงานที่ไม่มั่นคงมาแน่ การทำงานต้องมีการเสริมทักษะตลอด มีการออกแบบสังคมได้ มีการออกแบบสวัสดิการได้ การที่ส่งออกลดลงเพราะอำนาจการซื้อลดลง รายได้ลดลงด้วย แรงงานที่น่ากังวลคือกลุ่มแรงงานที่จบ ม.3 ม.6 ที่ไม่ได้รับการพัฒนาทักษะด้วยทักษะไม่เพียงพอ เช่นภาษาอังกฤษ ซอฟแวร์ คนที่ปรับตัวได้ไม่น่าห่วงคือ วิศวะกร ซึ่งขอเสนอคือให้มีการฝึกความเป็นผู้ประกอบการ ให้เงินลงทุน ด้วยอาจไม่สามารถกลับเข้าทำงานได้แล้ว

รัฐสวัสดิการถ้วนหน้า” บรรยายโดย รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี วิทยาลัยสหวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า มีหลายสหภาพแรงงานที่ถูกทำลายการนัดหยุดงาน หรือการคุกคาม การอุ้มหาย ทำไมเด็กๆต้องออกมาชุมนุมประท้วงเป็นอีกประเด็น ด้วยเขาต้องการให้พ่อ แม่ เขามีสวัสดิการ ต้องการเงินในการเลี้ยงดูเด็ก เขาต้องการให้พ่อ แม่เขา ไม่ต้องกู้เงินให้ลูกเรียน หรือเขาไม่ต้องกู้เงินกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) พ่อแม่ไม่ต้องกู้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (กธส.) เพื่อทำการเกษตร การที่เขาออกมาเรียกร้อง “ให้จบที่พวกเรา” คนในโลกนี้สามารถมีชีวิตที่ดีได้ แต่ทำไมคนงานไม่สามารถที่จะมีชีวิตที่ดีอยู่ได้

การก่อเกิดสวัสดิการ หรือรัฐสวัสดิการ เราจะมีชีวิตปกติสุขได้หากคนจนไม่ได้รับการดูแล ซึ่งครั้งหนึ่งเราก็บอกว่าระบบหลักประกันสุขภาพไม่สามารถทำได้ แต่ก็เป็นไปได้แล้วปัจจุบันทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงสิทธิ์การรักษาพยาบาลได้  การมีสวัสดิการสามารถทำได้เว้นแต่ไม่คิดทำ เงินที่สมทบสำรองเลี้ยงชีพที่หักไว้ พอได้คืนเพียง 5,000 บาท ชาวบ้านที่เสียภาษีกันทุกคน มีการกรอกเอกสารกันยากมากในการที่จะได้ การตรวจสิทธิก็ใช้เวลามาก ซึ่งได้มีโอกาสไปสังเกตุการณ์ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิทั้งที่ทุกคนได้รับผลกระทบ

ทำไมประเทศไทยถึงมีปัญหาเรื่องผู้สูงอายุ คนสวีเดนเมื่อเกษียณอายุก็จะได้บำนาญ ในยุโรปก็ได้รับสวัสดิการดูแลตั้งแต่เกิดจนตาย และคนรุ่นใหม่ได้สิทธิเรียนฟรี เมื่อจบการศึกษาการเข้าทำงานก็เข้าเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานได้เลย ซึ่งจะไม่กล่าวถึงการจัดงานJob Expo ที่ผ่านมา จัดขึ้นมาแต่งานมี  6 แสนตำแหน่ง ประกอบด้วย การทำงานรายวัน คนที่ทำงานต้องการทำงานที่มั่นคงไม่ใช่การจ้างงานรายวันที่เป็นงานเหมาค่าแรง เรียนจบปริญญาตรีมาเพื่อรับค่าจ้างขั้นต่ำเท่านั้น ซึ่งไม่คุ้มค่า

ประเทศที่พัฒนาแล้วคนงานที่เกษียณอายุ ทำงานมาทั้งชีวิต มีเงินไว้กินหลังเกษียณ เพื่อที่ดูแลชีวิต เพื่อมีคุณภาพชีวิตที่ดี ประเทศไทยมีคนแก่ที่จน และมีเด็กที่มีรายได้ไม่สามารถลืมตาอ้าปากได้ เรามีคนรวยเพียง 10% ของคนทั้งประเทศ แต่คนส่วยใหญ่ของประเทศยังเป็นคนจนที่มีรายได้ต่ำ สิ่งที่ต้องการคือ การทำงานที่สามารถได้ค่าจ้างที่เป็นธรรม มีสวัสดิการที่ดี สามารถเปลี่ยนสายงานได้โดยได้รับค่าตอบแทนที่ดี การทำงานที่แบบรับ ความเสี่ยง กรณีช่วงโควิดมีการทำงานตั้งแต่ 08.00-22.00 น.บนมอเตอร์ไซค์ของตนเอง (สถานประกอบการ) โดยได้รับค่าจ้างเพียง 8,000 บาท และเขาก็หยุดเรียนไว้ก่อนเพราะไม่มีเงิน

กลุ่มทุนสามารถที่จะย้ายฐานรวมทุนได้ แต่แรงงานไม่สามารถที่จะรวมตัวเพื่อต่อรองข้ามสาขาได้ วันนี้มีการร่างกฎหมายแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ออกมามีการกำหนดโทษเรื่องการนัดหยุดงาน หรือการปิดงาน

การปรับเปลี่ยนด้านเทคโนโลยีใหม่ มีการเลิกจ้าง และการปรับเปลี่ยนก็มีการจ้างงานใหม่ขึ้นมา ซึ่งเป็นงานที่หุ่นยนต์ทำไม่ได้ ซึ่งต้องมีการพัฒนาทักษะฝีมือให้สอดคล้องกับงานใหม่ที่เกิดขึ้น ในความเป็นจริง คนทำงานไม่ได้ขี้เกียจ คนทำงานโดยเฉลียเพิ่มสูงขึ้น แต่รายได้ภายใน 40 ปีนี้มีค่าจ้างเพิ่มขึ้น 13% เท่านั้น ท่ามกลางโปร์ดักที่ผลิตเพิ่มขึ้น ผู้ใช้แรงงานหากต้องการที่มีชีวิตที่ดีต้องทำงานหนัก ทำโอทีเพิ่มขึ้น ทำงานกว่า 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์เพื่อให้รายได้เพียงพอต่อการดำรงชีวิต การเรียกร้องโบนัส เมื่อได้รับโบนัสมาก็นำมาโป่ะหนี้สิน ซึ่งความขยันของแรงงาน มีเพียงไม่กี่คนที่ได้รับความมั่งคั่งของการผลิตตรงนี้ กลุ่มทุนบอกคนรุ่นใหม่รวยได้แต่ว่า การขูดรีดจะสูงมากขึ้นในมรูปแบบใหม่ๆ

หากไม่ทำอะไรแล้วปล่อยไปตามกลไกการทำงาน และรัฐบาลก็คงปล่อยให้จบแบบนี้ คือใครถูกเลิกจ้างก็ถูกเลิกจ้างไป หรือให้ออกก็ออกไปได้ปล่อยตามกฎหมายแรงงาน คงจะมีการตกงาน 8 ล้านกว่าคน หรือมากกว่านี้ แต่เราจะปล่อยแบบนั้นไม่ได้ เราต้องมีรัฐสวัสดิการเข้ามาดูแลแบบถ้วนหน้า ระบบหลักประกันสุขภาพต้องเท่ากันไม่ควรมีระบบสุขภาพข้าราชการ ประกันสังคม หลักประกันสุขภาพมี 3 ระบบ ทำไมไม่ใช้ระบบเดียว และทำไมข้าราชการมีสวัสดิการที่ดี มีระบบการศึกษาฟรีให้กับลูกข้าราชการ และข้าราชการมีเบี้ยบำนาญ ซึ่งเป็นสวัสดิการที่ดีและคิดว่า ทุกคนควรมีสวัสดิการที่เท่าเทียมกัน เด็กต้องได้รับสวัสดิการดูแล ได้เรียนฟรีทุกคน หากอยู่ในประเทศที่ดีก็สามารถที่จะได้เรียนฟรี จบมาหนึ่งปีเพื่อค้นหางานชีวิตที่คุณอยากทำโดยได้รับค่าจ้างจากรัฐด้วย มีระบบบำนาญชราภาพเหมือนกัน

หากอยู่ในรัฐสวัสดิการ กับรัฐประหาร มีความต่างกัน คือเงินบาทแรกอาจอยู่กับเรือดำน้ำ พยาบาลได้แค่ค่าแรงขั้นต่ำ แต่หากเรามีรัฐสวัสดิการก็จะมีเงินบาทมาก็จัดสวัสดิการ ต้องการพยาบาลมากกว่าทหาร

หากประเทศไทยมีรัฐสวัสดิการ ประเทศไทยจะมีคนทำงานหรือไม่ หากเด็กเรียนหนังสือฟรีก็พบว่า พ่อแม่ก็ยังคงทำงาน เรามีเงินพอในการดูแลคนทุกคน เดิมประเทศที่มีรัฐสวัสดิการเดิมก็เป็นประเทศที่ยากจน เพียงแต่ปรับความคิด จากเดิมเงินที่ทเคยปรนเปรอคนข้างบนมาเป็นการให้กับประชาชนทุกคน และหากรัฐสวัสดิการประเทศไทยทำก็จะทำให้ประชาชนทุกคนได้รับสวัสดิการที่เท่าเทียมกัน

ขบวนการแรงงานจะทำอย่างไร เรากล่าวถึงผู้นำแรงงานในประวัติศาสตร์ที่ต่อสู้ถูกประหารถูกจับกุมคุมขัง ถูกอุ้มหาย เพื่อการที่จะเคลื่อนไหวให้ประเทศนี้มีประชาธิปไตย และเป็นรัฐสวัสดิการแบบถ้วนหน้า

สถาบันแรงงานเป้าหลอมอุดมการณ์แรงงาน สังคมและการเมือง” โดยนายวิชัย นราไพบูลย์ ผู้จัดการพิพิธภัณฑ์แรงงานไทย กล่าวว่า วิกฤติในประเทศการระบาดของโควิดเป็นวิกฤติที่ต้องก้าวข้ามกันอย่างไร รวมถึงวิกฤติการทางการเมืองด้วย ทุกปัญหาต้องแก้ด้วยการเมือง โดยขบวนการแรงงาน ซึ่งก็มีข้อจำกัดของขบวนการแรงงาน หากดูตัวเลของค์กรแรงงานพบว่า มีการจัดตั้งสหภาพแรงงานเพิ่มขึ้น ซึ่งเหมือนสหภาพแรงงาน แต่จำนวนสมาชิกกับน้อยลง ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับนโยบายที่จะได้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับอำนาจต่อรองของแรงงาน ด้วยจำนวนการรวมตัวเพื่อสร้างพลัง

องค์กรแรงงานยังพึ่งตนเองไม่ได้ องค์กรแรงงานระดับสภายังพึ่งเงินประกันสังคมในการจัดการศึกษา และการบริหารจัดการ เน้นการทำงานไตรภาคี ส่วนองค์กรที่ไม่ได้จดทะเบียนอย่างคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย หรือสมาพันธ์แรงงานต่างๆ ไม่ได้เน้นการทำงานไตรภาคี บางองค์กรมีการออกมาขับเคลื่อนเชิงนโยบายกับรัฐ ในหลายๆโอกาส

องค์กรแรงงานที่มีการจดทะเบียนในระดับสภาจะไม่ได้มีการขับเคลื่อนเชิงนโยบาย ไม่ได้มีการเคลื่อนไหวที่มีบทบาทเด่นชัด นอกจากวันแรงงานแห่งที่เป็นวันสำคัญ จึงออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้อง ปีละหนึ่งครั้ง หรือบางสภาได้รับการสนับสนุนทุนจากภายนอกก็มีการเคลื่อนนโยบายบ้างแต่ก็เป็นแบบเรียกร้องกินที่ละคำ ปรับสวัสดิการบ้างเล็กน้อย

ด้านแนวคิดแรงงานส่วนใหญ่ยังเป็นอุดมการณ์ฝ่ายขวา มีอุดมการณืฝ่ายซ้ายแบบสังคมนิยมที่ต้องการปรับเปลี่ยนแซมอยู่บ้าง หรือมองว่า การปกครองที่เป็นอยู่ของประเทศต้องมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งALCT ตอนนี้ก็มีแนวซ้ายเข้ามาแทรกมากขึ้น จะเห็นได้จากการที่มีการจัดเวทีทางการเมือง และการส่งผู้แทนเข้าไปลงการเมืองและได้ผู้แทนราษฎรที่เป็นผู้นำแรงงานด้วย

กระบวนการขับเคลื่อนทางสังคม การเคลื่อนไหวทางสังคม ซึ่งมีองค์ประกอบมากขึ้นในขบวนลักษณะเป็นเครือข่ายมากขึ้นในการขับเคลื่อนไม่ใช่องค์กรแรงงานเดี่ยวๆอย่างเรื่องเด็ก เรื่องผู้สูงอายุ ที่อยู่อาศัย ชุมชน เรื่องสิ่งแวดล้อม อย่างปัญหาโลกร้อน ด้วยปัญหาทุกอย่างมีความเชื่อมโยงกัน

จากการที่ทำงานประวัติศาสตร์ ก็เห็นว่า การรวมตัวขับเคลื่อนในขบวนการผ่านการรวมตัวเป็นสหอาชีวะกรรมกร เพื่อรวมทุกคนทุกสาขาอาชีพเข้าเพื่อการขับเคลื่อน ก็ถูกคุกคามด้วยอำนาจรัฐ และมีกฎหมายแรงงานฉบับแรกปี 2499 มีการรวมตัวกันเป็นสหภาพแรงงานได้ มีการรวมตัวกันเป็นกรรมกร 16 หน่วย ด้วยกฎหมายแรงงานให้สิทธิการรวมตัวได้เพียงแรงงานในสถานประกอบการใช้คำว่า ลูกจ้างเท่านั้นที่รวมตัวได้ ช่วงสำคัญอีกครั้งคือการรวมตัวกันแบบ 3 ประสาน กรรมกร ชาวนา นักศึกษา 14 ตุลาคม 2518 และ 6 ตุลาคม 2519 ด้วยแม้กรรมกรมีการรวมตัวเป็นสหภาพแรงงานได้ผ่านกฎหมายแรงงานสัมพันธ์ 2518 แต่การเคลื่อนไหวเป็นพลังทางสังคมของสามประสาน เพื่อเรียกร้องข้าวสารแพง ข้าวเปลือกรราคาถูก  ค่าจ้างต่ำ มีการนัดหยุดงานทั่วประเทศ การเคลื่อนไหวของขบวนแรงงานในอดีตส่งผลกระทบต่อรัฐบาลเผด็จการ การถูกปราบปรามจำกุมคุมขัง ประหารชีวิต และอุ้มหาย ซึ่งทุกวันนี้การอุ้มหายก็ยังคงมีอยู่

บทบาทขบวนการแรงงานกับการเมือง ในยุคหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475  มีพรรคสหชีพ เพื่อการสร้างอำนาจต่อรองทางการเมือง มีผู้แทนเข้าไปเป็นพฤธิสภา  มีการตั้งพรรคกรรมกร โดยกรรมกรรถไฟ ต่อมา ยุคก่อนและหลัง 14 ตุลา เรามีผู้แทนราษฎรที่มาจากพรรคแรงงาน แต่ว่าไม่ใช่ผู้ใช้แรงงาน และมีการการตั้งพรรคแรงงาน ที่มีหัวหน้าพรรคที่วนกันในครอบครัวแม้มีชื่อว่า พรรคแรงงานแต่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง

ยุครัฐประหารก็มีการให้ผู้แทนแรงงานเข้าสู่รัฐสภาในช่วงบรรยากาศภายใต้รัฐบาลเผด็จการ เป็นผู้แทนแบบแต่งตั้ง ยุคหลังรัฐประหารเข้าสู่ประชาธิปไตย เรามีผู้แทนแรงงานที่ได้รับการเลือกตั้งเข้าไป 2 ท่าน แต่สังกัดพรรคอื่น แม้ได้รับการเลือกตั้งแต่ว่า ก็ไม่ได้แก้ปัญหาของแรงงาน ด้วยนโยบายพรรคและการเป็นนักการเมืองก็ต้องหาเสียงกับกลุ่มคนในพื้นที่ที่ต้นอาศัย

ต่อมายุคหลัง 19 กันยายน 2549 ก็มีความพยายามในการตั้งพรรคสังคมธิปไตย แต่ก็ไม่ได้รับการเลือกตั้งเข้ามา และพรรคการเมืองใหม่ที่ก่อกิดพรรคการเมืองปัจจุบัน พรรคสังคมประชาธิปไตยไทย ซึ่งการลงสมัครก็ไม่ได้รับการเลือกตั้งแม้แต่คนเดียว แม้ว่า จะมีกรรมการบริหารพรรคเป็นผู้นำแรงงานก็ตาม และมีผู้นำแรงงานหลายท่านที่ลงสมัครเลือกตั้งในพรรคต่างๆแต่ไม่ได้รับการเลือกตั้งเข้าสู่สภาฯ

ยุคหลังรัฐประหารอีกครั้งตอนนี้เรามีสส.แรงงานเข้าสภา แบกปัญหาแรงงานเข้าไปเพื่อแก้ไขปัญหาจำนวนมาก ซึ่งหากมาเทียบดูว่า เราคือมีพรรคแรงงาน แต่คนที่ได้รับการเลือกตั้งไม่ใช่คนแรงงาน และอีกร่มคือคนแรงงานภายใต้ร่มอื่นที่ไม่ใช่พรรคของแรงงาน การทำงานก็อยู่ภายใต้นโยบายของพรรคนั้นๆแน่นอน ซึ่งการรณรงค์ของต่างประเทศของพรรคการเมือง พรรคแรงงาน มีการเดินทางเพื่อไปดูคนอื่นๆด้วย อย่างเช เกวารา ที่ออกไปเพื่อให้โลกเปลี่ยนคุณแล้วคุณเปลี่ยนโลก

ถึงเวลาแล้วหรือยังในการที่จะทำงานเชิงสถาบัน พิพิธภัณฑ์แรงงานไทยมีบทบาทในการให้การศึกษาประวัติศาสตร์แรงงาน มีนักศึกษา นักเรียนมาเรียนรู้จำนวนมากกว่า 40 สถาบัน และมีนักท่องเที่ยวที่เข้ามาท่องเที่ยวเรียนรู้ แต่งานของพิพิธภัณฑ์แรงงานไม่ใช่แค่ที่ท่องเที่ยว แต่มีองค์ความรู้จำนวนมากในการทื่จะให้การศึกษา ให้กับผู้ใช้แรงงานด้วย ขบวนการแรงงานควรมีกระบวนการสื่อสารเพื่อการปรับตัวเข้าสู่ยุค 4.0 เป็นยุคดิจิตอล สู่E-UNION สหภาพแรงงานต้องพัฒนาคน พัฒนาศักยภาพโดยมีเป้าหมาย

ภารกิจของสถาบันตั้งไว้ 2 เป้าหมายคือการสร้างเอกภาพ ซึ่งต้องมีการสร้างคนให้มีศักยภาพ ให้มีความสามารถมากขึ้น ภารกิจต่อมาคือการเรียนรู้โดยมีสรรพวิชาจำนวนมากแต่เราก็ต้องให้รู้ว่าต้องเรียนอะไรบ้างอย่าง จิตรสำนึก การพัฒนางานวิจัย ข้อมูลข่าวสาร การขับเคลื่อนเชิงนโยบาย อย่างที่เราต้องการรัฐสวัสดิการต้องทำงานร่วมกับกลุ่มต่างๆ เพื่อการขับเคลื่อนร่วมกันไม่สามารถเรียกร้องภายในองค์กรได้ ซึ่งยุทธศาสตร์มีต้องรบ ไม่รบก็ตาย ซึ่งยุทธศาสตร์แรงงานต้องกลับไปเป็นกำลังนำทางสังคมด้วย เราสามารถเป็นร่มใหญ่ที่คลุมทุกคนในสังคมได้

โดยเสนอว่า ต้องสร้างเอกภาพ ให้การศึกษาให้คิดในมุมกว้างมากกว่าในรั่วโรงงาน และสร้างคนให้คิดวิเคราะห์แยกแยะให้ได้ ในองค์กร และเข้าไปร่วมกันสร้างขบวนการแรงงาน และต้องเข้าไปรับรู้สังคมด้วยเพื่อการทำงานทางสังคม สร้างอำนาจทางการเมือง มีพลังมาก็แบ่งปันได้มาก หากมีอำนาจต่อรองน้อยก็ได้รับการแบ่งปันน้อย ขบวนการแรงงานจึงต้องมีการสร้างขบวนการแรงงานให้เข้มแข็ง เพื่อการเปลี่ยนแปลง

วันที่ 4 ตุลาคม 2563 ได้มีการจัดเสวนา แนวทางการเจรจาต่อรองประจำปี 2563

ดร.ภูภาร สมาทา ประธานสหพันธ์แรงงานโตโยต้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ด้วยแนวโตโยต้าที่มีการเจรจาต้นปี จบไปแล้ว และช่วงของโควิดระบาดก็มีการหยุดชะงักไปในกระบวนการผลิต ตอนนี้มีการผลิตตัวใหม่ออกมา แต่ก็ปีนี้น่าจะดีขึ้น และช่วงนี้ก็มีมาหมื่นคัน ตอนนี้ก็มีการตรวจสอบ และเสาร์ก็ต้องมีการทำงาน ตอนนี้ก็เชิงบวกในการผลิตมากขึ้น และคิดว่า ชิ้นส่วนยานยนต์ก็จะได้ผลพวงในกระบวนการยอดการผลิต ตอนนี้ในกระบวนการผลิตยังขาดคนอีก 110 กว่าคน แต่ไม่ได้รับคนเพิ่ม จึงประคองด้วยการทำโอที ซึ่งคนที่ออกจากงาน คือเกษียณทางเลือกเท่านั้นอยู่ที่ราว 300 คนเท่านั้นคนจึงอยู่เท่าเดิมยังไม่มีการเลิกจ้าง ด้วยยังไม่แน่ใจว่าจะเป็นอย่างไรในอนาคตเรื่องโควิด -19 มียอดคำสั่งซื้อเข้ามา ด้วยประเทศอื่นยังไม่มีความสามารถในการผลิตได้ จึงมีออเดอร์เข้ามา ตัวเลขเงินขึ้นของโตโยต้าจะจบในเดือนมีนาคม กรกฎาคมที่ผ่านมายอดประกอบการไม่ติดลบ เราติดลบเดือนมีนาคม เมษาย.2563 และกรกฎาคม2563 ยอดบวกขึ้น สิงหาคมก็ยังเป็นบวก การเจรจาใช้ยอดงบดุลปี 2562 ซึ่งยอดงบดุลตัวเลขอัตรามีความต่างกันไม่มาก การเจรจาดูอัตราเงินเฟ้อ และจีดีพีบริษัท และดูความร่วมมือของพนักงานกับบริษัทในการเซฟคอร์สร่วมกันด้วย ซึ่งกำไรต่อหัวอาจอยู่ที่ราวร้อยละ 1 สหภาพก็ตัวตัวเลขอัตราเงินเฟ้อ จีดีพี เคพีไอ อัตราผลกำไรก็อาจลดลงเล็กน้อย หรือใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา ส่วนโบนัส คิดว่าผู้บริหารกับการปรับขึ้นค่าจ้างคงไม่เท่าไร แต่โบนัสเป็นเงินก้อนใหญ่ ซึ่งเขาคำนวณตัวเล็ขได้ การเจรจา จบเดือนมีนาคม 2564

นายอาลี นิมะ ประธานสมาพันธ์แรงงานอีซูซุ กล่าวว่า ด้วยอีซูซุก็มีความต่างกับโตโยต้าในการผลิตรถ ส่วนประกอบการที่ผลิต ช่วงโควิดก็มีการชัตดาวน์ แต่ก็มีพนักงานบางส่วนทำงานบ้าง และกรรมการสหภาพแรงงานต้องทำงานมากกว่าเดิมในการที่มาดูแลสมาชิก การทำงานที่รัฐบาลให้ทำงานที่บ้าน แต่ว่างงานนั้นก็ต่างกับที่ทำงานในบริษัทด้วยต้องมีการรายงานตัว การผลิตของอีซูซุ มีการสลับกันทำงานทำบ้างหยุดบ้าง ตอนนี้ก็มีการทำงานเต็มระบบแล้ว และทำงานล่วงเวลาตลอดช่วงสองเดือนที่ผ่านมา และการทำงานของสมาพันธ์ฯก็มีการสื่อสารกันตลอดถึงกระบวนการผลิต เพื่อให้ทราบถึงการทำงานที่เราทำงานกันอย่างจริงจัง คิดว่า ด้วยราคาสินค้าอุปโภคบริโภคเท่ากันเวลาซื้อในร้านสะดวกซื้อ การยื่นข้อเรียกร้องต้องทำพร้อมกัน และตัวเลขควรเป็นตัวเลขเดียวกัน โบนัสผลประกอบการ ความร่วมมือ การอยู่ร่วมกัน การยื่นพร้อมกันเพื่อให้ได้สวัสดิการที่เหมือนๆกัน เท่ากัน วันเดียวกัน ตัวเลขโบนัส และเงินเดือน เราต้องคุยกัน ไม่ควรติดว่า ทำงานคนละบริษัท การแบ่งปันต้องสอดคล้องกับผลประกอบการ และจีดีพี

ดร.ธีระวิทย์  วงศ์เพชร ประธานสมาพันธ์แรงงานฮอนด้า กล่าวว่า ในส่วนของฮอนด้าก็ยังมีการอ้างโควิดอยู่ ซึ่งปีนี้เป็นฝันร้ายทั่วโลกในการเกิดโรคระบาดที่เกิดขึ้น ถือเป็นสิ่งท้าทายกับมนุษย์ทุกคน เศรษฐกิจโลกประเทศไทยอยู่ที่อันดับที่ 29 และโครงสร้างพื้นฐานอยู่อันดับที่ 44 หลังจากโควิด ธุรกิจที่จะเติบโตคือ แพทย์ และยา ผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพ อุปกรณ์กีฬา และปัญญาประดิษฐ์ที่เข้ามาทำงานในกระบวนการผลิต อีคอมเมิร์ซ ด้วยอาชีพเดิมมีจำกัด ทุกวันนี้มีอาชีพแกร็บ มีการใช้การจ้างงานผ่านระบบแพลตฟอร์มต่างๆซึ่งไม่มีใครคิดว่า จะมีการจ้างงานแบบไม่มีตัวตนขายแรงเป็นรายชั่วโมง ธุรกิจการศึกษาทางไกล ซึ่งเป็นการส่งเสริมการเรียน เพื่อหาผลกำไรของมหาวิทยาลัย เป็นการมุ่งในการพัฒนากระบวนการศึกษา เป็นการพัฒนาทักษะ เสริมความรู้

การจ้างงานใหม่ๆที่เกิดขึ้นทำให้การพัฒนากฎหมายคุ้มครองแรงงานพัฒนาไม่ทัน อย่างกรณีการหยุดงานเพราะโควิด การกักตัว ให้ได้รับค่าจ้าง แต่เมื่อไม่มีคนป่วยก็มีการออกกฎกระทรวงมาให้นายจ้างปิดกิจการให้ลูกจ้างรับ 62% แม้ไม่มีใครติดโรคระบาดไม่มีคนป่วย แต่ด้วยเราตามไม่ทันในสถานการณ์ ส่วนกระบวนการผลิตรถยนต์น้อยลง

การยื่นข้อเรียกร้อง ต้องดูผลประกอบการ และอยู่ที่อำนาจการต่อรองของสหภาพแรงงาน และดูว่าจะอยู่อย่างไรให้สมาชิกเข้าใจการอยู่แบบยั่งยืนมีอนาคต การเจรจาต้องมีข้อมูล มีเอกสาร มีความพร้อมด้วย

นายกิตติณัฐ ฉิมพลี สมาพันธ์แรงงานเด็นโซ่ กล่าวว่า การทำงานของเด็นโซ่ก็มีการทำงานแบบประสานงาน เพื่อสร้างความร่วมมือ ซึ่งเด็นโซ่สามารถผลิตชิ้นส่วนได้เอง ผลิตโรบอทได้เอง แต่ก็มีการใช่การรักษาชีวิตแรงงานก่อน มีการหยุดงานชั่วคราวตามมาตรา 75 สลับวันหยุด และมีการปรับเรื่องสวัสดิการบ้างเล็กน้อย ซึ่งได้มีการพูดคุยกับสมาชิกตลอดว่า อะไรที่ทำได้ และไม่ได้อย่างไร โดยผลกระทบกับผลประกอบการกระทบบ้าง หากขายไม่ได้กำไรลดลงก็กระทบแล้ว สถานการณ์ที่ปรึกษาหารือกันคือช่วยกันประคองตัวเองเพื่อให้กิจการสามารถไปได้ เรื่องเงินเดือนขึ้น ต้องรักษาคุณภาพชีวิตของแรงงานให้ดีขึ้น กาสรเจรจาดูจีดีพี บวกเคพีไอ เมื่อประมาณต้นปีมีการพูดคุยเรื่องข้อเรียกร้อง มีการทำแบบสอบถามสมาชิก และส่วนขององค์กรว่า สมาชิกไปทางไหน แนวคิดในการเรียกร้อง และแนวโน้มคือการต้องการพัฒนาสมาชิก การให้ความรู้ของสมาชิก การพัฒนาศักยภาพอาชีพที่สองของสมาชิก การขายของออนไลน์ เทรนข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ท่ามกลางหากนายจ้างต้องการผลกำไรมาขึ้นจะมีการทำงานร่วมกันอย่างไร

นายสมเกียรติ เจียดกำจร ประธานสมาพันธ์แรงงานฟอร์ด และมาสด้าฯ กล่าวว่า ส่วนของฟอร์ดมาสด้า เนื่องจากเป็นโรงงานรับจ้างทำของ โดยความร่วมมือระหว่างฟอร์ด และมาสด้า การได้รับผลกระทบก็เช่นเดียวกับทุกแบรน และได้รับผลกระทบมาตั้งแต่สงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกา และยอดการผลิตก็ลดลง ช่วงต้นปีมาเจอโควิดก็ได้รับผลกระทบโดยตรงที่พาสการผลิตไม่สามารถที่จะส่งชิ้นส่วนมาได้ ด้วยเราเป็นสินค้าส่งออกโดยตรงตอนนี้ส่งออกไม่ได้เลยยอดการผลิตลดลงจากยอดที่ตั้งไว้1.9 แสน ตอนนี้เหลือ1.3 แสน และยอดน่าจะลดลงเรื่อยๆ ผลกระทบตอนนี้บริษัทมีการเปิดโครงการสมัครใจลาออก แต่ก็โชคดีที่มีการอบรมอาชีพทางเลือกให้กับสมาชิกสหภาพมาแล้ว การเปิดสมัครใจลาออกรอบแรก 800 คน รอบที่สองก็อีก 800 คน สองครั้งมีพนักงานสมัครใจลาออก 1,600 คนแล้ว เรื่องการใช้มาตรา 75 คุ้มครองแรงงานก็มีการกำหนดขอบเขตร่วมกันว่า เริ่มที่ จ่าย 90% และลดลงมาที่ 80% แบบค่อยเป็นค่อยไป เพื่อพยุงรายได้ให้พนักงาน

แนวทางการเก็บสถิติกำไรของนายจ้าง และกระบวนการผลิต คือ เก็บที่ผ่านมาด้วยไม่ใช่ดูเพียงปีนี้เพื่อให้เห็นข้อมูลมาถึงปัจจุบัน และวันนี้เปลี่ยน แรงงานสัมพันธ์จะอยู่ดี และความสัมพันธ์ที่ดีหายเมื่อเจรจากันช่วงสองเดือน การเจรจามีการศึกษา มีการนำเคพีไอมาศึกษา เพื่อดูว่า อะไรเกี่ยวข้องกับพนักงานแค่ไหน ระดับไหน มีความเกี่ยวข้องกันแค่ไหน หากไม่เกี่ยวกันอย่ามากำหนดค่าเคพีไอด้วยไม่เกี่ยวกัน เพราะ ปีที่แล้วมีการเจรจาโดยใช้เคพีไอ ได้โบนัส 8 เดือน ปีนี้โควิดมา ยังไม่เป็นทางการ คือดูกำลังการผลิต ผลกำไร และเคพีไอด้วย ซึ่งการที่นายจ้างจะใช้ระบบกระบอกเงินเดือนมาจับ อันนี้ก็ต้องศึกษาเพื่อให้ชัดมากขึ้น

นายปิยะ พวงเพชร ประธานสหภาพแรงงานรถยนต์มิตซูบิชิฯ กล่าวว่า มิตซูบิชิ ตอนนี้การเข้ามาช่วงโควิด มีวิกฤติหลายช่วงตั้งแต่มีการยื่นข้อเรียกร้องเดือนพฤศจิกายน 2562 รถมิตซูบิชิการผลิต และขายในประเทศไทยด้วย การผลิตเพื่อส่งออกถูกยกเลิก 60%จาก 4 แสนคันหายไป 60% เมื่อออเดอร์หายก็กระทบพนักงาน ซึ่งก็ได้กำหนดเงื่อนไขร่วมกันเมื่อบริษัทเปิดสมัครใจลาออก ซึ่งหายไปกว่า 600 คน และมีบางส่วนที่หัวหน้างานมีการเรียกให้เข้าโครงการสมัครใจลาออก และมาร้องเรียนกับสหภาพแรงงาน จาก 700 คน มีคนไม่สมัครใจที่จะออกจำนวนหนึ่งที่มาร้องกับสหภาพแรงงาน มสีการให้หยุดงานแบบผลัดกันหยุด และบางคนที่มีการหยุดยาวก็มีการช่วยกันดูแลเพื่อไม่ให้ได้รับผลกระทบ การยื่นข้อเรียกร้องนั้น นายจ้างมีการยื่นข้อเรียกร้องสวนเพื่อให้มีการกำหนดการปรับค่าจ้างแบบใหม่ เดือนสิงหามีการยื่นเพื่อหยุดการเจรจาตอนนี้เรื่องก็อยู่ในครส.อยู่ และปีนี้ก็ต้องครบกำหนดในการยื่นข้อเรียกร้องอีกในเดือนพฤศจิกายนนี้ ก็จะยื่นการปรับขึ้นเงิน และโบนัส แต่ก็ยื่นเพื่อรักษาสภาพการจ้างเดิม หากว่า ต่ำกว่าโตโยต้า และฮอนด้าคนงานก็อาจย้ายไปทำงานโรงงานที่มีสภาพการจ้างที่ดีกว่า อย่างโตโยต้า ฮอนด้า ฟอร์ด มาสด้า เด็นโซ่เป็นต้น การเกษียณอายุก็ต้องมีเงินติดมือให้ลูกจ้างด้วย เพื่อเขาจะได้มีกำลังใจเห็นอนาคตของเขาด้วย

นักสื่อสารแรงงาน รายงาน