นักสื่อสารแรงงานกับชีวิตคนไร้บ้าน

DSCN5026

คนไร้บ้าน วอนอย่าจับ ส่งสถานสงเคราะห์เพราะเหมือนติดคุก ชูนโยบายรัฐจัดสรรงบสร้างบ้านให้คนเร่ร่อน สร้างงานที่ไม่โกงค่าแรง

วันที่ 28 มิถุนายน 2558 โครงการพัฒนาศักยภาพนักสื่อสารแรงงาน และประชากรกลุ่มเฉพาะเพื่อการขับเคลื่อนสังคม โดยมูลนิธิพิพิธภัณพ์แรงงานไทยได้จัดกิจกรรมลงพื้นที่ภาคสนามที่ ศูนย์พักคนไร้บ้าน สุวิทย์ วัดหนู บางกอกน้อย กรุงเทพฯ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้การสื่อสารข้ามประเด็นข้ามเครือข่าย กับทางเครือข่ายคนไร้บ้าน มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย เป็นความร่วมมือและขยายแนวคิดในการขับเคลื่อนประเด็น เพื่อการสื่อสารร่วมกันในพื้นที่

โดยสรุปปัญหาคนไร้บ้านขณะนี้ว่า แม้ว่าทางรับจะมีนโยบายหลายด้านออกมาเพื่อดูแลคนไร้บ้าน เช่นกรณีที่พักพิงอย่างบ้านอิ่มใจ บ้านมิตรไมตรี แต่ด้วยมีการจำกัดเรื่องเวลาเข้า ออกต้องเป็นเวลา ต้องขึ้นทะเบียนทุกครั้งที่ต้องการเข้าพัก ไม่มีพื้นที่ในการเก็บข้าวของให้ ช่วงที่เข้ามาพักช่วงเย็น ช่วงเช้าต้องเอาข้าวของออกไปด้วย ทำให้คนไร้บ้านบางส่วนเข้าไปพักไม่ได้ ด้วยปัญหาการจำกัดเวลา

นายธเนศ จรโณทัย คนไร้บ้านเล่าว่า คนไร้บ้านเร่ร่อนนั้นสาเหตุเกิดจากปัญหาครอบครัวแตกแยก หรือคิดว่าตนเองเป็นภาระครอบครัว ยังมีผู้ป่วยซ้ำซ้อน เป็นผู้ป่วย เป็นผู้ติดเชื้อ ผู้พิการ ผู้ต้องขังที่พ้นโทษ คนติดยาเสพติด ฯลฯ ซึ่งมาเร่ร่อนในพื้นที่สาธารณะ ในสนามหลวง ที่ว่าการกรุงเทพมหานคร สถานีขนส่งหมอชิต สถานีรถไฟหัวลำโพง ฯลฯ

2015-07-03 14.17.59

ปัญหาการไม่มีบัตร ไม่มีสถานะทำให้เกิดปัญหาในการที่ใช้สิทธิขั้นพื้นฐานการรักษาพยาบาล การเข้าถึงสิทธิตามที่รับจัดให้ บางครั้งเจอตำรวจตรวจจับตั้งข้อหาอาจโดนคดีกลายเป็นผู้ร้ายติดคุก

ส่วนการไปรับบริการจากภาครัฐก็มักถูกมองไม่เห็นความมีตัวตนของคนไร้บ้านที่ไม่มีบัตรเลข 13 หลักทำอะไรก็ยาก

อาชีพของคนไร้บ้านส่วนใหญ่คือเก็บของเก่าขาย เก็บขวด เก็บกระป๋องขาย ซึ่งในพื้นที่สถานีขนส่งต่างๆขณะนี้มีคนเข้าไปประมูลขยะ คนไร้บ้านเข้าไปเก็บขวด กระป๋องอาจได้รับอันตราย ปัญหาด้านสุขภาพอีกอย่างคือบริเวณสถานีขนส่ง จะมีอาหารและน้ำที่คนกินเหลือทิ้ง และคนไร้บ้านเก็บมาดื่ม กินต่อ บางคนไม่รู้ว่าอาหารนั้นติดเชื้อมีโรคที่ติดต่อก็เจ็บป่วยบางรายเสียชีวิต เพราะกินอาหารที่ติดเชื้อของคนที่เหลือทิ้ง

2015-07-03 14.16.57

นายสมพร พรมหาร เจ้าหน้าที่มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย กล่าวว่า การออกมาใช้ชีวิตของคนไร้บ้าน เพราะความเปาะบางของครอบครัว ปัญหาภาวเศรษฐกิจ ซึ่งทางมูลนิธิฯได้มีการทำงานกับคนไร้บ้านเพื่อให้เกิดการเข้าถึงสิทธิ ปัญหาที่คนไร้บ้านเผชิญคือการหางานทำ ท่ามกลางการไม่มีสถานะไม่มีบัตรประจำตัวเลข 13 หลัก การมีรายได้ หรือค่าจ้างที่เป็นธรรมจึงลำบาก เข้าไปทำงานในระบบไม่ได้ต้องเป็นแรงงานนอกระบบ บางครั้งถูกโกงค่าแรง ถูกเอารัดเอาเปรียบตลอดเวลา แม้ว่าคนไร้บ้านจะเลือกงานไม่ได้แต่ก็ต้องเลือกการจ้างงานแบบวันต่อวัน ต้องได้ค่าจ้างเลยหากไม่ได้ก็จะไม่ทำ ด้วยเพราะคนไร้บ้านมีประสบการณ์ถูกโกงค่าแรงบ่อยครั้ง ไปแจ้งความก็ไม่ได้ เพราะตำรวจ หรือรัฐก็ต้องใช้เลข 13 หลัก การที่คนไร้บ้านไม่รับงานก็ถูกสังคมมองว่าเป็นคนไม่ขยัน หรือขี้เกียจ แต่ความจริงเขาก็ต้องการมีงานทำ มีความมั่นคงเหมือนคนอื่นๆทั่วไป

ขณะนี้มูลนิธิฯได้มีการจัดสร้างบ้านสำคนไร้บ้านที่ต้องการ โดยใช้การออมเงิน มีบ้านเดี่ยวสำหรับคนไร้บ้านที่มีครอบครัว และบ้านรวมสำหรับคนไร้บ้านที่โสด ใช้การเช่าที่การรถไฟ ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างที่พุทธมณฑลสาย 2 แนวทางการออมมีเดือนละ 400 บาท บ้านเดี่ยวเดือนละ 700 บาท ขณะนี้มีผู้ที่จะมีโอกาสได้อยู่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองจำนวน 28 คน ตอนนี้มีการพักดันให้รัฐบาลมีนโยบายสำหรับผู้ด้อยโอกาสซึ่งมีองค์กรเอกชนจากต่างประเทศสนับสนุนสร้างบ้านหลังละ 50,000 บาท แต่การที่คนอื่นๆจะได้รับสิทธิก็ต้องรอให้พี่น้องที่ได้สิทธิทั้ง 28 คนส่งเงินคืนกองทุนก่อน

การทำงานของเครือข่ายคนไร้บ้าน ได้มีการจัดตั้งในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดขอบแก่นแล้ว วึ่งเท่าที่พบคนไร้บ้านส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ติดสุรา ซึ่งทางเครือข่ายฯก้ต้องการที่จะมีอาคารใหม่มีพื้นที่ที่เหมาะสมในการรองรับคนไร้บ้านซึ่งมาใช้เป็นที่พักพิงเพิ่มขึ้นในศูนย์

2015-07-03 14.17.24

นายบี เล่าว่า การทำงานของคนไร้บ้านส่วนใหญ่คือรับจ้างทั่วไป เช่นแจกเอกสาร แผ่นพับใบปลิวห้างสรรพสินค้าตามบ้าน รับจ้างโบกธงตามโครงการขายบ้าน ปั้มน้ำมัน รับจ้างล้างจาน ทุบตึก ซึ่งตนได้รับจ้างทำทุกอย่าง และเคยถูกโกงค่าแรงจากผู้รับเหมา เนื่องจากเป็นคนไร้บ้าน ไม่น่าเชื่อถือเข้าไม่ถึงแหล่งจากงาน จึงมีนายหน้ามาประสานให้ไปทำงาน ตรงนั้นเขาก็กินหัวคิวค่าแรงของคนไร้บ้านไปแล้ว บางคนก็โกงค่าแรงไปเลยไม่จ่ายให้ก็มี จึงต้องให้จ้างเป็นรายวันทำงานเช้า เย็นรับค่าจ้าง ก็ได้วันละ 300-400 บาทแล้วแต่งาน ซึ่งเขาก็จะดูความขยันของพวกเราด้วยคนไหนทำงานไม่พักเลยก็จะมีการจ้างงานไปเรื่อยๆ ซึ่งงานก็ไม่ได้มีทุกวัน ส่วนใหญ่จะมีวันเสาร์ หรือวันอาทิตย์

กระบวนการหลอกลวงคนไร้บ้านมีหลายรูปแบบมาก มีการหลอกให้คนไร้บ้านที่มีบัตรประชาชนไปออกรถมอเตอร์ไซค์ให้ โดยจ่ายค่าจ้างให้คนไร้บ้าน คนไร้บ้านหลงเชื่อ และเห็นกับเงินหลักพันบาทที่ได้มา กลายเป็นหนี้เมื่อคนที่ให้ออกรถไม่ยอมผ่อนรถ หลอกให้เปิดบัญชีธนาคาร รับจ้างทดลองยาต้านไวรัส ได้ค่าจ้างวันละ 120 บาท บางคนทดลองยาจนตัวเหลือง อีกอาชีพคือรับจ้างติดคุกแทน เมื่อมีคดีความมา ทั้งยาเสพติด เล่นการพนัน กลัวเสียงานเมื่อโดนตำรวจจับก็จะมาจ้างคนไร้บ้านไปติดคุกแทน บางคนเจอคดีหนักๆติดคุกโดยไม่มีความผิดเลย และยังถูกตำรวจจับตาดูพฤติกรรม

DSCN5084

นายพงศ์ อดีตข้าราชการทหารเรือ เล่าถึงการที่ออกมาเป็นคนไร้บ้านนั้นเกิดจากการใช้ชีวิตที่ไม่ได้วางแผน เที่ยวเตร่เป็นหนี้สินเมื่อเกษียณอายุก็รับเงินก้อนมาใช้หนี้จนหมด จากนั้นก็อกมาใช้ชีวิตเป็นคนไร้บ้าน ดโยเริ่มชีวิตที่สถานีรถไฟหัวลำโพงมีเงินติดตัวมาเพียงพันกว่าบาท นอนหลับช่วงกลางคืนถูกขโมยจนหมด อดข้าวหลายวัน จนมีเพื่อนคนไร้บ้านที่เฝ้าดูอยู่มาถามว่ากินข้าวยัง เมื่อบอกว่ายังไม่ได้กินข้าวมาหลายวัน เขาก็เอาข้าวให้กิน และบอกวิธีการหาข้าวฟรีทาน ซึ่งมีแหล่งข้าวฟรีที่วัดสังฆทาน ข้าวกลางวันที่สภากาชาด มีโพลแจกข้าวของตามศาลเจ้า หรืองานเทกระจาด วันเกิดคนรวย บางที่ก็เรียกดูบัตรประชาชน บางที่ก็ไม่ดูแจกให้เลย การเดินทางก็ไปรถเมล์ฟรี หรือเดินไป

นายสุเมธ เล่าถึงชีวิตไร้บ้านว่า เดิมเป็นช่างรับก่อสร้างปรับปรุงเรือนไทยอยู่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แต่เกิดอุบัติเหตุตกบ้านที่กำลังทำงานกลายเป็นอัมพฤกษ์ เนื่องจากอาศัยอยู่กับน้องสาวพอทำงานไม่ได้ก็คิดมาก รู้สึกเป็นภาระเลยออกมาจากบ้าน มาอาศัยอยู่ที่ท้องสนามหลวงแทน คิดว่าต้องมาที่นี่ ก็มีคนไร้บ้านมาช่วยกันดูแล ไปหาข้าวกินที่วัดมหาธาตุ สอนวิธีการหาอาหารกิน และก็เก็บของเก่าขายเลี้ยงชีวิต

2015-07-03 14.19.20

ทางศูนย์จะทำงานประสานงานให้ เมื่อมีคนต้องการที่จะจ้างแรงงานคนไร้บ้าน เพื่อให้ได้ค่าแรงที่เป็นธรรมแต่ก็มีการบอกกันอยู่ว่าอาจไม่ใช่ค่าแรงที่สูงนัก ซึ่งตอนนี้ก็มีแนวคิดในการส่งเสริมการออมให้กับคนไร้บ้าน การขึ้นรถเมล์ฟรีบางทีรถเมล์ก็ไม่ยอมจอดรับ คงดูออกว่านี่คือคนไร้บ้าน

นางสาวสุพิมพ์พญา สุรีแก้ว เล่าว่า การออกมาเป็นคนไร้บ้านของแม่โดยหอบลูกๆมาด้วยนั้นเพราะเกิดปัญหากับพ่อ ตนได้ถูกส่งไปอยู่สถานสงเคราะห์ วึ่งก็มีเบี้ยเลี้ยงวันละ 40 บาท ทางสถานสงเคราะห์จ่ายให้วันละ 16 บาท อีกส่วนเป็นเงินออม ซึ่งก็เรียนตั้งแต่อนุบาล ช่วงนั้นเท่าที่รู้มีเงินเก็บก้อนหนึ่งโดยทางสถานสงเคราะห์มีเงื่อนไงให้เรียนจนจบ ซึ่งเท่าที่รู้คนที่อดทนเรียนจนจบคงมีน้อยมาก เมื่อถูกตีบ่อยๆถูกกล่าวหาว่าดื้อบ้าง ก็ทนไม่ไหวแม่ไปรับออกมา เมื่อขอเงินออมที่ออมไว้ก็ไม่ได้คืน ซึ่งหลายคนรู้สึกเหมือนกันว่าเป็นการบีบให้ออกและไม่ได้เงินที่ออมออกมา และออกมาเป็นคนไร้บ้านกับแม่ และน้อง จนได้เข้ามาอยู่ที่ศูนย์คนไร้บ้าน และเป็นอาสาสมัครในการลงพื้นที่ ช่วยทำสื่อเพื่อสื่อสารให้สังคมได้รับรู้

2015-07-03 14.18.48

สิ่งที่คนไร้บ้านเรียกร้องคืออย่าจับ อย่าจำกัดสิทธิ การที่ให้ไปอยู่ในศูนย์พักของรัฐนั้น สถานสงเคราะห์มีข้อจำกัดไม่เป็นอิสระ ซึ่งคนไร้บ้านต้องการความเป็นอิสระขอแค่ไม่จับก็เพียงพอ

จากนั้นทางทีมงานอาสาสมัครคนไร้บ้าน ที่ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ และอาสาสมัครได้พาทีมนักสื่อสารแรงงาน ลงพื้นที่โดยใช้กิจกรรมเดินกาแฟ แจกอาหาร แจกยารักษาโรค ที่ท้องสนามหลวง และศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เพื่อพูดคุยกับคนไร้บ้านที่อยู่ในที่สาธารณะ โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม เป็นการทำความรู้จัก และเรียนรู้ชีวิตคนไร้บ้าน

จากการลงพื้นที่ได้พบกับคนไร้บ้านอย่างนางอัมพร และนายอเนก ซึ่งทั้ง 2 คนอาศัยอยู่ในพื้นที่ท้องสนามหลวง ได้เล่าประสบการณ์ว่าการอยู่ภายในพื้นที่สาธารณะต้องช่วยดูแลกัน เวลานอนต้องรวมกลุ่มกันไม่หงั่นจะไม่ปลอดภัย ในสนามหลวงจะนอนได้เพียงช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น เวลา 22.00 น.ต้องออกไปนอนข้างที่อื่น

DSCN5106

นางอัมพรบอกว่า การออกมาใช้ชีวิตไร้บ้านเพราะรู้สึกว่าการเช่าบ้านอยู่คนเดียวของผู้หญิงไม่ปลอดภัย หลังจากเลิกกับสามีได้ออกมาเช่าบ้านอยู่ก่อน และออกมาใช้ชีวิตที่ท้องสนามหลวง ได้รัการดูแลกันอย่างเพื่อนพี่น้อง แต่ก็ต้องแบ่งกลุ่มใครกลุ่มมัน

ตนเองมีอาชีพขายผ้ายางปูนั่ง จะเร่ร่อนไปตามงานวัด งานคอนเสิร์ต งานชุมนุม ไปหลายจังหวัด ล่าสุดงานหลวงพ่อคูณ มีรายได้จากการรับมาเมื่อขายได้ 100 บาทได้ 40 บาท หากไม่มีงาน จะไปตามวัดเก็บเงินทานจากงานบวชวันนี้ได้มา 200 บาท ไปตามงานเทกระจาด กินอาหารตามโรงทาน ตามวัดเป็นต้น

ด้านนายอเนกเล่าว่า เป็นลูกชายคนเดียว หนีออกจากบ้านเพราะทะเลาะกับแม่ ตอนนี้คิดถึงแม่มาก อยากกลับบ้านแต่ไม่กล้า พยายามหางานทำอยากมีเงินกลับบ้านให้แม่ภาคภูมิใจ เคยไปรับจ้างเป็นยามถูกโกงค่าแรง ตอนนี้ก็พยายามหางานทำอยู่ ไปขายผ้ายางกับคุณอัมพรพอได้ค่าจ้างบ้าง

DSCN5141

เมื่อไปลงพื้นที่ศาลากลางกรุงเทพฯ ได้พบกับกลุ่มคนที่มีแจกอาหารให้กับคนไร้บ้าน ซึ่งคนไร้บ้านเล่าว่ามีการมาแจกอาหารให้เกือบทุกวัน ซึ่งมีคนไร้บ้านที่พิการ บาดเจ็บจากรถชนเล่าให้ฟังว่า เดิมทำงานเป็นช่างเชื่อมอยู่ที่สมุทรปราการ แต่เมื่อมาเที่ยวที่ท้องสนามหลวงได้รู้จักกับคนไร้บ้านเห็นว่าเขาใช้ชีวิตที่เรียบง่าย มาบ่อยๆเลยอยากมาอยู่แบบคนไร้บ้านบ้าง และที่บ้านก็ไม่มีใคร มีพี่สาวก้มีสามีแล้ว บางทีมองเราเหมือนเป็นภาระมีปัญหาก็เลยออกมา แต่เมื่อถูกรถชนจนขาหัก ตอนนี้ความคิดเปลี่ยนอยากทำงานเพื่อจะได้มีเงินรักษาตัว การใช้ชีวิตคนไร้บ้านด้วยกันต้องดูแลกัน เวลานอนกลางคืนจะมีพวกวัยรุ่นมาก่อกวนไถเงินหากนอนห่างกัน เวลานอนต้องนอนด้วยกันเป็นกลุ่ม เมื่อคืนวานก็มีกลุ่มวัยรุ่นตีคนไร้บ้านที่สูงอายุเกือบเสียชีวิต พอจับไปไม่นานก็ปล่อยออกมาอีกแล้วเพราะลุงคนไร้บ้านไม่เอาความ กลัวว่าหากเป็นคดีความเมื่อเด็กๆเหล่านี้ออกมาจะมาเอาคืน

นี่คืออีกรูปแบบของชีวิตคนในสังคมที่ถูกมองว่าเป็นพวกเร่ร่อนจรจัด ทั้งที่แท้จริงแล้วพวกเขาก็เป็นเพียงผู้ที่รักชีวิตอิสระและไม่ต้องการสร้างปัญหาให้กับผู้ใด

นักสื่อสารแรงงาน รายงาน