ย้อนอดีตกฎหมายลาคลอด 90 วัน กับสถานการณ์การต่อสู้ในปัจจุบัน

SAM_6592

ทบทวนปัญหาการท้อง-คลอดบุตร การใช้สิทธิของแรงงานหญิงในย่านอ้อมน้อย-อ้อมใหญ่

วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 กลุ่มสหภาพแรงงานอ้อมน้อย-อ้อมใหญ่ ได้จัดอบรมถอดบทเรียนโครงการศึกษาวิจัยเชิงประวัติศาสตร์การเคลื่อนไหวกฎหมายลาคลอด 90 วัน การต่อสู้เรื่องของสิทธิการลาคลอดเป็นอีกกรณีสิทธิที่ถูกกำหนดไว้ 1 ใน 7 กรณีกฎหมายประกันสังคม

ความลำบากของผู้หญิงที่ต่อสู้กว่าจะได้มาซึ่งกฎหมายการลาคลอด ในฐานะกลุ่มสหภาพแรงงานอ้อมน้อย-อ้อมใหญ่ได้เริ่มต่อสู้เรียกร้องสิทธิตั้งแต่ปี 2536 โดยมีมูลนิธิเพื่อนหญิงนำโดย นายจะเด็จ เชาว์วิไล ซึ่งทำงานด้านผู้หญิงอยู่แล้วมีความสนใจลงมาศึกษาปัญหาคนงานและช่วยในการเคลื่อนไหวเรียกร้องสิทธิ ยังมีนักวิชาการและองค์กรต่างๆที่เห็นความสำคัญร่วมมือจัดอบรมให้ความรู้กับคนงานรวมถึงช่วยทำข้อมูลเพื่อเรียกร้องกับรัฐบาล

ผู้นำและตัวแทนที่เข้าร่วมต่างก็แลกเปลี่ยนถึงประเด็นปัญหาของคนงานที่ตั้งครรภ์และทำงานอยู่ในบริษัทว่า เจอปัญหาอะไรบ้างเพราะหลายบริษัทพอรู้ว่า ลูกจ้างตั้งครรภ์แต่ยังไม่ผ่านงานก็จะเลิกจ้างถ้าไม่มีสหภาพในบริษัทก็จะยิ่งลำบากเพราะลูกจ้างต่างก็กลัวจะไม่ได้ทำงานพอท้องก็ไม่บอกหัวหน้าหรือไม่แจ้งให้ทางฝ่ายบุคคลทราบเพราะกลัวจะไม่ได้ทำงานล่วงเวลา(OT) กลัวถูกไล่ออกจากงาน ตกงาน บางคนทำงานจนแท้ง สุดท้ายก็จะกลายเป็นปัญหาครอบครัว มีภาระทางบ้านที่ต้องเลี้ยงดู บางคนต้องหาเงินคนเดียวแต่ต้องเลี้ยงดูคนอีกหลายคน

SAM_6581SAM_6589

ตัวแทนสหภาพแรงงานแอล ที ยู แอพพาเรลส์ การลางานไปพบแพทย์ลูกจ้างก็จะลาพักร้อนหรือลากิจ ปัญหาของลูกจ้างที่ลาคลอดส่วนใหญ่จะหยุดพักผ่อนไม่ถึง 90 วัน เพราะปัญหาเศรษฐกิจการเงินที่จะต้องรีบมาทำงานเพราะรายจ่ายเยอะกว่ารายรับบริษัทจ่ายเงินให้เป็นงวดแต่ถ้ากรณีผ่าตัดคลอดบุตรบริษัทจะจ่ายให้งวดเดียว แต่คนงานที่ท้องบางคนเวลาไปหาหมอก็จะลาพักร้อนเพราะไม่อยากเสียเบี้ยขยันทำให้บริษัทต้องออกกฎระเบียบการลาพักร้อนว่า ถ้าป่วยห้ามลาพักร้อนให้ลาป่วยตามความเป็นจริง

นางสาวแสงดาว ลุนสอน ประธานสหภาพแรงงานที ยู ดับบิวกล่าวว่า คนงานที่มีอาการแพ้ท้องมากทำงานไม่ไหวนายจ้างจะให้ลากิจไปพัก ไม่ให้ลาป่วยแต่ที่บริษัทถ้าลูกจ้างเข้ามาทำงานใหม่ 1-2 เดือนแล้วท้อง หากทางบริษัททราบก็ยังให้ทำงานต่อไม่มีการเลิกจ้าง ซึ่งส่วนใหญ่พอรู้ว่าตนเองท้องก็จะไม่บอกหัวหน้างาน ไม่แจ้งให้ทางบริษัททราบเพราะอยากทำงานล่วงเวลา (โอที) เนื่องจากหากทางนายจ้างรู้ว่าท้องจะไม่ให้ทำงานโอที

ตัวแทนสหภาพแรงงานบริติชไทยซินเทติคเทกส์ไทล์เล่าวว่า ตอนเข้าทำงานที่บริษัทไทยซินได้แค่ 1-2 เดือนตนเองก็ท้องแต่มีสหภาพคอยให้ความช่วยเหลือบอกว่า อย่าไปเดินให้ฝ่ายบุคคลเห็นกลัวว่าจะถูกให้ออกจากงาน จึงทำงานตลอดจนลาคลอด เมื่อกลับมาทำงานฝ่ายบุคคลได้สอบถามว่าทำไมไม่แจ้งว่าท้อง ซึ่งตนคิดว่าหากไม่มีสหภาพคงต้องตกงานตั้งแต่ตอนตั้งท้องแล้ว

SAM_6570SAM_6598

ตัวแทนสหภาพแรงงานทานตะวันเล่าว่า ปัญหาที่บริษัทก็เหมือนกันกับปัญหาของคนงานส่วนใหญ่ ที่ใช้สิทธิลาคลอดเพียง 2 เดือนก็ต้องกลับเข้ามาทำงานเหตุเพราะรายได้น้อยจุงไม่ได้ใช้สิทธิลาคลอดครบ 3 เดือน เพราะรายได้ไม่เพียงพอต้องการทำงานทำโอที ส่วนตนเองมีประสบการณ์เรื่องท้องได้ 3 เดือนแล้วแท้งลูก และทางโรงพยาบาลไม่ให้ใช้สิทธิลาป่วยอ้างว่าท้องยังไม่ถึง 7 เดือน แต่ก็สู้จนสามารถใช้สิทธิลาป่วยได้

ตัวแทนสหภาพแรงงานผลิตภัณฑ์ยานยนต์ไทยเล่าว่า ถ้าทางบริษัทรู้ว่า คนงานท้องทางบริษัทก็จะจัดชุดยูนิฟอร์มให้สำหรับคนท้อง ซึ่งสหภาพเป็นฝ่ายเรียกร้องให้มีการแยกคนท้องไม่ให้มาทำงานที่มีสารเคมีและหลีกเลี่ยงงานที่อันตราย และคนท้องส่วนใหญ่เวลาจะไปหาหมอจะไม่ลากิจหรือลาป่วยแต่จะใช้สิทธิการลาพักร้อนหรือไม่ก็ไปหาหมอหลังเลิกงาน เพราะที่บริษัทถ้าไม่ลากิจจะได้เงินปรับดีเด่น 2,500 บาท ซึ่งจะเพิ่มปีละ 1,500 บาท ส่วนพักร้อนภายใน 1 ปีถ้าลาไม่หมดก็สามารถสะสมไว้ลาในปีถัดไปได้อีก

ตัวแทนสหภาพแรงงานไทยเซรามิคส์เล่าว่า ลูกจ้างที่ท้องส่วนใหญ่เวลาไปหาหมอจะไม่ลาป่วยเพราะเสียดายเบี้ยขยัน เพราะถ้าภายใน 1 เดือนไม่ลาป่วยเลยจะได้เบี้ยขยัน 3 แรง ลูกจ้างจึงใช้สิทธิลาพักร้อน หรือไม่ก็ไปหาหมอหลังเลิกงานแทน

ผู้เข้าร่วมอบรมได้นำเสนอเพิ่มเติมในส่วนของสวัสดิการที่คนงานอยากได้เพิ่ม ดังนี้

– เสนอให้เพิ่มสิทธิวันหยุดลาคลอดจากเดิม 90 วัน ขอเพิ่มเป็น 180 วัน แต่ละคนสุขภาพไม่เหมือนกัน คนที่ไม่แข็งแรงจะได้มีเวลาในการพักฟื้นร่างกายและจะได้มีเวลาให้นมลูกได้นานๆ

– เสนอให้ไม่มีการจำกัดสิทธิในการมีบุตร เช่น ผู้ประกันตนน่าจะมีบุตรได้มากกว่า 2 คน ซึ่งคนที่ 3 ควรจะขยายสิทธิหรือเพิ่มเติมสิทธิประโยชน์ด้านใดบ้าง

– เสนอให้มีศูนย์เลี้ยงเด็กในสถานประกอบการทุกแห่ง ซึ่งรัฐบาลต้องเป็นผู้สนับสุนนงบประมาณในการ จัดสร้างศูนย์เลี้ยงเด็กด้วย

นางสาววิไลวรรณ แซ่เตีย ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) กล่าวว่า ปัจจุบันคสรท.ก็ได้ติดตามและนำเสนอร่างพระราชบัญญัติประกันสังคมร่วมกับคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปก.)ได้แก้ไขไว้เพื่อนำเสนอต่อรัฐบาลซึ่งสิ่งที่ทำก็ล้วนแต่ทำเพื่อผลประโยชน์ของพี่น้องผู้ใช้แรงงานทั้งนั้นหากมีการขับเคลื่อนเรื่องประกันสังคมก็อยากให้คนงานเองให้ความสำคัญช่วยกันออกมาเคลื่อนไหวช่วยกันด้วย

นางสาวสุรินทร์ พิมพา กลุ่มสหภาพแรงงานอ้อมน้อย-อ้อมใหญ่ ได้กล่าวสะท้อนถึงเรื่องนี้ว่า ในอดีตหลายองค์กรร่วมมือกันเคลื่อนไหวผลักดันปัญหาของการลาคลอด ปัญหาการลางาน ซึ่งการปฏิรูปกฎหมายต่างๆรัฐบาลรับปากว่าจะแก้ไขดูแลให้แต่ สุดท้ายรัฐบาลเองก็ตัดสิทธิประโยชน์และเปลี่ยนแปลงแก้ไขร่างกฎหมายในส่วนที่เป็นประโยชน์ต่อคนงานออกไป แล้วให้สิทธิกับนายทุนมาตลอด ปัญหาของคนงานยังคงต้องรอการแก้ไขจากรัฐบาล

นักสื่อสารแรงงานอ้อมน้อย-อ้อมใหญ่ รายงาน