ผู้นำแรงงานสะท้อนปัญหาแรงงานหญิงท้องถูกเลือกปฏิบัติ

12809793_1696923673924154_1024853627167508396_n

กรมกิจการสตรีฯจับมือ คสรท. ปฏิบัติการ พ.ร.บ.ความเท่าเทียมระหว่างเพศ ฟังเสียงสะท้อนแรงงานหญิงท้อง เลิกจ้าง ถือถูกเลือกปฏิบัติ ถึงละเมิดสิทธิ

กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมกับ คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อคุ้มครองและป้องกันมิให้เกิดกาถูกเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ เพื่อเผยแพร่เนื้อหาสาระสำคัญของพระราชบัญญัติความเท่าเทียมทางเพศ พ.ศ.2558 ระดมความคิดเห็นประเด็นเรื่อง “กฎหมายความเท่าเทียมระหว่างเพศ; แรงงานไทยได้รับผลประโยชน์? ” ในวันอาทิตย์ที่ 12 มิถุนายน 2559 ณ ห้องประชุมปรินซ์บอลรูม 3 โรงแรมปรินซ์พาเลซ มหานาค กรุงเทพมหานคร โดยผู้เข้าร่วมซึ่งเป็นผู้นำแรงงานจากเครือข่ายสมาชิกของคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย จำนวน 150 คน
นายบุญเลิศปัญญา บูรณบัณฑิต อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ได้กล่าวถึงที่ผ่านมาสังคมโลกได้ผลักดันเรื่องความเท่าเทียมระหว่างเพศ และประเทศไทยก็มีความพยายามขจัดการเลือกปฏิบัติ เพื่อให้มีความเท่าเทียมและเสมอภาค โดยมีการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับคำนำหน้านางของผู้หญิงที่แต่งงานเมื่อจดทะเบียนสมรสก็ยังมีสิทธิใช้นางสาวได้ รวมถึงกฎหมายสิทธิสตรีและเด็ก และยังมีงานที่ถูกเลือกปฏิบัติในเจตคติว่าเหมาะกับคนเพศใดและยังมีกลุ่มที่หลากหลายทางเพศจำนวนมากที่ยังถูกอคติระหว่างรักร่วมเพศ และยังถูกผลักออกจากระบบการสมัครงาน ภาครัฐจึงได้ออกกฎหมายการถูกกีดกันทางเพศ ซึ่งพระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 ผู้ที่เลือกปฏิบัติก็ต้องควรระวังการละเมิดสิทธิ ดังนั้นผู้นำแรงงานในฐานะที่เป็นผู้เรียกร้องสิทธิให้กับคนงานจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งต้องเรียนรู้และผลักดันสิ่งเหล่านี้

จากนั้นเป็นการเสวนา เรื่องพระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 แนวทางการคุ้มครองและป้องกันมิให้เกิดการถูกเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ โดยคุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ คณะกรรมการส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ กล่าวเรื่องการเลือกปฏิบัติไม่ว่าจะอยู่ในสังคมไหนก็ต้องมีการถูกเลือกปฏิบัติเพราะเป็นเรื่องเจตคติ มันเป็นเรื่องของผู้มีอำนาจกับผู้ด้อยโอกาสเป็นเรื่องการต่อสู้ผู้มีอำนาจเหนือกว่าเราก็อาจทำเป็นลืม เราจึงต้องดูแลผู้ที่ด้อยกว่าไม่ให้ถูกเอาเปรียบจึงต้องมีกฎหมายฉบับนี้ไว้ดูแล และการต่อสู้ในวันข้างหน้าเราต่อสู้กันด้วยความคิดและกฎหมาย จึงต้องฝากทุกคนให้อ่านกฎหมายเพื่อที่เราจะได้รู้ การต่อสู้นี้เราสู้กันมากว่าจะได้กฎหมายความเท่าเทียมระหว่างเพศ ถือว่าได้มาเยอะเพราะในหลายประเทศยังไม่มีแต่ประเทศเรามี กุญแจสำคัญของคณะกรรมการชุดนี้อยู่ที่ฝ่ายการเมืองเพราะประธาน รองประธาน มาจากฝ่ายการเมือง ส่วนที่เหลือเป็นข้าราชการระดับกระทรวงรวม 11 คน ผู้ทรงคุณวุฒิมี 9 คน คณะกรรมการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ (สทพ.) จำนวน 20 คน ซึ่งมีสองคณะสำหรับช่วยเหลือหากเกิดการเลือกปฏิบัติ หากจะร้องเรียนการถูกเลือกปฏิบัติสิ่งที่เราต้องมีไว้คือทนายความในการช่วยเรียบเรียงการเขียนคำร้อง ซึ่ง พ.ร.บ.ฉบับนี้มี 4 ส่วนด้วยกันคือ

1.คณะกรรมการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ (สทพ.)

2.คณะกรรมการวินิจฉัยการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ (วลพ.)

3.เลขานุการ

4.กองทุนเยียวยา

ซึ่งกฎหมายนี้ยังมีข้อยกเว้นอีก 2 เรื่อง 1.การอ้างเรื่องศาสนา 2.การอ้างเรื่องความมั่นคง ซึ่งเหตุการณ์ที่นำมาอ้างในสองเหตุนี้ก็ยังไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไรเพราะในความหมาย 2 เหตุนี้มันกว้างมากหากเกิดเหตุขึ้นก็แนะนำให้ไปร้องตาม พ.ร.บ. นี้ไว้ก่อนแล้วก็ให้ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการวินิจฉัยการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ (วลพ.) จะพิจารณาว่าเข้าข่ายการละเมิดสิทธิความเท่าเทียมระหว่างเพศหรือไม่

13435512_1000680520027502_7904613583650401761_n

นางสาวนัยนา สุภาพึ่ง ผู้อำนวยการมูลนิธิธีรนารถ กาญจนอักษร กล่าวว่าสิ่งที่คุณหญิงทิพาวดี พูดมาใน 4 แท่งเสาหลักได้ชัดเจน ความหมายการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ คือการกระทำหรือไม่กระทำการใดอันเป็นการแบ่งแยก กีดกัน หรือจำกัดสิทธิประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมโดยปราศจากความชอบธรรม ซึ่งสิ่งเหล่านี้เกี่ยวข้องกับแรงงานเป็นส่วนใหญ่ จึงอยากชวนแลกเปลี่ยนการถูกเลือกปฏิบัติในที่ทำงานของพวกเรา และกฎหมายฉบับนี้ยังมีเงินเยียวยาหาก วลพ. วินิจฉัยว่าเราถูกกระทำก็จะมีเงินส่วนนี้ชดเชยความเสียหายให้กับผู้ร้อง

นางสาววิไลวรรณ แซ่เตีย ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย กล่าวถึงเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ.ความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 เป็นสิ่งที่ดีมากซึ่งแตกต่างจากกฎหมายประกันสังคม กฎหมายคุ้มครองแรงงาน 2541 ซึ่งกฎหมายฉบับนี้จะมีเวทีรับฟังความคิดเห็น และไม่ได้แบ่งแยกเพศและที่มาของกฎหมายก็แบ่งได้ชัดเจน จึงขอตั้งคำถาม 1.ท้องแล้วมาสมัครงานพอหัวหน้างานรู้ว่าท้องก็ไม่ให้ผ่านงาน 2.เป็นลูกจ้างซับคอนแทรคทำงานที่เดียวกับพนักงานประจำมีท้องถูกเลิกจ้างทั้งแผนก จึงอยากทราบว่าจะมาร้องที่หน่วยงานนี้ได้หรือไม่

ผู้เข้าร่วมได้ร่วมแลกเปลี่ยน โดยสรุปได้ดังนี้

1.บุตรที่ได้รับความเสียหายจากครอบครัวเพราะเหตุที่เป็นคนหลากหลายทางเพศจะสามารถฟ้อง พ.ร.บ. นี้ได้หรือไม่
2. กฎหมายแรงงาน ความเสมอภาคระหว่างเพศเป็นเรื่องกว้างๆจะเห็นได้ว่ากลไกทางกฎหมายแรงงานไม่ค่อยมีความชัดเจน
3. คณะกรรมการวินิจฉัยการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ (วลพ.) มีกลไกดูแลเรื่องการเลือกปฏิบัติ 4.การสร้างเครือข่ายแต่ละจังหวัดของ (สทพ.) และ (วลพ.) ต่างจังหวัดยังไม่ค่อยรู้ว่ามีกฎหมายนี้เท่าไรนักเพราะขาดการประชาสัมพันธ์
4. กองทุนเยียวยาหากสามารถนำไปป้องกันได้ก็ดีกว่านำมาเยียวยา
5.ที่มาของ(วลพ.) มาจากไหนและแต่ละจังหวัดใครเป็นเจ้าหน้าที่

คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ ผู้นำต้องศึกษากฎหมายให้แตกฉานซึ่งมีกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 2 ฉบับ 1.กฎหมายคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 2.ความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 เราต้องดูที่ข้อกฎหมายว่าเกี่ยวข้องและเข้าข่ายในข้อใดในการเลิกจ้างคนท้องและเข้าข่ายถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรมก็ให้ฟ้อง วลพ. ส่วนการเลิกจ้างคนท้องถ้าผู้หญิงกับผู้ชายถูกเลิกจ้างเหมือนกันก็ไม่เข้าข่ายการถูกเลือกปฏิบัติระหว่างเพศเพราะเป็นเรื่องของลูกจ้างกับนายจ้าง และถ้าบุคคลคิดว่าได้รับความเสียหายก็ให้ร้องและให้ระบุเหตุแห่งการถูกเลือกปฏิบัติ และกฎหมายก็บอกว่าต้องไม่เป็นเรื่องที่ อยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาล เราจึงต้องศึกษาให้แตกฉานว่าเราจะไปร้องที่ไหนก่อนให้ตรงประเด็นที่สุด และเนื่องจากกฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายใหม่เราจึงต้องฟ้องเพื่อให้เป็นบรรทัดฐาน

ทั้งนี้ นางสาวนัยนา สุภาพึ่ง การร้องเรียนตาม พ.ร.บ.ความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 ร้องได้ที่ พมจ. ที่เกิดเหตุ หรือกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัว เขต 1-8 และหน่วยงานที่ประกาศกำหนด การฟ้องคดีอยู่ในศาลหากเป็นคนละประเด็นก็สามารถมาฟ้องที่ วลพ.ได้

จากนั้นมีการ แบ่งกลุ่มย่อยระดมความคิดเห็นประเด็นเรื่อง “กฎหมายความเท่าเทียมระหว่างเพศ; แรงงานไทยได้รับผลประโยชน์? ”

1.การถูกเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ
– การเลื่อนตำแหน่งและปรับเงินเดือน ผู้ชายและผู้หญิงทำงานเหมือนกัน แต่ผู้ชายอายุงานน้อยกว่าได้เลื่อนตำแหน่งปรับขึ้นเงินเดือน
– การรับสมัครงานมีการกีดกันผู้ที่เป็นเกย์ เป็นทอม กระเทย ไม่รับเข้าทำงาน
– การเลิกจ้างคนงานระหว่างการทดลองงาน เพราะรู้ว่าท้องโดยอ้างทำงานไม่ผ่าน

2.ทำอย่างไรให้คนงานสามารถเข้าถึง พ.ร.บ.ความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558
– การอบรมให้ความรู้ – การให้คำปรึกษาแนะนำ – การสร้างเครือข่ายการทำงานระหว่างสหภาพฯ กับ พมจ.- ทำแผ่นพับ สื่อประชาสัมพันธ์ มีเว็บไซด์ เพื่อเผยแพร่ พ.ร.บ.ความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558

นักสื่อสารศูนย์แรงงานอ้อมน้อย-