สปส.งัดของขวัญปีใหม่ให้ตรวจสุขภาพฟรี

%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84

ผู้ประกันตนกว่า 12 ล้านคน หลังปีใหม่สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ให้สิทธิตรวจสุขภาพพื้นฐานฟรี

วันที่ 24 ธันวาคม 2559 นายชาลี ลอยสูง รักษาการประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย(คสรท.) ได้กล่าวถึงเรื่องที่สำนักงานประกันสังคม ได้มีการจัดทำข้อกำหนดเรื่อง การตรวจสุขภาพของผู้ประกันตนกว่า 12 ล้านคน ตามพระราชบัญญัติประกันสังคมฉบับแก้ไข และคณะกรรมการแพทย์ได้ลงนามและอยู่ระหว่างประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งนายแพทย์สุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาสำนักงานประกันสังคม(สปส.)ได้มีการเปิดเผยว่าจะมีผลในวันที่ 1 มกราคม 2560 นั้น ตนเห็นว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีที่สำนักงานประกันสังคมมีการเริ่มต้นในการมองเรื่องการป้องกันด้วยการตรวจดูแลสุขภาพผู้ประกันตนเพื่อการดูแลรักษาตั้งแต่เบื้องต้น ก่อนที่จะเจ็บป่วยเรื้อรัง ซึ่งเดิมสปส.ไม่มีสิทธิประโยชน์ตรงนี้ ถือว่าเป็นความสำเร็จของผู้ใช้แรงงานที่เรียกร้องเรื่องนี้มายาวนานแล้วเป็นผลในวันนี้ถือเป็นของขวัญที่ดีต่อผู้ประกันตนทุกคน ซึ่งสิ่งที่ต้องการให้ทางสปส.ทำดีต่อไปก็เรื่องว่าจะทำอย่างไรให้สำนักงานประกันสังคมเป็นองค์กรอิสระ ผู้ประกันตนมีส่วนร่วม มีความโปร่งใสและตรวจสอบได้อย่างแท้จริง กฎหมายได้กำหนดแล้วว่าต้องจัดให้มีการเลือกตั้งอันนี้สปส.ต้องทำให้ชัดเจนเรื่องการมีส่วนร่วมของคนทุกคนที่เป็นผู้ประกันตนในการเลือกตัวแทนเข้าไปบริหาร มีมืออาชีพที่เข้ามาบริหารจัดการพัฒนาศักยภาพของกองทุนประกันสังคม การเพิ่มสิทธิประโยชน์ต่างๆให้ดียิ่งขึ้น เช่นครั้งนี้ก็ถือว่าการเพิ่มสิทธิในการตรวจสุขภาพจากเดิมไม่มีมาก่อนเป็นจุดเริ่มปีใหม่ที่ดี

%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b5-%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%87

 

นายชาลียังกล่าวอีกว่า การตรวจสุขภาพประจำปีซึ่งอยู่ในกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ที่กำหนดให้นายจ้างจัดให้มีการตรวจสุขภาพเบื้องต้นทุกปี การตรวจประกอบด้วยการเอ็กซเรย์ปอด ตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ ตรวจความดันโลหิต และตรวจตา หู จมูก เป็นการตรวจร่างกายทั่วไป หากพบอะไรผิดปกติทางแพทย์จะแจ้งตรงที่ตัวผู้ใช้แรงงานแล้วก็นัดเพื่อรักษา ซึ่งสิทธินี้เป็นไปตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานซึ่งบังคับใช้อยู่ หากตรวจเพิ่มมากกว่านี้ขึ้นอยู่กับสวัสดิการที่บริษัทจัดการให้

“การที่สปส.กำหนดเรื่องการตรวจสุขภาพประจำปี และมีการกำหนดตามอายุว่าสองปี สามปี ควรมีการตรวจอะไรบ้าง เห็นว่าเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน และหากพบสิ่งผิดปกติก็รักษาเป็นจรรยาบรรณของแพทย์ที่ต้องทำและช่วยเหลือผู้คน กรณีที่บางโรงพยาบาลที่ไม่ร่วมกับสปส.แล้ว หรือบางโรงพยาบาลเห็นแกประโยชน์สปส.ต้องพิจารณาด้วยเนื่องจากเงินที่อุดหนุนเข้าไปให้โรงพยาบาลไม่ใช่น้อยด้วยเป็นการเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขผู้ประกันตนที่แข็งแรงก็ไม่ได้ใช้สิทธิ ส่วนผู้ใช้สิทธิเจ็บป่วยก็ต้องรักษาดูแล้ให้ดีสมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เพราะทุกคนจ่ายเงินสมทบไม่ได้รักษาฟรี” นายชาลีกล่าว

นพ.สุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ได้เปิดเผยเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม ว่า จากมาตรา 63 (2) เรื่องการตรวจสุขภาพของผู้ประกันตน ของ พ.ร.บ.ประกันสังคมฉบับแก้ไขนั้น คณะกรรมการการแพทย์ได้ลงนามในข้อกำหนดดังกล่าวแล้ว อยู่ระหว่างประกาศในราชกิจจานุเบกษาซึ่งกำหนดการให้บริการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค กำหนดให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 สำหรับสิทธิประโยชน์ผู้ประกันตนทุกคน โดยการตรวจสุขภาพโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย แต่ต้องรับบริการในโรงพยาบาลตามสิทธิที่ผู้ประกันตนได้เลือกไว้ ทั้งนี้ การให้บริการตรวจสุขภาพจะเป็นแพคเกจที่มีการกำหนดไว้แล้ว โดยทางโรงพยาบาลจะเบิกค่าบริการกับทาง สปส.เองคิดตามแพคเกจ ไม่ได้คิดแบบเหมาจ่าย ซึ่งงบประมาณส่วนนี้คาดว่าในปีแรกจะใช้งบประมาณ 1,500-1,800 ล้านบาท

20160318_112618

ทั้งนี้ สำหรับการตรวจร่างกายของผู้ประกันตนกว่า 12 ล้านคน เรื่องการตรวจสุขภาพของผู้ประกันตน ของ พ.ร.บ.ประกันสังคมฉบับแก้ไขนั้น แบ่งเป็น ผู้ประกันตนทั่วไปตามมาตรา 33 มีจำนวน 10,477,172 ล้านคน และมาตรา 39 ซึ่งเคยเป็นลูกจ้างบริษัทตามมาตรา 33 แต่หลังจากที่ลาออก ได้ส่งเงินต่อเพื่อไม่ให้เสียสิทธิ มีจำนวน 1,276,282 ล้านคน และมาตรา 40 เป็นแรงงานนอกระบบอีก 2,236,612 ล้านคน และได้แบ่งตามกลุ่มอายุในการตรวจ ดังนี้

ตรวจร่างกายตามระบบ คือ
1.การคัดกรองการได้ยิน Finger Rub Test อายุ 15 ปีขึ้นไป โดยให้ตรวจได้ 1 ครั้งต่อปี
2.การตรวจเต้านมโดยแพทย์หรือบุคลากรสาธารณสุข อายุ 30-39 ปี ความถี่ตรวจได้ทุก 3 ปี อายุ 40-54 ปี ตรวจทุกปี อายุ 55 ปีขึ้นไป ตรวจตามความเสี่ยง
3.การตรวจตาโดยความดูแลของจักษุแพทย์ อายุ 40-54 ปี ตรวจได้ 1 ครั้งต่อปี อายุ 55 ปีขึ้นไป ตรวจทุก 1-2 ปี
4.การตรวจด้วยสาขา Snellen eye Chart อายุ 55 ปีขึ้นไป ตรวจได้ 1 ครั้งต่อปี

การตรวจทางห้องปฏิบัติการ  ดังนี้
1.ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด CBC อายุ 18-54 ปี ตรวจ 1 ครั้ง อายุ 55-70 ปี ตรวจ 1 ครั้งต่อปี
2.การทำงานของไต อายุ 55 ปี ตรวจ 1ครั้งต่อปี
3.ไขมันในเส้นเลือดชนิด Total HDL cholesterol อายุ 20 ปี ตรวจทุก 5 ปีขึ้นไป

การตรวจอื่นๆ คือ
1.เชื้อไวรัสตับอักเสบ HBsAg ตรวจ 1 ครั้ง
2.มะเร็งปากมดลูก Pap Smear ตรวจอายุ 30-54 ปี ตรวจทุก 3 ปี อายุ 55 ปีขึ้นไปตรวจตามความเหมาะสม หรือ
3. ตรวจมะเร็งปากมดลูกวิธี VIA อายุ 30-54 ปีขึ้นไปตรวจทุก5 ปี อายุ 55 ปีขึ้นไป แนะนำให้ตรวจแปปสเมียร์
4.ตรวจเลือดในอุจจาระ FOBT อายุ 50 ปีขึ้นไป ตรวจ 1 ครั้งต่อไป
5. การเอ็กซ์เรย์ทรวงอก Chest x–ray อายุ 15 ปีขึ้นไป ตรวจ 1 ครั้ง

นักสื่อสารแรงงาน รายงาน