มสพ.ร้องสภาทนายความช่วยเหลือทางกฎหมาย กรณีชาลีถูกคุมตัว

มสพ. ร้องสภาทนายความให้ช่วยเหลือทางกฎหมาย กรณีชาลี ดีอยู่ แรงงานพม่า ถูกควบคุมตัวโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพื่อให้ได้รับการปล่อยตัวโดยเร็ว

นายชาลี ดีอยู่ ยังคงถูกควบคุมไว้ในห้องควบคุมตัวโรงพยาบาลตำรวจ ในข้อหาเข้าเมืองผิดกฎหมายเพื่อรอการผลักดันกลับ เเม้กรรมการบริหารเเรงงานต่างด้าวได้ชี้เเจงแล้วว่า ใบอนุญาตทำงานยังไม่หมดอายุ นายชาลีจึงไม่มีความผิด ดังนั้นการจับกุมและควบคุมตัวนายชาลีโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นการละเมิดเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญอย่างร้ายแรง ถึงแม้ความจริงจะปรากฎชัดเจนเช่นนี้แล้ว เเต่นายชาลียังไม่ได้รับการปล่อยตัว ดังนั้นมูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา (มสพ.) ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากนายชาลี จึงได้ขอความช่วยเหลือจากสภาทนายความ เพื่อดำเนินการขอให้เจ้าหน้าที่ยกเลิกการควบคุมตัวนายชาลีทันที  และหากไม่เป็นผล สภาทนายความก็พร้อมจะดำเนินการทางกฎหมายต่อผู้ที่รับผิดชอบเพื่อให้เป็นบรรทัดฐานต่อไป โดยหวังว่าจะป้องกันเเรงงานข้ามชาติเหยื่ออุบัติเหตุ ไม่ให้ถูกนายจ้างทอดทิ้ง ถูกจับเเละส่งกลับโดยไม่ได้รับการเหลียวแลซ้ำอีก

นายชาลี ดีอยู่ อายุ 33 ปี เเรงงานข้ามชาติชาวพม่า ประสบอุบัติเหตุขณะทำงานจนบาดเจ็บสาหัส ถึงขั้นต้องผ่าตัดเอาลำไส้ใหญ่ออกมาแขวนไว้นอกช่องท้อง และกระดูกสะโพกขวาหัก แต่เมื่อไม่มีเงินจ่ายค่ารักษาพยาบาลกลับถูกเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลของรัฐในจังหวัดปทุมธานีที่แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาควบคุมตัวไปจากโรงพยาบาลดังกล่าวเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2554 โดยอ้างว่าเป็นเเรงงานผิดกฎหมาย เเม้นายชาลีจะได้แจ้งว่าตนได้ขึ้นทะเบียนเเรงงานข้ามชาติแล้วเเต่เมื่อประสบอุบัติเหตุเอกสารประจำตัวได้สูญหายทั้งหมด  ทั้งถูกนายจ้างทอดทิ้ง นายชาลีได้ถูกส่งตัวไปควบคุมไว้ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) เพื่อรอการผลักดันกลับประเทศพม่า ทั้งๆที่อาการบาดเจ็บยังต้องรับการรักษาอย่างต่อเนื่อง แต่จากการร้องขอของ มสพ. สตม.จึงได้ส่งตัวนายชาลีไปรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลตำรวจ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่ที่ดูแลผู้ต้องขังที่เข้าที่โรงพยาบาลดังกล่าว ได้นำนายชาลีไปควบคุมตัวไว้ในห้องคนไข้ที่เป็นห้องขังทั้งยังได้ล่ามโซ่ขานายชาลีไว้กับเตียงคนไข้อีกด้วย จนองค์กรสิทธิมนุษยชนเรียกร้องต่อสำนักงานตำรวจเเห่งชาติ (สตช.)  นายชาลีจึงได้รับการปลดโซ่เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2554 นายชาลีได้รับการดูเเลรักษาเป็นอย่างดีจากแพทย์และพยาบาลโรงพยาบาลตำรวจจนมีอาการดีขึ้นตามลำดับ แต่ถึงแม้จะมีข้อมูลชัดเจนจากกระทรวงแรงงานว่า นายชาลีได้รับอนุญาตจากทางราชการให้ทำงานและใบอนุญาตทำงานยังไม่หมดอายุ  นายชาลีก็ยังคงถูกควบคุมตัวไว้ในสถานะผู้ถูกกักตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 โดยถูกขังไว้ในห้องผู้ป่วยอายัด ซึ่งเป็นการขัดต่อหลักเสรีภาพเเละกฎหมายทั้งเป็นอุปสรรคต่อการเข้าเยี่ยมเเละประสานงานเพื่อให้การช่วยเหลือทางกฎหมายแก่นายชาลีด้วย

เกี่ยวกับสถานะของนายชาลีนั้น เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2554 เจ้าหน้าที่ชั้นผู้ใหญ่จากกระทรวงเเรงงานได้เข้าเยี่ยมนายชาลี และได้แจ้งแก่ มสพ.ว่า ได้ตรวจสอบแล้วพบว่าใบอนุญาตทำงานของนายชาลียังไม่หมดอายุ และจะประสานกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพื่อให้ถอนอายัดตัวนายชาลี ซึ่งจะทำให้นายชาลีสามารถรับรักษาตัวต่อไปในฐานะผู้ป่วยปกติ แต่จนบัดนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังไม่ดำเนินการแต่อย่างใด มสพ.เห็นว่าการเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมและควบควบคุมตัวนายชาลีด้วยข้อหาเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายเพราะเข้าใจผิด โดยไม่มีการตรวจสอบหรือสืบสวนสอบสวนความจริงให้ถ่องแท้เสียก่อน โดยการจับและควบคุมนายชาลีไว้ตั้งเเต่วันที่ 31 มกราคม 2554 ถึงปัจจุบัน เพื่อรอผลักดันกลับประเทศพม่านั้น  เป็นการจับและควบคุมตัวโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นการละเมิดเสรีภาพซึ่งได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 32 จึงได้ร้องเรียนขอให้สภาทนายความให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่นายชาลีเพื่อให้ได้รับการปล่อยตัวต่อไป

///////////////////////////////////////////