นักวิชาการชี้ รัฐเตรียมแผนฟื้นฟูด้านเทคโนโลยีใหม่เอกชน ดันคนงานตกงานเพิ่ม

Share on facebook
Share on google
Share on twitter

อ.นภาพร กังวลแผนฟื้นฟูเตรียมส่งเสริมเทคโนโลยีขั้นสูงทันสมัย ให้ภาคเอกชน ทำคนว่างงานจำนวนมาก เสนอรัฐรับมือเตรียมรองรับช่วยเหลือ ให้เกิดการเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรมสำหรับแผนฟื้นฟู

รศ.ดร.นภาพร อติวานิชยพงศ์ วิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้กให้สัมภาษณ์โดยเครือข่ายภาคีสังคมแรงงาน ต่อแผนการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ดังนี้

รศ.ดร.นภาพร อติวานิชยพงศ์ กล่าวว่า ข้อกังวลก็คือมันจะต้องมีคนว่างงานต่อเนื่องจำนวนมากเนื่องจากธุรกิจที่ยังเปิดไม่ได้เหมือนเดิม มันก็มีทั้งปัญหาเศรษฐกิจที่มีมาก้อนหน้านี้ที่เป็นผลกระทบจากโควิด อีกข้อหนึ่งคิดว่า จะมีคนที่ตอนนี้ยังไม่ว่างงานแต่ในอนาคตอันใกล้จะต้องว่างงานเพราะว่า มันอาจจะมีการปิดงานบางส่วน เนื่องมาจากสาเหตุอื่นๆ เช่น การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีมีการใช้เครื่องจักรหรือว่าระบบออนไลน์มาแทนคนอันนี้เป็นข้อกังวลที่มองเห็นในเวลานี้

คำถาม : ปัญหาเหล่านี้มันต้องการการร่วมมือของหลายฝ่ายซึ่งเราพยายามทำกันระหว่างภาคแรงงานกับภาคสังคมที่จะทำเรื่องวิกฤตโควิด อาจารย์คิดว่ามันจะมีส่วนช่วยอะไรได้มากน้อยเพียงใด

ตอบ: ถ้าในภาคประชาสังคม รัฐบาลเขามีแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจสังคมออกมาที่จะไปกู้เงิน 4 แสนล้านซึ่งในส่วนนี้เท่าที่มีการคุยกันในภาคประชาสังคมก็คือสิ่งที่จะต้องทำก็คือว่าจะร่วมมือกันในเรื่องของการเรียกร้องการมีส่วนร่วมในแผนฟื้นฟูของภาคประชาสังคม โดยเสนอรูปธรรมว่างบประมาณ 4 แสนล้านตรงนี้อยากให้มีการแบ่งงบประมาณส่วนอื่นที่ให้ภาคประชาสังคมมีส่วนร่วมเข้าไปจัดการเรื่องโครงการที่จะทำ เพราะว่างบส่วนใหญ่ที่รัฐบาลเขากำหนดจะต้องไปผ่านกระทรวงซึ่งตรงนั้นก็โอเคก็ให้กระทรวงต่างๆทำไป แต่ขอแบ่งส่วนที่จะให้มาทางภาคประชาสังคมสามารถเข้าไปจัดการได้เต็มที่อันนี้เป็นสิ่งที่ทางภาคประชาสังคมมองร่วมกัน อีกอันหนึ่งที่มองก็คือว่าเนื่องจากตอนนี้คนที่ว่างงานส่วนหนึ่งก็คงกลับไปที่ภาคเกษตรไปทำเกษตรหรือจะไปทำวิสาหกิจชุมชน ในส่วนนี้เหมือนกับว่าโดยภาคประชาสังคมที่ทำงานกับภาคเกษตรพวกวิสาหกิจชุมชนองค์กรแรงงานที่ดูแลลูกจ้างที่จะต้องตกงานกลับไปต่อไปน่าจะต้องร่วมมือกันมากขึ้น

คำถาม : ถ้าเป็นข้อเสนอในฐานะที่เป็นนักวิชาการพูดได้ว่า เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านแรงงาน ข้อเสนอต่อแผนฟื้นฟูในส่วนของแรงงาน

คำตอบ: จริงๆในส่วนของแรงงานตอนนี้ที่ทราบกันอยู่อยู่แล้วว่า มีการตั้งภาคีสังคมแรงงานสู้วิกฤตโควิดขึ้นมา ในส่วนของภาคีสังคมแรงงานฯงานที่จะเน้นมันน่าจะเป็นเรื่องการรณรงค์เพื่อให้เกิดฟื้นฟูคุ้มครองทางสังคมหลังโควิด ก็จะมีกิจกรรมต่างๆที่ทางภาคีจะทำต่อเนื่องกันไป ส่วนอีกอันที่คิดว่าจะต้องทำในเรื่องของแรงงานก็คือ เรื่องการพัฒนาความร่วมมือระหว่างองค์กรสหภาพแรงงานกับองค์กรภาคประชาสังคมอื่นๆ อย่างที่บอกมันจะต้องมีอะไรเข้ามาเกี่ยวพันธ์กันมากขึ้น เท่าที่ผ่านมาถ้าพูดถึงแรงงานโดยเฉพาะสหภาพแรงงานค่อนข้างจะห่างจากภาคประชาสังคมไป คล้ายกับว่า ภาคประชาสังคมเวลาเขาจะทำอะไรกันบางทีอาจจะลืมนึกถึงในกลุ่มตรงนี้ไปกลุ่มของสหภาพแรงงานที่เป็นตัวแทนของแรงงานในระบบ ในขณะที่ถ้าเป็นแรงงานนอกระบบกับแรงงานข้ามชาติที่ผ่านมันจะมีองค์กรพัฒนาเอกชนที่เขาเชื่อมกับส่วนตรงนี้อยู่แล้ว อาจจะเป็นเพราะว่าเขายังไม่มีองค์กรที่เข้มแข็ง แต่องค์กรที่เป็นแรงงานในระบบโดยเฉพาะสหภาพแรงงานบางทีก็ถูกมองข้ามจากภาคประชาสังคมไปบ้างด้วยเหตุผลต่างๆ เพราะฉะนั้นคิดว่า ในโอกาสตรงนี้การที่ทางแรงงานรณรงค์เรื่องฟื้นฟูการจ้างงาน การคุ้มครองสิทธิต่างๆ ในขณะเดียวกันก็น่าจะถือโอกาสนี้สหภาพแรงงานต้องไปพัฒนาความร่วมมือกับองค์กรภาคประชาสังคมอื่นๆเพื่อที่จะไปสู้กับเรื่องนี้ไปด้วยกัน

คำถาม : ในมุมมองของความคิดเห็นต่อแผนฟื้นฟูอาจารย์มองภาพรวมมันมีข้อดีอย่างไร

คำตอบ: ในแผนฟื้นฟูจะขอเน้นในเรื่องของแรงงาน โดยภาพรวมก็จะมีหลายด้านมากถ้าเฉพาะในประเด็นแรงงานอาจจะมี 2 เรื่องที่มองเห็นว่า ในตัวแผนฟื้นฟูที่เขาเขียนไว้เรื่องการฟื้นฟูอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบโดยการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ และภาคเอกชน ตรงนี้ก็มองคำว่า ภาคเอกชนในแผนยังเป็นความคิดแบบเดิม เป็นภาคเอกชนที่มีเฉพาะธุรกิจ หรือนายจ้าง นายทุน แต่ในภาคเอกชนตรงนี้มันไม่มีแรงงานเข้าไปเป็นตัวแทนมีส่วนร่วมอยู่ด้วย ฉะนั้นเมื่อเชื่อมโยงกับ มองว่า ภาคประชาสังคมเรียกร้องการมีส่วนร่วมมในแผนนี้ เวลาที่รัฐมองในเรื่องนี้ว่า ฟื้นฟูอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ คำว่า ความร่วมมือระหว่างรัฐกับเอกชนมันจะต้องรวมในส่วนของตัวแทนของแรงงานเข้าไปช่วยกัน

ในแผนมีข้อหนึ่งที่เขียนชัดเจนว่า สนับสนุนการใช้เครื่องจักรและอุปกรณ์ที่มีเทคโนโลยีขั้นสูงทันสมัย ตรงนี้มองว่า เป็นเรื่องที่ดีที่มันจะทำให้สังคมเราเปลี่ยนผ่านมีคุณภาพมากขึ้น แต่สิ่งที่จะต้องคำนึงถึงก็คือการเปลี่ยนผ่านตรงนี้มันจะต้องเป็นการเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรมด้วย เพราะว่า เมื่อทุนมีการใช้เครื่องจักรเทคโนโลยีระดับสูงทันสมัยเข้ามา ปัญหาหนึ่งที่มันจะต้องเกิดก็คือเรื่องการว่างงานของคนจำนวนมาก เพราะฉะนั้นในช่วงของการเปลี่ยนผ่านตรงนี้ปสู่สังคมที่มีเทคโนโลยีระดับสูงและมีคนต้องว่างงาน ในแผนฟื้นฟูต้องคิดเรื่องนี้เข้าไปด้วยว่าส่วนหนึ่งมันจะมีอะไรที่จะเตรียมรองรับช่วยเหลือในส่วนคนที่จะต้องว่างงานตรงนี้ เพื่อให้มันเกิดการเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรมก็สำหรับแผนฟื้นฟู