ศาลฏีกาสั่งจ่ายเงินทดแทนแรงงานพม่าหลังสู้คดีมาร่วม 9 ปี

Share on facebook
Share on google
Share on twitter

ศาลฏีกามีคำพิพากษา แรงงานพม่าได้รับเงินค่าทดแทนกรณีแขนขาดจากการทำงาน 345,384 บาท หลังต่อสู้คดีกับนายจ้างยืดเยื้อยาวนานมาเป็นเวลา 9 ปี 8 เดือน 29 วัน

เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2562 นายราเมย์ หรือ นายกูล่าห์มิน แรงงานข้ามชาติสัญชาติพม่า ได้รับเงินทดแทนแขนขวาขาดเนื่องจากประสบอันตรายจากการทำงานในโรงงานพลาสติกย่านจังหวัดสมุทรสาคร โดยได้รับเงินค่าทดแทน 345,384 บาท ตามคำพิพากษาของศาลฎีกา หลังจากมูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา (มสพ.) สนับสนุนทนายความในการให้ความช่วยเหลือต่อสู้คดีกับนายจ้างซึ่งยืดเยื้อยาวนานกว่าแปดปี

เมื่อนายราเมย์ ได้ประสบอันตรายถูกเครื่องจักรตัดแขนขาด แรงงานไม่ทราบว่าตนเองมีสิทธิตามกฎหมายที่จะได้รับเงินทดแทนจากกองทุนเงินทดแทนหรือนายจ้าง จึงไปร้องเรียนสำนักงานประกันสังคมล่าช้าหลังจากพ้นกำหนด 180 วันไปแล้ว อย่างไรก็ตามสำนักงานประกันสังคม เมื่อได้รับคำร้องจากนายราเมย์ ก็มีคำสั่งให้นายจ้างจ่ายเงินทดแทนจำนวนดังกล่าวแก่แรงงาน แต่นายจ้างอ้างว่าแรงงานจงใจทำให้ตนเองแขนขาด และยื่นเรื่องเพื่อขอเงินทดแทนต่อสำนักงานประกันสังคมเกิน 180 วันนับแต่วันที่อ้างว่าประสบอุบัติเหตุ จึงได้วางเงินค่าทดแทนตามคำสั่งโดยวางไว้ต่อศาลแล้วฟ้องเพิกถอนคำสั่งสำนักงานประกันสังคมต่อศาลแรงงาน ต่อมาแม้ศาลแรงงานได้มีคำพิพากษาให้นายจ้างจ่ายเงินตามคำสั่งของสำนักงานประกันสังคมแล้ว นายจ้างยังอุทธ์คำพิพากษาไปยังศาลฎีกาจนเมื่อวันทื่ 17 กันยายน 2561 ศาลแรงงานกลาง (นนทบุรี) ได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3588/2561ซึ่งมีคำพิพากษาว่า

“จำเลยร่วม (นายราเมย์ แรงงานชาวพม่า) ไม่ได้จงใจทำให้ตนเองประสบอันตรายมือขาด ส่วนระยะเวลาการยื่นคำร้องขอรับเงินทดแทนภายใน 180 วัน ตามพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ. 2537มาตรา 49 นั้น เป็นเพียงกำหนดเวลาเร่งรัดให้ลูกจ้างตามมาตรา 20 ใช้สิทธิโดยเร็วเท่านั้น ไม่ใช่บทบัญญัติตัดสิทธิของลูกจ้างตามกฎหมายที่จะได้รับเงินทดแทน ดังนั้นแม้จำเลยร่วมยื่นคำร้องขอรับเงินทดแทนเกิน 180 วัน นับแต่วันที่จำเลยร่วมประสบอันตราย จำเลยร่วมก็ยังมีสิทธิได้รับเงินทดแทนตามกฎหมาย”

อย่างไรก็ตามแม้ศาลฎีกาจะได้มีคำพิพากษาตั้งแต่ 17 กันยายน 2561 ให้นายจ้างจ่ายเงิน แต่ลูกจ้างก็ยังต้องใช้เวลานานมาก กว่าจะได้รับเงินตามคำพิพากษา แนวปฏิบัติเดิมลูกจ้างสามารถยื่นคำร้องขอรับเงินจากศาลได้ทันทีเมื่อคดีถึงที่สุด แต่ปัจจุบัน สำนักงานประกันสังคมต้องรับเงินจากศาลเพื่อนำไปจ่ายให้แก่ลูกจ้างอีกทอดหนึ่ง โดยเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2562 นายราเมย์หรือนายกูล่าห์มิน เพิ่งได้รับเงินทดแทนจากสำนักงานประกันสังคมจังหวัดสมุทรสาครตามคำพิพากษาดังกล่าวเป็นเงินทั้งสิ้น 345,384 บาทไปแล้ว ซึ่งนับแต่วันที่ 17กันยายน 2561 อันเป็นวันอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา จนถึงวันที่ 10 พฤษภาคม 2562 เป็นเวลาเกือบ 8 เดือนที่นายราเมย์หรือ นายกูล่าห์มินจะได้รับเงินทดแทนดังกล่าว ในคดีนี้เห็นได้ว่านายราเมย์หรือนายกูล่าห์มิน ได้อดทนทำงานมีเพียงมือซ้ายที่สามารถใช้งานได้ และต่อสู้เรียกร้องสิทธิของตนที่พึ่งได้จนคดีถึงที่สุด นับแต่วันที่ 14สิงหาคม 2552 ซึ่งเป็นวันประสบอันตรายจนถึงวันที่ได้รับเงินทดแทนเป็นเวลากว่า 9 ปี 8 เดือน 29 วัน อันเป็นระยะเวลาที่ยาวนานมาก

เกี่ยวกับเรื่องนี้ มูลนิธิพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา (มสพ.) เห็นว่าการที่สำนักงานประกันสังคมยังคงปฏิเสธไม่ให้แรงงานข้ามชาติบางประเภทสามารถรับเงินทดแทนการสูญเสียอวัยวะเนื่องจากประสบอุบัติเหตุจากการทำงานจากกองทุนเงินทดแทนได้โดยตรง มีลักษณะเป็นการเลือกปฏิบัติ ทำให้แรงงานข้ามชาติต้องประสบกับอุปสรรค ปัญหายุ่งยากและล่าช้าในการรับเงินทดแทนเป็นอย่างมาก จนหลายคนยกเลิกสิทธิเรียกร้องดังกล่าว ดังนั้นสำนักงานประกันสังคม ควรยกเลิกกฎระเบียบและข้อบังคับต่างๆที่เป็นอุปสรรคและสร้างภาระในการเข้าถึงกองทุนเงินทดแทนของแรงงานข้ามชาติ โดยปฎิบัติตามเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537 ซึ่งศาลปกครองสูงสุดคดีระหว่างนายโจ (ไม่มีนามสกุล) กับพวก ผู้ฟ้องคดี กับ สำนักงานประกันสังคม(คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.821/2558 http://hrdfoundation.org/?p=1407&lang=en ) และศาลฎีกา คดีระหว่าง นางหนุ่ม ไหมแสง โจทก์ กับ นายสุรินทร์ จิรวิศิษฏ์ ที่ 1 กับพวกรวม 13 คน นางหนุ่ม ไหมแสง แรงงานข้ามชาติชาวไทยใหญ่ สัญชาติพม่า (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15582/2558 http://hrdfoundation.org/?p=1514&lang=en) ที่ให้แรงงานข้ามชาติสามารถรับเงินจากกองทุนเงินทดแทนได้
—————————————————————————————–
ข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ
นางสาวจันจิรา จันทร์แผ้ว ทนายความ 065 741 5395 email: junfullmoon@gmail.com