“รวมพลัง สานฝัน วิไลวรรณ แซ่เตีย “

20160827_185339[1]

ในวันที่ 27 สิงหาคม 2559 เป็นการจัดเลี้ยงสังสรรค์ “รวมพลัง สานฝัน วิไลวรรณ แซ่เตีย ” หลังจากคุณวิไลวรรณ ได้เกษียณอายุการทำงาน และอำลาตำแหน่งประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) เพื่อกลับจังหวัดขอนแก่น ไปดูแลครอบครัวด้วยปัญหาคุณแม่และน้องที่ป่วยไม่มีคนดูแล

นายชาลี ลอยสูง ประธานรักษาการคสรท.กล่าวว่า การทำงานของคุณวิไลวรรณเป็นความเสียสละเพื่อผู้ใช้แรงงานมาโดยตลอด วันนี้ต้องเสียสละกลับไปทำหน้าที่ของลูกและพี่ที่ดี ถึงแม้ว่า ขบวนการแรงงาน พี่น้องผู้ใช้แรงงานจะรู้สึกเสียใจกับการที่ต้องเสียบทบาทผู้นำแรงงานของคุณวิไลวรรณไป แต่เชื่อว่า หนทางข้างหน้าในความเป็นผู้นำของคุณวิไลวรรณ จะต้องทำหน้าที่ต่อซึ่งในบทบาทใดๆให้เป็นเรื่องของอนาคต และขบวนการแรงงานควรอวยพร และยินดีกับการที่คุณวิไลวรรณได้ทำหน้าที่ของลูกกตัญญู และพี่ที่ดีดูแลครอบครัวซึ่งเดิมอาจดูแลในการส่งเสีย แต่ตอนนี้ต้องกลับไปดูเพราะป่วย และอย่างไรก็ตามทุกคนคงได้พบกันอยู่แล้ว เชื่อว่าคุณวิไลวรรณไม่ได้จากไปไหน วันนี้ถือว่าเป็นการเลี้ยง และระดมทุนเพื่อเป็นการตอบแทนน้ำใจให้คุณวิไลวรรณเท่านั้น แต่คิดว่าคุณวิไลวรรณไม่ได้จากไปไหนและยังคงมาเยี่ยมมาดูแลกันอยู่

ด้านนายศรีโพธิ์ วายุภักษ์ อดีตประธานคสรท.กล่าวว่า จากการที่ทำงานร่วมกันกับคุณวิไลวรรณ ถือว่าเป็นผู้หญิงที่มีความมุ่งมั่น และต้องการที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้คุณภาพชีวิตผู้ใช้แรงงานให้ดีขึ้น ซึ่งแม้ว่าหลังมาจะไม่ได้เข้ามาร่วมในการขับเคลื่อนประเด็นในคสรท.แต่ก็ได้พยายามในการส่งตัวแทนเข้ามาทำงานด้วยตลอดเพื่อสานฝันให้เกิดความเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านสวัสดิการ วันนี้ก็คิดว่าการตัดสินใจของคุณวิไลวรรณในการกลับไปทำหน้าทีดูแลแม่ กับน้องที่ป่วยนั้นต้องขอชื่นชม และยินดีกับโอกาสที่คุณวิไลวรรณเพราะอีกหลายคนรวมทั้งตนไม่มีโอกาสเหมือนคุณวิไลวรรณด้วยซ้ำไป

20160827_185057[1]

ส่วนคุณสมศักดิ์ โกศัยสุข ผู้นำแรงงานอาวุโส ได้แสดงความคิดเห็นว่า การที่คุณวิไลวรรณกลับไปบ้านเกิดถือเป็นโอกาสขอนคนในจังหวัดขอนแก่นที่จะได้ผู้นำแรงงานที่มีวิสัยทัศน์ด้านแรงงาน และสังคมกลับไปช่วยงานพัฒนาท้องถิ่น เชื่อว่าคนอย่างคุณวิไลวรรณจะไม่จบความเป็นผู้นำหลังจากลาออกจากคสรท. เพราะคิดว่าทิศทางในอนาคตยังต้องทำงานต่อไป ซึ่งหวังว่าประชาชนคนขอนแก่นจะได้เห็นอีกบทบาทของคุณวิไลวรรณแน่นอน เพราะผู้หญิงคนนี้รักความยุติธรรม

นายสาวแตงอ่อน เกาตีระ อดีตผู้นำแรงงานหญิงกลุ่มสหภาพแรงงานย่านอ้อมน้อย-อ้อมใหญ่ กล่าวถึงการทำงานของกรรมกรหญิงในอดีตนั้นมีการต่อสู้ที่เข้มแข็ง ไม่ขายตัวเหมือนผู้นำกรรมกรชาย และด้วยพื้นที่อ้อมน้อย –อ้อมใหญ่เป็นพื้นที่อุตสาหกรรมขนาดไม่ใหญ่นักเป็นกลุ่มสิ่งทอจึงมีแรงงานที่เป็นผู้หญิงจำนวนมากที่ต่อสู้เรื่องค่าจ้างสวัสดิการ และขับเคลื่อนทางการเมือง ซึ่งวิไลวรรณก็เป็นผู้หญิงตัวเล็กที่ทำหน้าที่สืบสานการต่อสู้เพื่อชนชั้นแรงงานมาตลอด และคิดว่าการลากลับบ้านไม่ได้ลาไปไหนยังคงทำงานต่อในอีกบทบาทเท่านั้น

นางสาวสงวน ขุนทรง ตัวแทนกลุ่มสหภาพแรงงานอ้อมน้อย-อ้อมใหญ่ กล่าวถึงการทำงานร่วมกันกับวิไลวรรณมานานเท่าที่ทำงานมารู้จักและแบ่งงานกันทำทั้งในกลุ่ม และการออกมาทำงานข้างนอกเพื่อขับเคลื่อนนโยบาย วันนี้ใจหายที่ต้องจากกันไกลแต่ยังดีที่จากกันแบบยังสื่อสารพูดคุยกันได้ และเข้าใจในภารกิจที่วิไลวรรณต้องกลับไปรับผิดชอบ และรับว่าคงต้องทำงานหนักกับภาระหน้าที่หลังต้องขาดแกนนำอย่างวิไลวรรณ

นางสาววิไลวรรณ แซ่เตีย อดีตประธานคสรท.กล่าวถึงการจัดงานเพื่อรวมพลัง สานฝันให้กับทุกคน ซึ่งฝันของตนเองคือ จะทำอย่างไรให้ผู้ใช้แรงงาน ได้กินดีอยู่ดี ได้รับสวัสดิการ ค่าจ้างที่เป็นธรรม การที่ตนได้ลุกขึ้นต่อสู้กับความไม่เป็นธรรมกว่า 30 ปีขอบคุณที่พี่น้องแรงงานยืนเคียงข้างอยู่เสมอ และอยากเห็นความเข้มแข็งของขบวนการแรงงาน ความเป็นเอกภาพ เพื่อการผลักดันให้เกิดกฎหมายนโยบาย เกิดกฎหมายด้านแรงงาน ซึ่งการทำงานจนเกิดสวัสดิการต่างๆในการดูแลแรงงานทุกกลุ่ม ก็เป็นเพราะการที่แรงงานร่วมกันไม่ว่าจะแรงงานไทย แรงงานข้ามชาติ ทั้งในระบบ นอกระบบ แม้ว่าตนจะไม่ได้อยู่ในหน้าที่การงานด้านแรงงาน ต้องกลับสู่มาตุภูมิบ้านเกิด แต่ก็ยังต้องต่อสู้ร่วมกันเพื่อสานฝันกันต่อไป

ทั้งนี้ คุณวิไลวรรณ ยังกล่าวขอบคุณต่อการจัดงานเลี้ยงอำลาตำแหน่งหลังเกษียณอายุ กลับสู่พื้นที่บ้านเกิดจังหวัดขอนแก่น ในส่วนของเพื่อน พี่น้อง นักวิชาการ สื่อมวลชน ที่ได้ร่วมกันรวบรวมเงิน ของขวัญที่ระลึกมาให้จำนวนมาก เช่น สมาพันธ์แรงงานเครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิคส์ ยานยนต์ เหล็กและโลหะแห่งประเทศไทย มอบเงิน 2 แสนกว่าบาท และมีอีกหลายกลุ่มสหภาพ สหพันธ์แรงงาน ให้กลับไปดำเนินชีวิตในบ้านเกิดอีกด้วย

20160827_203824[1]

 

นางสุนี ไชยรส ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมความเสมอภาคและความเป็นธรรม วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวถึงคุณวิไลวรรณ แซ่เตีย ว่า พื้นที่อ้อมน้อย-อ้อมใหญ่ จังหวัดสมุทรสาคร -นครปฐม เป็นจุดเริ่มต้นของรอยต่อการต่อสู้ของแรงงานในวิกฤตการณ์ทางการเมืองยุค 14 ตุลา ถึง 6 ตุลา ซึ่งในมุมมองการต่อสู้นั้นผู้นำแรงงานไม่เคยขาดจากป้าน้อย (แตงอ่อน เกาตีระ) ถึงวิไลวรรณ แซ่เตียการต่อสู้ทางแรงงาน และสังคมยังคงความเข้มข้น แม้ว่าในพื้นที่ค่าจ้างอาจไม่สูงแต่ว่า การต่อสู้เพื่อสวัสดิการทางสังคม กฎหมายประกันสังคม เดินเท้าเรียกร้องค่าจ้าง เป็นต้น และคิดว่ายังมีผู้นำแรงงานหญิงอีกมากมายหลายคนที่จะสานต่อการต่อสู้เพื่อผู้ใช้แรงงาน

นางสุนทรี เซ่งกิ่ง ตัวแทนเครือข่ายแรงงานนอกระบบ กล่าวถึงคุณวิไลวรรณว่า เป็นผู้นำกรรมกรที่ทำงานประสานงานพี่น้องแรงงานทั้งในระบบ นอกระบบ ข้ามชาติเข้าด้วยกัน และยังประสานงานกับคนทำงานองค์กรพัฒนาเอกชน หรือNGO เพื่อการทำงานร่วมกัน ซึ่งในฐานะคนทำงานในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นมีความยินดีที่จะมารับ คุณวิไลวรรณกลับบ้านเพื่อการทำงานทางสังคมในพื้นที่บ้านเกิดต่อไป เป็นการสานฝันในการขับเคลื่อนประเด็นทางสังคม

นายไพโรจน์ พลเพชร นักกฎหมายด้านสิทธิมนุษยชน กล่าวว่าคุณวิไลวรรณเป็นผู้นำหญิงที่แข็งแกร่ง และมุ่งมั่นในการศึกษาประเด็นในการขับเคลื่อนประเด็นนโยบายแรงงาน และตนคิดว่า การที่วิไลวรรณกลับสู่พื้นที่ก็เพียงเพื่อเปลี่ยนพื้นที่ในการทำงานทางสังคมเท่านั้น

14142043_1421648361183087_145394414527048766_n

ในการจัดงานครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนอาหารจากพี่น้องผุ้ใช้แรงงานองค์กรต่างๆ และมีการแสดงดนตรีจากภราดร และการแสดงต่างๆจากหลายองค์กรด้วย

นักสื่อสารแรงงาน รายงาน