จี้รักษาการ การรถไฟ แจงสัญญาโครงการเชื่อม 3 สนามบิน หวั่นซ้ำรอยโฮปเวลล์

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย ได้ยื่นหนังสือเรื่อง ขอให้เปิดเผยข้อมูลสัญญา เงื่อนไขในโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน(ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ- อู่ตะเภา) ย้ำกลัวซ้ำรอยแบบโฮปเวลล์
วันที่ 10 มิถุนายน 2562สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย ได้ยื่นหนังสือเรื่อง ขอให้เปิดเผยข้อมูลสัญญา เงื่อนไขในโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน(ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ- อู่ตะเภา) และข้อมูลรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ของโครงการฯ ต่อ รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (คุณวรวุฒิ  มาลา) โดยมีเนื้อหาดังนี้
ตามที่สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย(สร.รฟท.)มีวัตถุประสงค์ในการดำเนินงานในการให้ความร่วมมือและดำเนินการเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและรักษาผลประโยชน์ของรัฐวิสาหกิจตามพระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2543 มาตรา 40(4) เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ข้างต้น และป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายแก่การรถไฟแห่งประเทศไทย ดังเช่นค่าเสียหายจากกรณียกเลิกสัญญากับบริษัทโฮปเวลล์เนื่องจากกรณีโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา)ระยะทาง 220 กม. มูลค่าโครงการจำนวน 224,544 ล้านบาท จะมีการลงนามสัญญาโครงการฯระหว่างการรถไฟฯ กับกลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัทเจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัดและพันธมิตร (กลุ่ม CPH)ที่กำหนดภายในวันที่ 15 มิถุนายน 2562 มีความจำเป็นต้องเลื่อนออกไปเพราะติดปัญหา 2 ประเด็น คือแผนส่งมอบที่ดินล่าช้าและยังต้องเจรจากันต่อในวันที่ 15 มิถุนายน 2562 และยังต้องรอผลที่ประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติในวันที่ 24 มิถุนายน2562นั้น
จากกรณีปัญหาข้างต้นในเรื่องการส่งมอบพื้นที่โดยจะทำการเจรจาตั้งแต่ดอนเมือง-อู่ตะเภา ซึ่งมีหลายประเด็นที่ต้องหารือ เช่น 1.มีผู้บุกรุกกี่จุด ช่วง กม.ใดบ้าง 2.ติดปัญหาสัญญาเช่ากี่จุด
3.ช่วงดอนเมือง-บางซื่อ    ซึ่งทับซ้อนกับโครงการรถไฟไทย-จีน รถไฟไทย-ญี่ปุ่น และช่วงสถานีจิตรลดาที่ทับซ้อนกับสายสีแดง ซึ่งทางซี.พี.จะต้องก่อสร้างไปก่อนโดยเผื่อสายสีแดงด้วยแล้วค่อยใช้คืนภายหลัง
4.เสาตอม่อโฮปเวลล์จะต้องดำเนินการรื้อย้ายอย่างไร
5.พื้นที่เวนคืนส่วนใหญ่ที่ฉะชิงเทรา รอการออกพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) การกำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน พื้นที่กรุงเทพฯ สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง มีเวนคืนที่ดิน 850 ไร่ และสิ่งปลูกสร้าง 245 หลัง วงเงิน 3,570ล้านบาท ซึ่งทาง ซี.พี.ทราบขั้นตอนแล้ว โดยหลักการจะต้องหารือว่า ซี.พี.   มีแผนจะเริ่มงานก่อสร้างจุดใดก่อน ขณะที่ ร.ฟ.ท. พร้อมจะส่งมอบให้ได้อย่างไร เมื่อใด ต้องคุยกัน วางแผนร่วมกัน เพราะจุดที่มีปัญหาจะต้องใช้เวลาในการจัดการก่อนส่งมอบ โดยพื้นที่มีเวลาส่งมอบภายใน 5 ปีอย่างไรก็ตาม     การรื้อย้ายสาธารณูปโภคต่างๆ อยู่ในความรับผิดชอบของ ซี.พี. ส่วน ร.ฟ.ท.จะรับผิดชอบ เรื่องการโยกย้ายผู้บุกรุก รวมถึงเสาตอม่อโฮปเวลล์ด้วย สำหรับพื้นที่ที่จะมีการพัฒนาเชิงพาณิชย์ หรือ TOD มีทั้งหมด 150 ไร่ โดยจะ     ส่งมอบส่วนแรก 100ไร่ก่อน ส่วนอีก 50 ไร่ที่เหลือทยอยส่งมอบภายใน 5 ปี เนื่องจากจะต้องย้ายพวงรางออกจากพื้นที่ก่อนซึ่งในการส่งมอบพื้นที่จะส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อการดำเนินกิจการของการรถไฟต้องเผชิญกับค่าโง่โฮปเวลล์ฯ และส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของประชาชนเป็นอย่างมาก และถ้าหากค่าเสียหายหลายหมื่นล้านบาทนั้น เกิดจากการรถไฟฯไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ตามเส้นทางได้ภายในกำหนดเวลา
ดังนั้นสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.รฟท.) มีความประสงค์ที่จะให้การรถไฟแห่งประเทศไทยเปิดเผยข้อมูลสัญญา เงื่อนไข ในโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน(ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-   อู่ตะเภา) และข้อมูลรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ของโครงการและรวมถึงข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการฯนี้ให้กับทาง สร.รฟท.และประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ รวมถึงสื่อมวลชนเพื่อให้เห็นถึงสาระสำคัญและรายละเอียดของโครงการฯ