ภาคประชาชนแถลงประณามการใช้ความรุนแรง ปล่อยตัวชาวบ้าน หยุดดำเนินคดี


แถลงการณ์ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม เรื่อง “ประณามการใช้ความรุนแรงกับชาวบ้าน   รัฐบาลต้องปล่อยตัว หยุดการดำเนินคดี แก้ปัญหาโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาด้วยสันติ”

จากปรากฏการณ์ภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นทั่วโลก ส่งผลให้มีการให้สัตยาบันในการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Cop 21) ว่า จะจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลก ลดสัดส่วนการใช้พลังงานฟอสซิล โดยเฉพาะถ่านหิน และใช้พลังงานหมุนเวียนให้มากขึ้น โดยประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่มีการแถลงว่าจะใช้พลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

แต่ในทางปฏิบัติรัฐบาลยังคงเดินหน้าโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน โดยจะมีการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา ที่มีก าลังผลิตถึง 2,200 เมกะวัตต์ เป็นโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่กว่าโรงไฟฟ้าปกติถึง 3 เท่าตัว จะมีการอพยพชุมชนกว่า 250 ครัวเรือน บ้าน มัสยิด กุโบร์ วัด โรงเรียน จะหายไปจากแผ่นดิน นอกจากนั้น การขนถ่านหินนำเข้าจากต่างประเทศจะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่ง และอาชีพประมง การเผาไหม้ถ่านหินในโรงไฟฟ้าจะก่อให้เกิดสารพิษร้ายแรงจำนวนมาก ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน และอาชีพเกษตรกรรม

ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา ชาวบ้านสงขลาปัตตานี และภาคประชาชนหลายองค์กรได้ยื่นหนังสือให้รัฐบาลยุติโครงการ โดยชี้ให้เห็นถึงผลกระทบจากโครงการ และกระบวนการศึกษาสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ไม่มีความชอบธรรม ไม่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมมาตั้งแต่ต้น แต่ไม่มีเสียงตอบรับจากรัฐบาลแต่อย่างใด

ชาวบ้านจึงได้เดินเท้าระยะทาง 75 กิโลเมตร จากบ้านเพื่อมายื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีก าหนดประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่จังหวัดสงขลา ในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 เป็นการแสดงออกโดยสงบ ภายใต้รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 43 (3) “บุคคลและชุมชนย่อมมีสิทธิเข้าชื่อกันเพื่อเสนอแนะต่อหน่วยงานของรัฐให้ด าเนินการใดอันเป็นประโยชน์ต่อประชาชน หรือ ชุมชน หรืองดเว้นการด าเนินการใดอันจะกระทบต่อความเป็นอยู่อย่างสงบสุขของประชาชนหรือชุมชน” และ มาตรา 44 “บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ” รวมถึง พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 ซึ่งได้มีการแจ้งจัดกิจกรรมไว้แล้ว

แต่ในวันนี้ (27 พฤศจิกายน 2560) มีการใช้กองกำลังเข้ามาสลาย ทำให้ชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ พร้อมทั้งจับกุมชาวบ้านหลายราย ในขณะที่รัฐบาลได้ประกาศให้สิทธิมนุษยชนเป็นวาระแห่งชาติ

ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส. หรือ P-Move) เป็นเครือข่ายประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาของรัฐ และมีการขับเคลื่อนให้รัฐบาลรับรองสิทธิชุมชนในการจัดการที่ดินและ

ทรัพยากร ตลอดจนการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างต่อเนื่องมาหลายรัฐบาล ขอประณามการใช้ก าลังท าร้ายร่างกายข่มขู่คุกคามสะกัดกั้นการแสดงออกโดยสงบของชาวบ้าน พร้อมทั้ง ขอเรียกร้องให้รัฐบาล

1. ต้องปล่อยตัวผู้ถูกจับกุม ไม่มีการด าเนินคดี และยุติการใช้ความรุนแรงกับชาวบ้าน การเดินเท้าของชาวบ้านเป็นไปเพื่อปกป้องสิทธิชุมชนอย่างสันติ ตามรัฐธรรมนูญทุกประการ

2. ต้องทบทวนกระบวนการของรัฐที่ผ่านมา ทั้งเวทีรับฟังความคิดเห็น การท า EHIA ปิดกั้นการแสดงออกสิทธิชุมชน

3. ต้องแก้ไขปัญหาเรื่องนี้อย่างสันติ ด้วยการเปิดเวทีสาธารณะอย่างรอบด้าน โดยให้ชุมชนเข้าร่วมอย่างทั่วถึง โดยยึดหลักการคุ้มครอง ส่งเสริมสิทธิชุมชน และการพัฒนาที่ยั่งยืนเป็นฐาน

การเร่งรัดด าเนินโครงการโดยไม่ยอมรับสิทธิชุมชน การมีส่วนร่วมประชาชน ไม่เพียงจะท าลายการพัฒนาที่ยั่งยืนซึ่งเป็นเป้าหมายสากล แต่ยังขยายความขัดแย้งระหว่างรัฐกับประชาชน ท าให้ประชาชนไม่ไว้วางใจการปฏิรูปของรัฐบาลอีกต่อไป

ด้วยความเชื่อมั่นในพลังประชาชน                        ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม

27 พฤศจิกายน 2560