ชะตากรรม กรรมกร ผู้กำชะตาชีวิตลูก-เมีย

1430387316554คนหนึ่งคน มีบทบาทที่จะต้องแสดงหลายหน้าที่ หนึ่งคนเป็นทั้งพ่อ แม่ ลูก พี่ น้อง เพื่อน ลูกจ้าง นายจ้าง หัวหน้า ลูกน้องฯลฯ เช่นกันกับหนึ่งชีวิตของกรรมกรผู้หนึ่ง ทีต้องเป็นทั้งลูกจ้างซึ่งต้องมีหน้าที่ทำงานให้กับนายจ้างเพื่อแลกกับค่าจ้าง และนำค่าจ้างนั้นมาต่อชีวิตให้กับอีกสามชีวิตตามภาระหน้าที่ของสามีและพ่อของลูกสองคน บริษัทรถยนต์ชื่อดังที่มีค่าจ้างและสวัสดิการที่อาจบอกได้ว่า ไม่เป็นรองบริษัทไหนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา บริษัทนี้จึงเป็นเหมือนท่ออ๊อกซิเจนที่หล่อเลี้ยงลมหายใจของกรรมกรผู้ใช้แรงงานหลายพันชีวิต

นายนำชัย นวลปิ่น คนงานหนุ่มวัย 35 ปี ก็เป็นหนึ่งในกรรมกรหลายพันคนที่ต้องอาศัยท่อออกซิเจนนี้ เขาทำงานที่บริษัทนี้มา 12 ปีกว่า มีรายได้กว่าเดือนละเกือบสามหมื่นบาท ด้วยโชคชะตาไม่อาจกำหนดได้ จึงส่งบทพิสูจน์แรกมาให้เขา ด้วยการส่งบุตรชายคนแรกที่เกิดมาพร้อมกับการพิการทางสายตาและสมอง เมื่อ 6 ปีก่อน ภรรยาของเขาจึงต้องรับหน้าที่คอยพาน้องนิวบุตรชายคนแรก ไปพบแพทย์ประจำตามที่แพทย์นัดตลอดระยะเวลา 6 ปี จนปลายปี 2556 บทพิสูจน์ที่สองก็ตามมา ภรรยาตั้งท้องลูกคนที่ 2 ตั้งแต่ท้องเริ่มแก่ล่วงเลยจนตลอดปี 2557 ภาระการพาน้องนิวไปพบแพทย์จึงตกอยู่ที่นำชัย สิทธิการลาที่เขามีจึงถูกใช้จนหมด ทำให้บทบาทหน้าที่ความเป็นลูกจ้างต้องบกพร่องทำงานได้ไม่เต็มที่ สร้างความไม่พอใจให้กับหัวหน้างานและบริษัท จนในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2558 ทางบริษัทได้ลงโทษเขาด้วยการตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรเนื่องจากขาดงานบ่อย นั่นหมายความว่าเขาจะไม่สามารถขาดงานได้อีกมิฉะนั้นเขาจะถูกเลิกจ้าง

แต่นำชัยก็คลายกังวลลงบ้างเพราะเขายังสามารถใช้สิทธิการลาพักผ่อนประจำปี 2558 ของเขาได้อีกหลายครั้ง หากต้องพาน้องนิวไปพบแพทย์ แต่เหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจ สิบสามวันต่อมาบริษัทเรียกเขาเข้าพบพร้อมทั้งแจ้งการเลิกจ้างโดยให้มีผลในวันรุ่งขึ้น ทั้งที่เขาก็ไม่ได้ทำความผิดอะไร และไม่มีการจ่ายค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าชดเชยจากการถูกเลิกจ้าง พร้อมทั้งถูกหักเงินค่าผ่อนรถที่นำชัยซื้อรถกับบริษัทโดยหักจากเงินค่าจ้างที่ได้รับงวดสุดท้าย จนแทบไม่เหลือ ซ้ำแล้วด้วยข้อจำกัดทางกฎหมาย เงินทดแทนการว่างงานจากกองทุนประกันสังคม ที่เขาไปขึ้นทะเบียนตามสิทธิ ก็ไม่ได้รับเพราะนายจ้างระบุเหตุผลในการเลิกจ้างว่าเป็นการทำผิดวินัยร้ายแรง จึงไม่มีสิทธิได้รับ

ชะตากรรมของกรรมกรคนหนึ่ง ส่งผลสะเทือนต่อคนอีกสามชีวิต เหมือนตราบาปที่ผู้เป็นพ่อสร้างไว้ น้องนานาบุตรชายคนที่สองที่อายุไม่ถึงขวบปี เขาต้องเกิดมาเพื่อลืมตาดูพ่อของตนเองตกงาน เกิดมาเพื่อพบกับความยากแค้น ทั้งที่ไม่ควรจะเป็นเช่นนั้น เกิดมาเพื่อดูดซับน้ำตาและความขมขื่นของผู้เป็นพ่อและแม่ เด็กพิการคนหนึ่งควรจะได้รับการดูแลรักษาอย่างดีที่สุด อนาคตเขาจะเป็นเช่นไร ผู้หญิงคนหนึ่งในฐานะเมีย เธอคงไม่ผิดใช่ไหมที่ตั้งท้องบุตรคนที่สอง อันเป็นเหตุให้ชะตากรรมของครอบครัวเธอต้องพลิกผัน ต้องพบกับความเปลี่ยนแปรที่ไม่ทันตั้งตัว ในฐานะแม่คงไม่มีอะไรเจ็บปวดไปกว่าเห็นลูกต้องตกระกำลำบาก ได้แต่หวังว่าพายุแห่งความโหดร้ายนี้จะพัดผ่านไปโดยไว

ความหวังเดียวที่เขาจะพึ่งได้ก็เหลือเพียงแต่ศาลแรงงานภาค1 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่เขาไปฟ้องไว้ จากความช่วยเหลือของกลุ่มผู้ใช้แรงงานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เขาเพียงต้องการกลับเข้าไปทำงาน ต้องการมีรายได้ จ่ายค่าเช่าบ้าน มีค่ารักษาและค่าเลี้ยงดูบุตร ซึ่งศาลนัดคู่ความไปไกล่เกลี่ยในวันที่ 22 พฤษภาคม 2558 นี้ ก็ได้แต่หวังว่าทางบริษัทจะยอมเห็นใจ เห็นแก่เด็กน้อยทั้ง 2 คน เห็นแก่ความเป็นพ่อที่ต้องทำหน้าที่เป็นเสาหลักค้ำจุนครอบครัว และเห็นแก่มนุษยธรรมที่มนุษย์พึงมีต่อมนุษย์ด้วยกัน จริงอยู่ บริษัทไม่ใช่มูลนิธิ จึงไม่มีหน้าที่ต้องช่วยเหลือใครๆและมีไว้เพื่อแสวงหาผลกำไร แต่บริษัทก็ไม่ใช่โรงฆ่าสัตว์ที่มีเป้าหมายเพียงการทำลายชีวิตสัตว์เพื่อแลกกับผลกำไร ดังนั้นทุกชีวิตของลูกจ้างในบริษัทล้วนมีค่าและมีไว้เพื่อสร้างอนาคตให้กับสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่านายจ้าง

 

ยาจกปู…