วันสตรีสากล แรงงานยื่น 9 ข้อ แก้ปัญหาผู้หญิงและเด็ก

คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) และสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) ยื่นข้อเสนอ 9 ข้อนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ในวันสตรีสากล 8 มีนาคม 2565 โดยมีเนื้อหาดังนี้

นับศตวรรษที่มีการก่อกำเนิดวันที่ 8 มีนาคม วันสตรีสากล ซึ่งมาจากการต่อสู้ของแรงงานหญิง ด้วยความกล้าหาญที่เสียสละเลือดเนื้อและชีวิตให้คนรุ่นหลังได้รำลึกถึงตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาแรงงานหญิงมีบทบาทอย่างสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ การเมืองในประเทศและเศรษฐกิจโลก แต่ในช่วงวิกฤตการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งเป็นวิกฤตของโลกและเป็นวิกฤตเศรษฐกิจในประเทศที่ประชาชนต้องเผชิญกับชะตากรรมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การแพร่ระบาดของโรคร้ายทำให้มีการเจ็บป่วยและล้มตายเป็นจำนวนมาก อุปกรณ์ป้องกัน ยารักษาโรค ไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน สถานการณ์เลวร้ายเพิ่มขึ้นเมื่อมีการล็อกดาวน์ โรงงานอุตสาหกรรม งานก่อสร้างห้างร้านปิดตัวลงซึ่งผู้ใช้แรงงานทั้งที่เป็นแรงงานหญิง ชาย เพศสภาพ รวมถึงแรงงานข้ามชาติได้รับผลกระทบกันอย่างทั่วถึง แม้รัฐบาลจะมีมาตรการต่างๆ ออกมารองรับแต่ก็เป็นเพียงการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ ความยากลำบากนี้กลับเพิ่มทวีความรุนแรงมากขึ้นเมื่อรัฐบาลไม่สามารถควบคุมราคาพลังงานได้ ปล่อยให้น้ำมัน ก๊าซหุงต้ม ไฟฟ้า ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ข้าวปลาอาหาร ค่าครองชีพสูง ส่งผลกระทบต่อปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชน คนยากจนลง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ใช้แรงงาน ปัญหานี้ยังส่งผลกระทบไปถึงครอบครัว เด็กๆ ลูกๆ ของผู้ใช้แรงงานที่ไม่สามารถไปเรียนแบบปกติได้ ขาดความรู้ ขาดทักษะ ปัญหาครอบครัวแตกแยก เด็กๆ อ่อนแอในผลการเรียน เหตุผลนี้เป็นเพียงหนึ่งส่วนของแรงงานหญิงที่ต้องเผชิญกับความยากลำบาก
และต้องการให้รัฐบาลแสดงความรับผิดชอบอย่างจริงใจ

วันสตรีสากลในปีนี้ เครือข่ายแรงงาน เครือข่ายผู้หญิง เครือข่ายเพศภาพ ขอเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้แรงงานหญิง เร่งดำเนินการทางนโยบาย กฎหมาย เพื่อปกป้องคุ้มครอง และเยียวยาสิทธิของผู้หญิงให้อยู่อย่างมีศักดิ์ศรีตามหลักการกฎบัตรขององค์การระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการประสานความร่วมมือกับนายจ้างผู้ประกอบการ การทำธุรกิจต้องไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชน ไม่ฉกฉวยสถานการณ์วิกฤตโควิด-19 เลิกจ้าง ลอยแพ เอารัดเอาเปรียบคนงานหญิง และเลือกปฏิบัติ กีดกันแรงงานข้ามชาติ โดยเฉพาะการละเมิดสิทธิแรงงานหญิง (การเลิกจ้างแรงงานหญิงตั้งครรภ์) ถือเป็นการละเมิดสิทธิ์ทางเพศที่รุนแรง นายจ้างบางส่วนได้ใช้ช่องว่างของกฎหมายทำให้คนงานสูญเสียสิทธิและขาดโอกาสในการทำงานที่มั่นคง ยั่งยืน ไร้ความเป็นธรรม ส่งผลถึงคุณภาพชีวิตตัวคนงานเอง ครอบครัว สังคม และเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ

คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) และสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.)
มีมติร่วมกันที่จะยื่นข้อเสนอต่อรัฐบาลเนื่องในวันสตรีสากลประจำปี 2565 พร้อมกับติดตามข้อเสนอในหลายปีที่ผ่านมาที่รัฐบาลยังมิได้ดำเนินการ หรือบางข้อที่ดำเนินการบ้างแล้วแต่ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์และล่าช้าเพื่อให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ดังต่อไปนี้

  1. รัฐต้องรับรองอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 183 ว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิความเป็นมารดา
  2. รัฐต้องกำหนดให้ผู้หญิงมีสิทธิลาคลอดได้ 180 วัน และให้ผู้ชายลาไปดูแลภรรยาคลอดบุตร
    ได้ 30 วัน โดยได้รับค่าจ้างตามที่จ่ายจริง 100% และให้เร่งรัดการจ่ายค่าจ้างวันลาคลอด 98 วันตามมติคณะรัฐมนตรีที่เห็นชอบให้ครบถ้วน
  3. รัฐต้องรับรองอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 190 ว่าด้วยการขจัดความรุนแรงและการล่วงละเมิดในโลกแห่งการทำงาน โดยเฉพาะการเลิกจ้างหญิงตั้งครรภ์และการล่วงละเมิดทางเพศให้เป็น คดีอาญา ที่ยอมความไม่ได้
  4. รัฐต้องรับรองอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 189 ว่าด้วยงานที่มีคุณค่าสำหรับลูกจ้างทำงานบ้าน ให้ได้รับสิทธิประโยชน์ อยู่อย่างมีศักดิ์ศรีและไม่ถูกละเมิดสิทธิคนทำงานทุกรูปแบบ และอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 177 ว่าด้วยงานที่รับไปทำที่บ้าน เพื่อให้แรงงานได้รับการคุ้มครองอย่างเคร่งครัดและค่าจ้างที่เป็นธรรม
  5. รัฐต้องกำหนดมาตรการเพื่อขจัดการละเมิดสิทธิแรงงานทุกรูปแบบ รวมถึงหามาตรการปกป้อง คุ้มครอง และเยียวยา เพื่อสร้างความมั่นคงในการทำงานและเข้าถึงสิทธิสวัสดิการอย่าง
    เป็นธรรมและเท่าเทียมให้เป็นไปตามหลักการ การดำเนิน “ธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน” (UNGP)
    ที่รัฐบาลไทยได้ให้สัตยาบัน แต่ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ
  6. รัฐต้องจ่ายเงินอุดหนุนเด็กเล็กถ้วนหน้า 0-6 ปี เดือนละ 600 บาท
  7. รัฐต้องกำหนดสัดส่วนที่เท่ากันระหว่าง หญิง-ชาย และเพศสภาพในการตัดสินใจของคณะกรรมการทุกมิติ ทุกระดับ เพื่อความเท่าเทียมและเป็นธรรม
  8. รัฐต้องกำหนดให้ วันที่ 8 มีนาคมของทุกปีเป็นวันหยุดตามประเพณี
  9. รัฐต้องจ่ายค่าจ้างขั้นต่ำ ให้เป็นไปตามหลักการองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ให้สามารถเลี้ยงดูครอบครัวได้อย่างมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ข้อเรียกร้องนี้ ได้ยื่นมาหลายปีแต่รัฐบาลหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังมิได้ดำเนินการให้เป็นรูปธรรม
    หวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่าน นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และรัฐบาลจะให้ความสำคัญกับสิทธิ
    และบทบาทของสตรีด้วยการดำเนินการตามข้อเสนอที่ “คณะทำงานวันสตรีสากล 2565 ” อันประกอบด้วยคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) และ สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) รวมถึงเครือข่ายสตรีทุกภาคส่วน ทุกสาขาอาชีพ ได้นำเสนอในปีนี้เพื่อให้ท่านดำเนินการโดยเร็วซึ่งจะเป็นการแสดง
    ออกถึงความจริงใจของรัฐบาลในการยกระดับสิทธิและสวัสดิภาพของผู้หญิงให้อยู่อย่างมีศักดิ์ศรีคนทำงาน
    ในสังคมต่อไป

นักสื่อสารแรงงาน