ล้านนา 4.0 กับฅนงานทุกเวลา สถานที่

4.0 ฅนงานทุกเวลา สถานที่ บทสรุปคือ ความไม่อิสระ นักวิชาการเสนอต้องรวมกลุ่มสร้างอำนาจต่อรอง
เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2560 ที่เซ็นทรัลพลาซา แอร์พอร์ต เชียงใหม่ ได้มีการจัดงานโครงการนิทรรศการประวัติศาสตร์แรงงานภาคเหนือ เรื่อง ฅน (งาน)สร้างบ้านแป๋งเมือง ซึ่งจัดตั้งแต่วันที่ 21-23 เมษายน 2560 โดยความร่วมมือของเครือข่ายแรงงานภาคเหนือ มูลนิธิฟรีดริค เอแบร์ท มูลนิธิพิพิธภัณฑ์แรงงานไทย สถาบันทิศทางไท คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สมาคมวิถีทางเลือกเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน และองค์กรพัฒนาเอกชนภาคเหนือ ฯลฯ ในการเสวนา “ล้านนา 4.0 กับคนงานทุกเวลา สถานที่” ซึ่งจัดโดยสถาบันแรงงานและเศรษฐกิจที่เป็นธรรม ร่วมกัยมูลนิธิสื่อประชาธรรมดำเนินรายการโดย คุณเกรียงศักดิ์ ธีระโกวิทขจร

คุณภิญญพันธ์ พจนะลาวัณย์ นักวิชาการ กล่าวว่ายุค 4.0 ยถคแห่งเทคโนโลยี การที่ทำงายเป็นอาจารย์สอนในมหาวิทยาลัยนั้นก็จะทำงานอยู่ในมหาวิทยาลัย ช่วงปิดเทอมก็จะเป็นอิสระบ้างจากการสอนนักศึกษา ถามว่าการทำงานของอาจารย์ปัจจุบันกับการใช้เทคโนโลยีนั้นก็มีการนำมาเป็นเครื่องมือในการสอน และใช้ในการสื่อสารระหว่างอาจารย์กับลูกศิษย์มากขึ้นผ่านระบบออนไลน์ สำหระบอาจารย์ยุคใหม่การสอนหรือให้คำปรึกษา ซึ่งเดิมนักศึกษาต้องมาเพื่อขอคำปรึกษาอาจารย์ตอนนี้เปลี่ยนเป็นการสื่อสารผ่านสังคมออนไลน์ แม้แต่การนัดประชุมคณะ การสื่อสารงานวิจัยหรือบทความต่างๆก็เข้าระบบสื่อออนไลน์ ไม่ค่อยมีการจัดทำเป็นหนังสือเล่ม รวมถึงวารสารด้วย การเรียนการสอนก็มีบางสถาบันใช้ระบบออนไลน์ หรือบันทึกเทปการสอนมาฉายเพื่อสอนซ้ำอีก ถามว่า เทคโนโลยีมีผลอย่างๆกับชีวิตของอาจารย์นักวิชาการอย่างไร ก็คือว่ามีทั้งดี และเสีย ดีมีเครื่องมือใหม่ๆในการส่งเสริมการสื่อสารการให้ความรู้ ผลเสียคือเอาเวลาความอิสระไปหมด วันหยุดอาจมีการสื่อสารกับนักศึกษา ต้องให้คำปรึกษาผ่านสังคมออนไลน์ ต้องทำงานเพิ่มขึ้น ซึ่งประเด็นสำคัญของความเป็นแรงงานนักวิชาการคือไม่สามารถรวมกลุ่มเป็นสหภาพแรงงานอย่าง แรงงานเอกชนในโรงงานอุตสาหกรรมได้ เคยมีแนวคิดที่จะรวมตะวกันเพื่อตั้งสหภาพแรงงานในการต่อรองเรื่องสภาพการจ้าง การทำงาน สวัสดิการ แต่ว่ากฎหมายแรงงานไม่เอื้อให้รวมตัวได้ และมองว่าเป็นพนักงานของรัฐรวมตัวเป็นสหภาพไม่ได้ เมื่อรวมตัวกันไม่ได้ จึงไม่มีอำนาจในการต่อรอง ทำให้สภาพการทำงานถูกเอาเปรียบเป็นต้น

คุณอรรคณัฐ วันทนะลาวัณย์ ตัวแทนแรงงานฟรีแลน์ ผู้ประกอบการแอนด์บี เล่าว่า การทำงานของตนนั้นเป็นการใช้ระบบเทคโนโลยีสมัยใหม่ในการทำงานในระแบบบริษัทนิติบุคคล แต่ขึ้นอยู่กับผู้ว่าจ้างให้ทำงานซึ่งมีระบบควบคุมด้วยสัญญาว่าจ้างกำหนดระยะเวลาทำให้เวลาความเป็นอิสระไม่มี ด้วยการรับงานต้องรับมากกว่าหนึ่งชิ้นจึงจะอยู่ได้เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิต อีกอาชีพคือเปิดห้องในบ้านซึ่งว่างให้ชาวต่างชาติมาพักอาศัยด้วยได้ซึ่งมีการโฆษณาผ่านเว็บไซฅ์ที่ให้บริการอยู่ โดยเราจะมีการให้ข้อมูลส่วนตัวอย่างนิสัยความชอบและความต้องการคนที่จะมาอยู่ร่วมในบ้านกับเรา ซึ่งระบบก็จะจัดการขึ้นอยู่ในระบบแล้วคนที่สนใจก็จะส่งข้อมูลซึ่งต้องออนไลน์ตลอดเพื่อตอบกลับระบบเมื่อมีคนเข้ามา ประเด็นต่อมาคือการต้อนรับดูแลคนที่มาใช้บริการเพื่อสร้างความเปฌนกันเองและการริวิวที่ดีจะทำให้มีคนสนใจที่จะมาพักที่บ้านของเรามากขึ้น ทำให้ห้องที่ว่างไม่ได้ใช้ประโยชน์ได้ใช้ประโยชน์ไม่สูญเปล่านี่คือประโยชน์ของการใช้สื่อออนไลน์ ส่วนคำถามถึงชีวิตการทำงาน อาจไม่ปกติและขาดความเป็นอิสระ เช่นต้องทำงานให้เสร็จตามกำหนด การเปิดบ้านให้นักท่องเที่ยวมาพักด้วยก็มีทั้งดีและไม่ดีคงไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิด ซึ่งข้อมูลต่างๆตกเป็นของเจ้าของแพ็ตฟอร์ม ความไม่เป็นอิสระ ความเป็นส่วนตัว และการทำงานที่ไม่มีวันพัก วันหยุด และต้องหารายได้ให้เพียงพอกับรายจ่าย ซึ่งอย่างไรคนทำงานต้องสร้างระบบต้องมีการสร้างอำนาจต่อรอง ระบบเทคโนโลยีสร้างโอกาสซึ่งจะไม่โดนเอาเปรียบต่อเมื่อมีอำนาจต่อรอง

คุณกรรนิการ์ เพชรแก้ว นักข่าวข้ามพรมแดน เล่าว่า การทำงานนักข่าวตอนนี้ไร้พรมแดน เป็นนักข่าวดิจิตอล คือไม่ว่าจะอยู่ตรงไหนบนโลกใบนี้สามารถทำงานสื่อสารได้เพียงแต่ว่ามีสมาร์ทโฟนเครื่องเดียวทั้งถ่ายภาพ ตัดต่อเขียนเรื่องราวข่าวสารส่งให้บรรณาธิการสำนักข่าวนำเสนอ ซึ่งคนทำงานข่าวแบบฟรีแลนซ์ ซึ่งตนทำงานให้สื่อรวม 3 ประเทศ ระบบเทคโนโลยีทำให้เราทำงานตลอดเวลา สถานที่ ไม่มีพรมแดน เรื่องสวัสดิการนั้นอาจไม่ต้องพูดถึงแม้ประเทศที่ทำงานให้จะมีสวัสดิการ คือคนทำงานอย่างเราต้องดูแลตัวเอง ต้องไม่ป่วย หรือป่วยก็ต้องดูแลตัวเอง เพราะการจ้างงานเป็นชิ้นงานเสร็จก็รับเงิน ดูเหมือนว่าทำงานอิสระ ทำงานได้ทุกเวลา สถานที่ รายได้ต่อรองกันเอาเองซึ่งด้วยทำงานมานานก็มีอำนาจในการต่อรอง หากเป็นคนรุ่นใหม่อาจไม่ได้เช่นนั้น ซึ่งถามว่ารายได้เพื่อให้อยู่ได้ เทคโนโลยีทำให้ทำงานได้สะดวกมากขึ้นในการส่งงานรวดเร็วขึ้น แต่ว่าเวลาของเราอาจถูกงานเอาไปหมดแบบๆม่รู้ตัว เพราะต้องทำงานแข่งกับเวลา และรายได้ต้องเพียงพอกับรายจ่ายเป็นต้น

คุณโชคสกุล มหาค้ารุ่ง ตัวแทนเกษตรกรพันธสัญญา กล่าวว่า การทำงานเกษตรพันธสัญญา  คนต่างว่าเราคือเกษตรกร ถามว่า รู้หรือไม่ว่าเราเป็นแรงงาน ซึ่งมีคนบอกว่าเป็นแรงงานเกษตรพันธสัญญา เป็นแรงงานรับจ้างในที่ดินตัวเอง ไม่มีสวัสดิการ และการที่มีสัญญาที่ไม่เป็นธรรมกับริษัททำให้นอกจากไม่ได้เงินคุ้มทุน ยังทำให้สูญเสียที่ทำกินอีกด้วย การที่พูดถึง 4.0 ของรัฐในการพัฒนาการเกษตรคนที่ได้คงเป็นนายทุนไม่ใช่เกษตรกรอย่างแน่นอน ซึ่งการรวมตัวของแรงงานเกษตรกรพันธสัญญาในเครือข่ายแรงงานนอกระบบเป็นการนำมาซึ่งการพัฒนาเกษตรกรรมด้วยการรวมกลุ่มใช้ระบบเกษตรอินทรีย์ ผู้บริโภคสบายใจ และการที่อยู่ในระบบเกษตรกรพันธสัญญาไม่ใช่แค่หนีสินที่เพิ่มขึ้น ยังไม่มีเวลาเช่นเกษตรแบบเดิม เกษตรแนวใหม่ผ่านเทคโนโลยีเอาเวลาความเป็นส่วนตัวไปหมด

คุณยุทธพล ดำรงชื่นสกุล ตัวแทนแรงงานคนพิการ เล่าว่า การจ้างงานแรงงานข้ามชาติแม้ว่า จะมีกำหนดในกฎหมายในการส่งเสริมให้คนพิการมีงานทำ หรือสถานประกอบการต้องจ้างคนพิการทำงาน แต่ว่ามีบางส่วนที่จ้างแรงงานที่พิการ แต่บางส่วนไม่ยอมจ้างแต่จ่ายเงินเพื่อสวัสดิการคนพิการแทน การจ้างคนพิการทำงานต้องมีการเตรียมความพร้อมทางสถานที่ในการรองรับ ซึ่งบางสถานประกอบการไม่ยอมปรับสถานที่เพื่อให้สอดคล้อง มองว่าหากคนพิการทำได้ก็ทำไปหากทำไม่ได้ก็ออกไปเอง การที่มีระบบเทคโนโลยีเข้ามาอย่าปัจจุบันนี้ทำให้คนพิการสามารทำงานได้ทุกที่ ทำงานที่บ้านได้ ส่งงานผ่านระบบเทคโนโลยีได้ จึงทำให้คนพิการได้รับการจ้างงานมากขึ้น ซึ่งสำหรับคนพิการมองว่าเทคโนโลยีมาพร้อมกับโอกาสในการมีงานทำ

นักสื่อสารแรงงาน รายงาน