ผู้หญิงเสนอเพิ่มวันลาคลอด 120 วัน ผู้ชาย 30 วัน สนองนโยบายส่งเสริมการมีบุตรของรัฐบาล

เครือข่ายผู้หญิงเสนอ 4 ข้อต่อรัฐ หนึ่งรับรองอนุสัญญาILO 183 สองศูนย์เลี้ยงเด็กต้องสอดคล้องต่อคนทำงาน สาม ให้กำหนดสัดส่วนผู้หญิงในคณะกรรมการทุกระดับ สี่ ให้ 8 มีนาเป็นวันหยุด

8 มีนาวันสตรีสากลปีนี้ กลุ่มบูรณาการแรงงานสตรี ประกอบด้วยเครือข่ายขบวนผู้หญิงปฏิรูปประเทศ (Wemove) สมาพันแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) มูลนิธิเพื่อการพัฒนาแรงงานและอาชีพ โครงการสตรี และเยาวชนศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เครือข่ายสตรีชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย คณะทำงานวาระชายแดนใต้ เครือข่ายสตรีภาคใต้ เครือข่ายสตรีภาคเหนือ กลุ่มเพื่อนหญิงอำนาจเจริญ มูลนิธิส่งเสริมความเสมอภาคทางสังคม ศูนย์ส่งเสริมความเสมอภาคและความเป็นธรรม วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต เครือข่ายสตรีพิการ และเครือข่ายคนหลากหลายทางเพศ กว่า 1,000 คน ได้เดินรณรงค์เฉลิมฉลองเนื่องในวันสตรีสากล จากด้านหน้าโรงแรมเซนทรา ศูนย์ราชการและคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ไปยังห้องประชุมอาคารCAT คอนเวนชั่นฮอล บริศัทกสท.โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) กรุงเทพฯ

นางสาวนิไลมล มนตรีกานนท์ ประธานกลุ่มบูรณาการแรงงานสตรี กล่าวว่า การรวมตัวกันครั้งนี้ของเครือข่ายผู้หญิงก็เพื่อแสดงถึงพลังเนื่องในวันสตรีสากลซึ่งเป็นวันสำคัญที่ผู้หญิงทั่วโลกออกมาเฉลิมฉลองรณรงค์ร่วมกัน เพื่อรำลึกถึงการต่อสู้ของขบวนการแรงงานหญิงที่เกิดขึ้นเมื่อ 100 กว่าปี ที่ต้องมีความสูญเสียทั้งชีวิต อิสระภาพ ด้วยเพียงต้องการที่จะมีชีวิตการทำงานที่ดี ค่าจ้างที่เป็นธรรม ความเท่าเทียมระหว่างผู้หญิงกับผู้ชาย และสิทธิทางการเมือง จากการต่อสู้ครั้งนี้ทำให้ได้มาซึ่งระบบสามแปด คือ 8 ชั่วโมงทำงาน 8 ชั่วโมงพักผ่อน และ 8 ชั่วโมงศึกษา และเมื่อระบบทุนมีความเติบโตต้องการผลผลิตที่สูงขึ้น แต่การกดขี่ด้านค่าจ้างที่ยังต่ำทำให้ขบวนผู้หญิงยังออกมาเดินขบวนกันในวันนี้ ซึ่งมีการจัดงานวันสตรีสากลกันทุกปี โดยปีนี้ทางเครือข่ายมีข้อเรียกร้องดังนี้

1. รัฐต้องรับรองอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ฉบับที่ 183 ว่าด้วยการคุ้มครองความเป็นมารดา

2. รัฐต้องจัดให้มีศูนย์พัฒนาเด็กเล็กก่อนวัยเรียนอย่างทั่วถึงมีคุณภาพและปรับเปลี่ยนเวลาเปิด-ปิดศูนย์ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตคนทำงาน

3. รัฐต้องกำหนดให้มีสัดส่วนหญิง-ชาย 50:50 ในคณะกรรมการทุกมิติ

4. รัฐต้องกำหนดวันที่ 8 มีนาเป็นวันหยุดราชการ และวันหยุดตามประเพณี

ส่วนประเด็นข้อเสนออื่นๆแต่ละกลุ่มต่างประกอบด้วย

1. ให้รัฐเพิ่มวันลาคลอดจากเดิม 90 วัน เป็น 120 วัน โดยได้รับค่าจ้างเต็ม

2. รัฐต้องให้ผู้หญิงทุกคนมีสิทธิตรวจมะเร็งปากมดลูก และมะเร็งเต้านมฟรี

3. ให้รัฐจ่ายเงินอุดหนุให้กับลูกแรงงานนอกระบบ ที่มีอายุตั้งแต่แรกเกิดถึง 6 ปีทุกคน

4. ให้รัฐจ่ายเงินทดแทนการขาดรายได้ให้แรงงานหญิงนอกระบบหลังคลอดบุตรระยะเวลาเท่ากับที่แรงงานในระบบได้รับ

5. รัฐต้องให้ลูกจ้างเอกชนและพนักงานรัฐวิสาหกิจชาย ลาไปดูแลภรรยา และบุตรหลังคลอด โดยได้รับค่าจ้าง 30 วัน

“ปีนี้ทางเครือข่ายไม่ได้นำข้อเรียกร้องเสนอต่อรัฐบาลโดยตรง เพียงต้องการรณรงค์สื่อสารผ่านสื่อมวลชน และสังคมให้เห็นถึงประเด็นความเดือดร้อน ซึ่งแต่ละกลุ่มได้มีการนำเสนอผ่านขบวน และประกาศเจตนารมณ์ร่วมกัน ซึ่งประเด็นหลักทั้งหมดนี้เป็นประเด็นที่ต้องการให้เกิดการแก้ไข และยื่นข้อเรียกร้องมาหลายปีแล้ว” นางสาวนิไลมล กล่าว

ด้านนางสาวเรืองรุ่ง วิเชียรพงศ์ คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย กล่าวถึงข้อเสนอประเด็นการลาคลอด 90 วันนี้นยังไม่สอดคล้องต่อความเป็นจริงของผู้หญิงในการคลอดบุตรและดูแลบุตรหลังคลอด และค่าจ้างที่ได้รับจากนายจ้างได้รับเพียง 45 วัน รับจากประกันสังคม 45 วัน ซึ่งเป็นรายได้ที่ต่ำไม่เพียงพอ ซึ่งขณะนี้หลายบริษัทได้มีการให้สิทธิลูกจ้างหญิงลาคลอดได้แล้ว 120 วัน หรือบางบริษัทมห้ลาคลอดได้ถึง 180 วันแล้วได้รับค่าจ้างเต็มร้อยจากนายจ้าง ซึ่งตรงนี้ทำให้การเรียกร้องให้ผู้หญิงลาคลอดได้ 120 วันโดยได้รับค่าจ้างจึงมีความเป็นไปได้และสอดคล้องกับอนุสัญญาILOฉบับที่ 183 ว่าด้วยความเป็นมารดา รวมถึงข้อเสนอให้ผู้ชายสามารถลาเพื่อดูแลภรรยาได้อย่างน้อย 30 วัน เนื่องปัจจุบันการคลอดบุตรหรือช่วงท้องแก่ผู้หญิงจะมีร่างกายและจิตรใจอ่อนแอต้องมีการดูแลใกล้ชิด และหลังคลอดบุตรจ้องมีการดูแลสุขภาพทั้งแม่และลูก การวางแผนในการดูแลลูก รวมถึงรัฐบาลเองก็ประกาศส่งเสริมการมีบุตรเนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยเข้าสูงสังคมผู้สูงอายุแล้ว

ส่วนนางสาวติ่นติ่นเท แรงงานชาวพม่า เล่าว่า การมาร่วมรณรงค์ในวันที่ 8 มีนานี้ต้องการให้รัฐบาลดูแลและแก้ปัญหาแรงงานข้ามชาติด้านสิทธิการลาคลอดเพิ่มขึ้นเป็น 120 วัน เพราะอยากดูแลอยู่ใกล้ลูกให้แข็งแรง และได้รับค่าจ้างด้วย

นางถิ่นถิ่นเมี่ย แรงงานข้ามชาติชาวเมียนมาร์ กล่าวว่า ทำงานในประเทศไทย 15 ปีแล้ว ตอนนี้อายุ 55 ปี และมีครอบครัวอาศัยอยู่ในประเทศไทย ลูกก็ยังเรียนอยู่จึงยังไม่อยสกเกษียณอายุกลับประเทศ อยากให้มีการจ้างงานแรงงานอายุ 55 ปีทำงานต่อ

นางสุนทรี หัตถี เซ่งกิ่ง ตัวแทนแรงงานนอกระบบกล่าวถึงข่อเสนอแรงงานนอกระบบว่า ด้วยสภาพปัญหาของแรงงานหญิงนอกระบบ มีทั้งปัญหาการขาดรายได้เมื่อคลอดบุตร เมื่อคลอดแล้วก็ไม่มีเงินสงเคราะห์บุตร รวมถึงเมื่อคลอดบุตรแล้วไม่ได้พักเลยต้องออกไปหารายได้ จึงขอเสนอต่อรัฐบาลว่า แรงงานหญิงนอกระบบต้องได้รับค่าคลอดบุตร และเงินสงเคราะห์บุตรเท่ากับแรงงานในระบบด้วยในฐานะแรงงานเช่นกัน

นักสื่อสารแรงงาน รายงาย