ยื่นเสนอ อองซาน จัดการคุ้มครองแรงงานข้ามชาติ

13529174_616843968489568_6206996971155800434_n

เครือข่ายองค์กรประชากรข้ามชาติ ส่งจดหมายเปิดผนึก หวงอองซาน ซูจี เสนอการบริหารจัดการและคุ้มครองแรงงานข้ามชาติจากประเทศ ทั้งกรณีพิสูจน์สัญชาติ การทำMOU การจดทะเบียน แรงงานและผู้ติดตาม และมาตรการทางกฎหมายที่เอื้อต่อการเข้าถึง รวมถึงการพัฒนาฝีมือแรงงาน และคุณภาพชีวิตที่ดี รวม 5 ข้อ

วันที่ 23 มิถุนายน 2559 เครือข่ายองค์กรประชากรข้ามชาติ ส่งจดหมายเปิดผนึก เรื่อง ข้อเสนอต่อการบริหารจัดการและคุ้มครองแรงงานข้ามชาติจากประเทศพม่า
ถึงฯพณฯ ออง ซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐแห่งสาธารณรัฐสหภาพพม่า และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

ตามที่ ฯพณฯ ได้มีกำหนดการเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ พร้อมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ตรวจคนเข้าเมือง และประชากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวางแผนและการคลัง และรัฐมนตรีแห่งรัฐว่าด้วยกิจการต่างประเทศพม่า ระหว่างวันที่ 23-25 มิถุนายน 2559 ซึ่งกำหนดการส่วนหนึ่งเพื่อหารือร่วมกับรัฐบาลไทย ประเด็นด้านการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติจากประเทศพม่า และการเยี่ยมชุมชนของแรงงานข้ามชาติ พื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร

เครือข่ายองค์กรประชากรข้ามชาติ อันประกอบไปด้วยสมาชิกขององค์กรพัฒนาเอกชนในระดับท้องถิ่นและระดับสากล และองค์กรชุมของของแรงงานข้ามชาติ ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชากรข้ามชาติ ทั้งในด้านสิทธิทางสุขภาพ การศึกษา การปกป้องและคุ้มครองสิทธิตามกฎหมายและนโยบายที่ได้รับการรับรองไว้ตามกฎหมายไทยและกฎหมายสากล มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็นความพยายามของตัวแทนรัฐทั้งสองประเทศในกาพัฒนางานการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติที่ปลอดภัยและเป็นประโยชน์ต่อแรงงนข้ามชาติอย่างแท้จริง ในการนี้ ทางเครือข่ายฯ จึงมีข้อเสนอต่อ ฯพณฯ เพื่อพิจารณาในการพัฒนาแนวทางการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติและให้มีความสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อแรงงานข้ามชาติต่อไป ดังนี้

1. ประเทศพม่าในฐานะประเทศต้นทางจะต้องผลักดันและร่วมมือกับประเทศไทยในการพัฒนากระบวนการพิสูจน์สัญชาติแรงงานข้ามชาติและผู้ติดตามให้เป็นผู้ที่มีสถานะคนเข้าเมืองที่ถูกกฎหมาย ลดขั้นตอนที่มีความสลับซับซ้อน เพื่อให้เกิดความสะดวกต่อการดำเนินการของแรงงานข้ามชาติ ลดภาระค่าใช้จ่ายในการดำเนินการขั้นตอนการพิสูจน์สัญชาติ ทั้งนี้จะต้องมีมาตรการอย่างจริงจังที่จะป้องกันมิให้มีการ แสวงหาประโยชน์จากการดำเนินการดังกล่าวทั้งจากกลุ่มนายหน้า และเจ้าหน้าที่รัฐบางส่วนที่จะ แสวงหาประโยชน์จากกระบวนการพิสูจน์สัญชาติดังที่เคยเกิดขึ้นที่ผ่านมา รวมทั้งให้มีกลไกการช่วยเหลือและเยียวยาของรัฐโดยตรงกรณีที่แรงงานข้ามชาติถูกเอารัดเอาเปรียบหรือละเมิดสิทธิอันเป็นผลจากกระบวนการเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สัญชาติ

2. รัฐบาลพม่าจะต้องมีมาตรการที่ชัดเจนในการพัฒนากระบวนการนำเข้าแรงงานข้ามชาติในระบบ MoU ทั้งในส่วนของการมีระเบียบข้อบังคับให้บริษัทจัดหางาน และหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องจัดให้มีการอบรม ให้ความรู้แก่แรงงานข้ามชาติที่จะไปทำงานต่างประเทศโดยเฉพาะในเรื่องสิทธิและการเข้าถึงกลไกการคุ้มครองสิทธิในประเทศปลายทาง รวมทั้งมีมาตรการลงโทษแก่บริษัทจัดหางานที่ละเมิด หรือเอารัดเอาเปรียบต่อ แรงงานข้ามชาติในกระบวนการจัดหางาน รวมทั้งผลักดันให้สองประเทศ จัดทำข้อตกลง (MoU) เรื่องการจ้าง แรงงานที่คุ้มครองสิทธิของแรงงานข้ามชาติมากขึ้น รวมทั้งเร่งกำหนดมาตรการในการจ้างงานชายแดน ที่จะเป็นทางเลือกในการเดินทางเข้ามาทำงานของแรงงานข้ามชาติ โดยคำนึงถึงการคุ้มครองและประโยชน์ จากการทำงานของแรงงานข้ามชาติ

3. รัฐบาลพม่าจะต้องมีมาตรการในการพัฒนาการมีสถานะทางกฎหมายสำหรับผู้ติดตามแรงงานข้ามชาติทั้งในแง่การผลักดันให้ประเทศไทยกำหนดแนวทางในการจดทะเบียนผู้ติดตามแรงงานข้ามชาติทุกคน และผลักดัน ให้มีแนวทางการพิสูจน์สัญชาติผู้ติดตามแรงงานข้ามชาติอย่างจริงจัง เนื่องจากที่ผ่านมาพบว่ามีผู้ติดตาม แรงงานข้ามชาติน้อยมากที่สามารถผ่านการพิสูจน์สัญชาติได้ นอกจากนั้นแล้วจะต้องมีแนวทาง และมาตราการในเชิงกฎหมายนโยบายในการรองรับทิศทางการกลับประเทศต้นทางของผู้ติดตามในอนาคตทั้งในเรื่องการเชื่อมโยงการศึกษาของผู้ติดตามที่ได้รับการศึกษาในประเทศไทยกับประเทศพม่าโดยคำนึงถึง ประโยชน์สูงสุดจากการได้รับการศึกษาของผู้ติดตามแรงงานข้ามชาติ รวมทั้งมาตรการในการพัฒนาสถานะ ทางกฎหมายในฐานะพลเมืองของประเทศพม่า

4. รัฐบาลพม่าจะต้องมีมาตรการให้การคุ้มครองแรงงานข้ามชาติ โดยพัฒนากลไกที่จะเอื้อต่อการเข้าถึง ของแรงงานข้ามชาติเมื่อมาทำงานในประเทศไทยโดยผ่านการทำงานอย่างจริงจังของผู้แทนกระทรวงแรงงานของประเทศพม่าในประเทศไทย การทำงานร่วมกับรัฐบาลไทย ภาคประชาสังคม รวมทั้งองค์กร และชุมชน ของแรงงานข้ามชาติที่ทำงานด้านแรงงานข้ามชาติในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องและ จริงจัง

5. รัฐบาลพม่าจะต้องมีมาตรการอย่างต่อเนื่องในการที่จะพัฒนาฝีมือแรงงาน และคุณภาพชีวิตของ แรงงานข้ามชาติ เพื่อสร้างแนวทางในการพัฒนาศักยภาพและคุณภาพชีวิตของตนเองในอนาคต เมื่อตัดสินใจจะเดินทางกลับประเทศต้นทาง เพื่อทำให้ทิศทางของการเคลื่อนย้ายแรงงานในภูมิภาคนี้ มีความยั่งยืนและเอื้อต่อแรงงานข้ามชาติอย่างแท้จริง

13537581_10153753829220677_4474321742477603414_n

ด้าน นางออง ซาน ซู จี ที่ปรึกษาแห่งรัฐแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา พร้อมด้วย นายเต็ง ส่วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ตรวจคนเข้าเมืองและประชากร นายจ่อ วิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวางแผนและการคลัง นายจ่อ ติน รัฐมนตรีแห่งรัฐว่าด้วยกิจการต่างประเทศเมียนมา และคณะ เดินทางถึงไทยในวันนี้ โดยมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ให้การต้อนรับ และในขณะนี้นางซู จี อยู่ระหว่างเดินทางไปพบปะแรงงานชาวเมียนมาที่ตลาดทะเลไทย จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งมีการจัดให้พบปะผู้ใช้แรงงานข้ามชาติ ที่ห้องประชุมชั้น 2 โดยมีการจำกัดจำนวนผู้เข้าพบเพียง 500 คน ซึ่งทำให้ผู้ใช้แรงงานข้ามชาติชาวเมียนมาจำนวนมากที่ไม่ได้เข้าพบและพยายามฝ่าแนวป้องกันเข้าไปถึงลานจอดรถ เพราะอยากที่จะได้พบและนำเสนอข้อมูลการเข้ามาทำงานในประเทศไทย แต่ด้วยการเข้มงวดจึงไม่สามารถเข้าพบได้เหมือนครั้งก่อนเลือกตั้ง

นักสื่อสารแรงงาน รายงาน