มติครม. รับทราบของขวัญปีใหม่ของก.แรงงาน ปี 64 ลดเงินสมทบ เพิ่มเงินสงเคราะบุตร และค่าคลอดบุตรส่วนนอกระบบลดดอกเบี้ยเงินกู้

Share on facebook
Share on google
Share on twitter

นายกนั่งประธานรับทราบ กระทรวงแรงงานมอบของขวัญให้แรงงาน ลดดอกเบี้ยกองทุนผู้รับงานไปทำที่บ้าน ลดดอกเบี้ยเงินกู้ ลดเงินสมทบให้นายจ้าง-ลูกจ้าง การพัฒนาฝีมือแรงงานOnlineฟรี การฝึกอบรมความปลอดภัยอาชีวะอนามัยฯ เพิ่มสิทธิประโยชน์กรณีสงเคราะห์บุตร 600 เป็น 800 บาท เพิ่มค่าคลอดบุตรและฝากครรภ์ อัตรา 13,000 บาทเป็น 15,000 บาท

วันที่22 ธันวาคม 2563 ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี โดย คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบของขวัญปีใหม่ ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ

กระทรวงแรงงานขอมอบของขวัญปีใหม่ ปี 2564 ให้กับผู้ใช้แรงงานทั่วประเทศ สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้

1. กองทุนเพื่อผู้รับงานไปทำที่บ้าน ลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้หรือค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินของกองทุนเพื่อผู้รับงานไปทำที่บ้าน ร้อยละ 0 ต่อปี ในงวดที่ 1-12 และงวดที่ 13 เป็นต้นไปจนสิ้นสุดสัญญา คิดอัตราร้อยละ 3 ต่อปี โดยผู้รับงานไปทำที่บ้านรายบุคคลยื่นคำขอกู้ไม่เกิน 50,000 บาท รายกลุ่มบุคคลกู้ไม่เกิน 300,000 บาท กำหนดระยะเวลายื่นคำขอกู้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 – 31 สิงหาคม 2564 และทำสัญญากับกรมการจัดหางานให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 30 กันยายน 2564 กรอบวงเงิน 7,000,000 บาท

2. การลดอัตราเงินสมทบให้กับนายจ้างและผู้ประกันตน โดยนำส่งในอัตราจากเดิมฝ่ายละร้อยละ 5 เป็นฝ่ายละร้อยละ 3 ของค่าจ้าง เป็นระยะเวลา 3 เดือน เพื่อเป็นการช่วยเหลือนายจ้างจำนวน 486,192 แห่ง และผู้ประกันตน จำนวน 12.7 ล้านคน ที่ยังคงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะทำให้แบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของนายจ้างและผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบลดลงรวมจำนวน 15,660 ล้านบาท

3. การพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานผ่านระบบ Online ฟรี พร้อมกันทั่วประเทศ หลักสูตรที่เปิดฝึกทักษะฝีมือ ได้แก่ การเขียนโปรแกรมประมวลผลภาพและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) การออกแบบและตกแต่งภาพด้วยโปรแกรม Photoshop การประยุกต์ใช้ Excel Advance การบริหารสินค้าคงคลัง การประยุกต์ใช้งาน Internet of Things (IOT) สำหรับการเกษตรเทคนิคการใช้ Excel Advance เพื่อจัดการฐานข้อมูล การสร้างช่อง YouTube for Marketing การขายสินค้าออนไลน์ การเขียนคอนเทนต์เพื่อเพิ่มยอดขาย และการสร้างอินโฟกราฟฟิก เพื่อนำเสนองานอย่างมืออาชีพ ฯลฯ โดยฝึกอบรมผ่านระบบออนไลน์ (Application Zoom Meeting)

4. การฝึกอบรมด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน เพื่อให้การบริหารจัดการด้านความปลอดภัยในสถานประกอบกิจการมีประสิทธิภาพ การประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยจากการทำงานลดลงหรือไม่เกิดขึ้น โดยประสานหน่วยงานฝึกอบรมด้านความปลอดภัยในการทำงานซึ่งได้รับใบอนุญาตจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เพื่อจัดฝึกอบรมหลักสูตรความปลอดภัยในการทำงาน ให้แก่กลุ่มเป้าหมายนายจ้าง/ลูกจ้าง โดยไม่เรียกเก็บค่าบริการช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2564

5. การเพิ่มสิทธิประโยชน์กรณีสงเคราะห์บุตร/คลอดบุตร สำหรับผู้ประกันตน

(1) การเพิ่มสิทธิประโยชน์กรณีสงเคราะห์บุตร จากเดิมเหมาจ่ายในอัตรา 600 บาท/เดือนต่อบุตร 1 คน เป็นเหมาจ่ายในอัตรา 800 บาทต่อเดือนต่อบุตร 1 คน ผู้ประกันตนได้รับประโยชน์จำนวน 1.362 ล้านคน เป็นเงิน 13,739 ล้านบาท/ปี

(2) การเพิ่มสิทธิกรณีคลอดบุตรและฝากครรภ์
– ค่าคลอดบุตรเหมาจ่ายจากเดิมอัตรา 13,000 บาทต่อครั้ง เป็นเหมาจ่ายในอัตรา 15,000 บาทต่อครั้ง
– ค่าฝากครรภ์จากเดิม 3 ครั้งในอัตรา 1,000 บาท เป็น จำนวน 5 ครั้ง ในอัตรา 1,500 บาท โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564 ผู้ประกันตนได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีคลอดบุตร 293,073 คน/ปี เป็นเงิน 4,396 ล้านบาท กรณีฝากครรภ์ ผู้ประกันตนได้รับสิทธิประโยชน์ 122,114 ครั้ง/ปี เป็นเงิน 36.6 ล้านบาท

นักสื่อสารแรงงาน รายงาน