นายชาลีแรงงานข้ามชาติยื่นหนังสือถึงก.แรงงาน สปส.ตรวจสอบอุบัติเหตุและต่ออายุใบอนุญาตทำงาน

นายชาลี แรงงานข้ามชาติ ยื่นหนังสือถึงสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน และองค์กรรัฐที่เกี่ยวข้อง เรื่องให้ต่อใบอนุญาตการทำงาน ให้สำนักงานประกันสังคมสอบสวนการเกิดอุบัติเหตุระหว่างทำงาน และเยียวยา รวมถึงให้ดำเนินการตรวจสอบดำเนินการทางกฎหมายกับนายจ้าง และมอบอำนาจให้มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา (มสพ.) เป็นตัวแทนยื่นหนังสือ ดำเนินการร้องเรียนแทน

เนื่องด้วยข้าพเจ้า นายชาลี หรือชาลี ดียู อายุ 28 ปี สัญชาติ พม่า ภูมิลำเนาเดิม  หมู่บ้านกับเย่า  จังหวัดจายเมียว ประเทศพม่า เป็นเเรงงานข้ามชาติได้รับอนุญาตให้มีสิทธิอาศัยชั่วคราวและมีสิทธิทำงานได้โดยถูกต้องตามกฎหมาย โดยข้าพเจ้าได้รับการจัดทำทะเบียนประวัติและบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมได้รับการกำหนดเลขประจำตัว 13 หลักเลขที่ 00-1306-103465-0ซึ่งดำเนินการโดยกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย และได้ขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวและได้รับใบอนุญาตทำงานจากกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน แต่เนื่องจากนับตั้งแต่ประสบอุบัติเหตุเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2554 ก็พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลมาโดยตลอดและไม่ได้กลับไปที่พักอีก เอกสารประจำตัวต่างๆ ที่เก็บไว้ในที่พักซึ่งเช่าอยู่จึงสูญหายทั้งหมด อีกทั้งยังถูกนายจ้างทอดทิ้ง อันเป็นเหตุสุดวิสัย ข้าพเจ้าจึงยังไม่ได้รับการต่อใบอนุญาตทำงาน
เดิมข้าพเจ้าเป็นลูกจ้างของนายเสริม เผ่าบริบูรณ์ หรือ นายไก่  นายจ้าง ลักษณะงานเป็นงานก่อสร้าง มีลูกจ้างประมาณ 10 คน นายไก่ มีที่พักอยู่ข้างวัดสุวรณ คล้องเก้า ตำบลลำลูกกา ถนนลำลูกกา ปทุมธานี ข้าพเจ้าได้ขึ้นทะเบียนเป็นลูกจ้างของนายเสริมกับกรมการจัดหางานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยประกันตนกับโรงพยาบาลธัญบุรี ตำบลรังสิต อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ต่อมาข้าพเจ้าได้ไปทำงานกับนายจ้างรายใหม่ คือนายธารา ลิตแตง ที่อยู่ตามบัตรประชาชนอยู่ที่ 35 หมู่ 6 ต.บางรักน้อย อำเภอเมืองนนทบุรี โทร. 082 -5783696 โดยข้าพเจ้าไม่ได้เเจ้งเปลี่ยนนายจ้างต่อกรมการจัดหางาน เนื่องนายเสริมซึ่งเป็นนายจ้างเดิมได้ยึดบัตรประจำตัวไว้และไม่ให้ความร่วมมือในการเเจ้งเปลี่ยนนายจ้าง ทั้งนี้ นายธารา มีที่พักอยู่บ้านเช่าย่านคลองเก้า อำเภอคูคต จังหวัดปทุมธานี ลักษณะงานก่อสร้างเหมาช่วง มีคนงานเพียง 3 คน คือตัวนายธาราเอง ภรรยานายธารา และข้าพเจ้า  ข้าพเจ้าได้รับค่าจ้างวันละ 250 บาท  โดยทำงานทุกวันตั้งแต่เวลา 7.00 น. ถึง 18.00 น. ข้าพเจ้าจึงมีสถานะเป็นลูกจ้างตามมาตรา 5 แห่งพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 รวมถึงเป็นลูกจ้างภายใต้คำนิยามของมาตรา 5 แห่งพ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ.2537 มีสิทธิได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายและตามอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ฉบับที่ 19 ว่าด้วยการปฏิบัติโดยเท่าเทียมกันในเรื่องค่าทดแทนระหว่างคนงานชาติในบังคับและคนต่างชาติ พ.ศ.2468 ซึ่งประเทศไทยให้สัตยาบันอนุสัญญาฉบับนี้ เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2511

วันเกิดเหตุ วันที่ 9 มกราคม 2554 นายธาราพาข้าพเจ้าไปรับจ้างก่อปูนที่สถานที่ก่อสร้างของบริษัท NSU Supply จำกัด ซึ่งประกอบกิจการรับเหมาต่อเติมโรงงานผลิตอาหารสำเร็จรูปเครือซีพี อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี ขณะทำงานเกิดอุบัติเหตุผนังคอนกรีตพังลงมาทับตัวข้าพเจ้าได้รับบาดเจ็บ โดยในที่เกิดเหตุมีพยานรู้เห็นเหตุการณ์ คือ นายวีระศักดิ์ คำศรี หัวหน้าคนงานบริษัท NSU Supply จำกัด โทร. 085-0018441 นายธารา ภรรยานายธารา ลูกชายนายธารา และเพื่อนนายธารา ซึ่งทำงานอยู่ด้วยกัน นอกจากนี้ยังมีพนักงานรักษาความปลอดภัยซึ่งได้ถ่ายรูปเหตุการณ์ไว้ และคนงานอีกจำนวนมากในโรงงานเห็นเหตุการณ์ ข้าพเจ้าถูกนำตัวส่งไปที่ห้องพยาบาลของโรงงานก่อนที่นายธาราจะนำตัวข้าพเจ้าส่งยังโรงพยาบาลปทุมธานี เเพทย์ตรวจพบอาการสะโพกด้านซ้ายและกระดูกต้นขาหัก อวัยวะในช่องท้องได้รับบาดเจ็บรุนแรง ลำไส้ใหญ่แตก กระเพาะปัสสาวะช้ำ ปัสาวะเป็นเลือด ต้องผ่าตัดลำไส้ใหญ่ ระบายอุจจาระทางหน้าท้องชั่วคราว วันที่ 10 มกราคม 2553 นายวีระศักดิ์จึงมาเยี่ยมข้าพเจ้าและสัญญาว่าจะรับผิดชอบข้าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลทั้งหมด

ข้าพเจ้ารับการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลปทุมธานีจนกระทั่งวันที่ 31 มกราคม 2554 โรงพยาบาลจึงได้เเจ้งตำรวจเพื่อให้มาควบคุมตัวข้าพเจ้าอันเป็นการกระทำที่ขัดต่อเเนวโนบายของกระทรวงสาธารณะสุขในการให้ความช่วยเหลือเเรงงานข้ามชาติที่ประสบอุบัติเหตุจากการทำงานซึ่งต้องเป็นไปตามหลักมนุษยธรรมและหลักความเสมอภาคในการเข้าถึงบริการสาธารณสุข ข้าพเจ้าจึงถูกควบคุมตัวมายังสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและถูกส่งตัวมารักษาต่อยังโรงพยาบาลตำรวจจนถึงปัจจุบัน รวมค่ารักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลปทุมธานีเป็นเงิน 73,539 บาท (เจ็ดหมื่นสามพันห้าร้อยสามสิบเก้าบาท) โดยที่ นายธารา นายจ้าง และบริษัท NSU Supply จำกัด มิได้รับผิดชอบค่าใช่จ่ายในการรักษาพยาบาล และปัจจุบันก็ไม่สามารถติดตามตัวนายจ้างได้

ดังนั้น ข้าพเจ้าจึงใคร่ขอให้ท่าน ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ดำเนินการให้ความคุ้มครองสิทธิตามกฎหมายแก่ข้าพเจ้าดังนี้

1. ขอดำเนินการต่อใบอนุญาตทำงานให้ข้าพเจ้า ทั้งนี้ตามประกาศของกระทรวงเเรงงานซึ่งให้ขยายระยะเวลาต่อใบอนุญาตการทำงานสำหรับเเรงงานข้ามชาติไปจนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2554เนื่องจากการขาดการต่อใบอนุญาตทำงานนั้นมิได้เกิดจากความจงใจหรือความผิดของข้าพเจ้าแต่กลับเป็นกรณีที่ข้าพเจ้าเป็นผู้เสียหายจากการกระทำอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการละเมิดต่อกฎหมาย

2. ขอให้สำนักงานประกันสังคมดำเนินการสอบสวนอุบัติเหตุระหว่างการทำงานที่เกิดขึ้น ตลอดจนดำเนินการให้ข้าพเจ้าได้รับการเยียวยาความเสียหายจากการบาดเจ็บจากการทำงานโดยเร็วตามสิทธิประโยชน์ที่ควรได้รับภายใต้พระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ. 2537 จากกองทุนเงินทดแทน โดยให้กองทุนเงินทดเเทนชำระค่ารักษาพยาบาลจำนวน 73,539 บาท (เจ็ดหมื่นสามพันห้าร้อยสามสิบเก้าบาท) แก่โรงพยาบาลปทุมธานีและค่าทดแทนอื่นซึ่งข้าพเจ้ามีสิทธิได้รับอันเนื่องมาจากการเจ็บป่วยจากการทำงานตามพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ. 2537

3. ขอให้ดำเนินการตรวจสอบอุบัติเหตุดังกล่าวและดำเนินการตามกฎหมายต่อนายจ้างโดยเร็ว เนื่องจากเป็นกรณีที่นายจ้างละเลยไม่แจ้งการประสบอันตรายไปยังสำนักงานประกันสังคมและไม่รับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลของลูกจ้างจึงเป็นการละเลยต่อหน้าที่ที่กฎหมายกำหนดตามพระราชบัญญัติเงินทดเเทน พ.ศ. 2537 อีกทั้งยังเป็นกรณีที่นายจ้างละเลยต่อหน้าที่ต้องจัดการด้านอาชีวะอนามัยและสภาพเเวดล้อมในการทำงานให้มีความปลอดภัยตามที่กฎหมายกำหนดจึงเป็นการละเมิดต่อกฎหมายคุ้มครองเเรงงาน ซึ่งสำนักงงานสวัสดิการและคุ้มครองเเรงงาน โดยพนักงงานตรวจเเรงงานมีอำนาจหน้าที่โดยตรงในการตรวจสอบกรณีการละเมิดต่อกฎหมายดังกล่าวนี้ ตลอดจนดำเนินการตามกฎหมายต่อนายจ้างเพื่อให้เป็นตัวอย่างของการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ อันเป็นการป้องปรามมิให้นายจ้างละเว้นหน้าที่หรือกระทำการละเมิดต่อกฎหมาย อันจะเป็นการเสริมสร้างมาตรการป้องกันการละเมิดสิทธิของลูกจ้าง

โดยข้าพเจ้าได้มอบอำนาจให้มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนเเละการพัฒนา (มสพ.) เป็นตัวเเทนในการยื่นหนังสือร้องเรียนฉบับนี้ตลอดจนติดตามและดำเนินการร้องเรียนในขั้นตอนต่าง ๆ จนถึงที่สุด

/////////////////////////////////////////////////////////////