คุณภาพชีวิตลูกแรงงานข้ามชาติกับการศึกษา

20150716_125532

โดย ดาวเรือง ชานก นักสื่อสารแรงงานศูนย์อ้อมน้อย – อ้อมใหญ่

การที่เครือข่ายนักสื่อสารแรงงานได้มีโอกาสลงพื้นที่มูลนิธิเพื่อเยาวชนชนบท เขตบางบอน กรุงเทพฯ ทำให้ทราบว่า ยังมีเด็กๆข้ามชาติจำนวนไม่น้อยในเขตพื้นที่บางบอน และบางขุนเทียน ที่มีโอกาสได้เรียนหนังสือและมีผู้ดูแล เมื่อพ่อและแม่ต้องไปทำงานก็จะนำลูกมาเรียน

จากการที่ประเทศไทยเปิดประเทศให้มีการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมเพื่อเร่งพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ทำให้ขาดแคลนแรงงานจำเป็นต้องมีนโยบายรับแรงงานข้ามชาติเข้ามาทำงานในประเทศเป็นจำนวนมาก เช่น เมียนมาร์ กัมพูชา ลาว การใช้แรงงานข้ามชาติเพื่อสร้างเศรษฐกิจของประเทศให้เจริญเติบโต แต่รัฐเองไม่ได้มีนโยบายในการรองรับคุณภาพชีวิตของพวกเขาเหล่านี้เลย แม้แต่ระบบครอบครัวของแรงงานข้ามชาติ เมื่อต้องมาทำงานตั้งแต่วัยหนุ่มสาวโอกาสที่พวกเขาจะมีครอบครัวอยู่ในประเทศไทยก็สูงตามไปด้วยและเมื่อมีบุตรถ้าไม่ส่งกลับไปยังประเทศของตนเพื่อให้พ่อแม่ที่อยู่ทางบ้านช่วยดูแลให้ แรงงานข้ามชาติที่มีบุตรก็ต้องเลี้ยงดูเอง ซึ่งจะเห็นได้จากแรงงานที่ทำงานในภาคเกษตรหรืองานก่อสร้างที่สามารถนำลูกไปด้วยได้ หากทำงานในภาคอุตสาหกรรมก็ต้องจ้างเขาเลี้ยงในช่วงที่ต้องไปทำงาน แต่ลูกของแรงงานข้ามชาติส่วนใหญ่จะมีโอกาสได้เรียนหนังสือหรือไม่หากไม่ได้กลับไปยังประเทศของตน หลายคนคงเคยได้ยินคนพูดถึงเด็กเร่ร่อน หรือพวกเด็กจรจัด แต่เด็กติดตามหรือผู้ติดตามคงยังไม่คุ้นเคยกันสักเท่าไหร่เพราะคำนี้จะไม่ใช่ใช้กับเด็กไทยแต่ใช้กับต่างชาติด้วย

จากการลงพื้นที่มูลนิธิเพื่อเยาวชนชนบท เขตบางบอน กรุงเทพฯ ทำให้ทราบว่ายังมีเด็กๆข้ามชาติจำนวนไม่น้อยในเขตพื้นที่บางบอน และบางขุนเทียน ที่มีโอกาสได้เรียนหนังสือและมีผู้ดูแลเมื่อพ่อและแม่ต้องไปทำงานก็จะนำลูกมาเรียนที่มูลนิธิเพื่อเยาวชนชนบท

20150716_134238

นางสาวลัดดาวัลย์ หลักแก้ว เจ้าหน้าที่มูลนิธิเพื่อเยาวชนชนบท และครูผู้สอน กล่าวว่า เดิมเคยเป็นศูนย์แรงงานพลัดถิ่นซึ่งทำงานกับแรงงานข้ามชาติและคนไทยใหญ่ที่ไม่มีสัญชาติ รวมถึงคนไทยอพยพที่ไม่มีหลักฐานทางทะเบียนราษฎร์แล้ว แต่ศูนย์แห่งนี้ได้เปลี่ยนมาดูแลลูกของแรงงานข้ามชาติและสอนหนังสือให้กับเด็กข้ามชาติแทน ศูนย์การเรียนเด็กข้ามชาติตั้งขึ้นในปี 2552 ตอนนั้นยังไม่มีงบประมาณสนับสนุนจะมีเด็ก 40 กว่าคน ปัจจุบันมี 80 กว่าคน มีครูประจำ 4 คน และเจ้าหน้าที่ที่เป็นครูผู้สอนรวม 9 คน มีครูอาสาสมัครที่มาบางเวลาและวันอาทิตย์ 8 คนทางศูนย์มีรถรับส่ง และมีอาหารมื้อเที่ยงให้เด็กรับประทานทุกวันที่มาเรียน เด็กที่มาเรียนที่ศูนย์ วันจันทร์ – วันศุกร์ เสียค่าใช่จ่ายสมทบเดือนละ 400 บาท หากเดือนไหนไม่มีก็พูดคุยกันได้ ซึ่งเด็กที่มาเรียนจะเป็น มอญ ไทยใหญ่ พม่า เนปาล กะเหรี่ยง

ทางมูลนิธิมีการจัดการศึกษาให้ 2 ระดับ คือ เด็กอนุบาล 1 -3 และเด็กโตที่ยังพูดภาษาไทยไม่ได้จะแบ่งเป็นระดับชั้น กศน.ปกติจะมีเด็กโตอายุ 15-16 ปี แต่ที่ศูนย์นี้มีเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ทางมูลนิธิฯได้มีการทำงานร่วมกับการศึกษานอกโรงเรียน (กศน.)เพื่อปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอนเพื่อให้เด็กสามารถเรียน กศน. ถ้าเด็กข้ามชาติเหล่านี้ลงทะเบียนเรียนกับ กศน.จะได้วุฒิการศึกษา แต่การจัดการศึกษาของศูนย์เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้เด็กสามารถไปเรียนกับศูนย์ กทม.ในโรงเรียนในระบบได้ เด็กที่เข้ามาเรียนกับศูนย์มีเป้าหมาย 2 ส่วนของผู้ปกครอง ที่เราตั้งศูนย์เพราะมีปัญหาของเด็กผู้ติดตามไม่มีที่เรียน ประกอบด้วย หนึ่งเด็กไม่มีผู้ดูแลเมื่อผู้ปกครองไปทำงาน และเด็กโตมีปัญหาการสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น และไม่มีสถานที่ดูแลให้เด็กมีความปลอดภัย ผู้ปกครองต้องการให้มีที่ดูแลเด็กในระหว่างวัน และต้องการให้ลูกมีโอกาสในการเรียนต่อ และอีกส่วนหนึ่งนำลูกมาด้วยตั้งแต่ยังอายุเพียง 6-7 ปี เพื่อให้ลูกมาทำงานด้วย และบางส่วนให้มาเรียนที่ศูนย์เพื่อเตรียมความพร้อมให้ลูกไปเรียนในระบบต่อที่ศูนย์ กทม. และการมีศูนย์เพื่อลดปัญหาการย้ายถิ่นของแรงงานข้ามชาติ เพราะพ่อแม่ต้องการให้มีคนดูแลลูกเมื่อตนต้องไปทำงาน

20150716_145652

เด็กข้ามชาติที่มาเรียนที่ศูนย์แห่งนี้ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี จะเห็นได้จากเด็กๆมีอาหารมื้อเที่ยงให้ทานทุกวันโดยผลัดกันเป็น 3 ผลัด เด็กเล็กจะได้ทานก่อนรุ่นพี่ หลังจากทานมื้อเที่ยงเสร็จเด็กๆก็จะได้เล่นกัน ส่วนเด็กเล็กก็จะมีคุณครูพาไปนอนในห้องของเด็กเล็ก ส่วนเด็กโตก็ต้องเรียนหนังสือ เลิกเรียนเวลา 15.30 น.หากผู้ปกครองยังไม่มารับก็จะมีครูคอยดูแลให้ หรือผู้ปกครองที่มารับลูกของตนช่วยดูแลต่อจากคุณครูอีกที ศูนย์แห่งนี้เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของแรงงานข้ามชาติที่เข้ามาทำงานอยู่ในพื้นที่บางบอน และบางขุนเทียน และทำให้เด็กข้ามชาติได้มีโอกาสในการศึกษา แต่ยังมีแรงงานข้ามชาติอีกจำนวนมากที่ต้องเผชิญกับความยากลำบากที่มามีบุตรในเมืองไทยบางคนถึงกับต้องลาออกจากงานเพื่อเลี้ยงดูลูกเองให้สามีทำงานเพียงคนเดียวเพราะไม่สามารถหาคนดูแลลูกของตนได้หากไปทำงาน