คสรท.เสนอรัฐปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 360 บาท พบคนงานหนี้ท่วม

20150331_102217

คสรท.สำรวจพบคนงานยังคงได้ค่าจ้างต่ำกว่ากฎหมาย พร้อมเสนอรัฐปรับค่าจ้างให้พออยู่ได้ พบค่าจ้างต่ำทำหนี้ท้วม ชีวิตไร้คุณภาพ ต้องทำงานหนักมากกว่า 8ชั่วโมงต่อวัน ทำงานล่วงเวลาไม่มีเวลาพักผ่อนเพื่อรายได้เดือนละ 10,000 กว่าบาท

วันที่ 31 มีนาคม 2558 คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย(คสรท.)ได้มีการจัดแถลงข่าวผลสำรวจ ค่าครองชีพผู้ใช้แรงงาน ระหว่างเดือนมกราคม- กุมภาพันธ์ 2558

20150331_10193720150331_103900

นางสาววิไลวรรณ แซ่เตีย ประธานคสรท.ได้กล่าวว่า ตามที่คณะกรรมการค่าจ้างกลางมีมติไม่ปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ซึ่งเป็นการดองการปรับขึ้นค่าจ้างเป็นระยะเวลา 3 ปี ส่งผลกระทบต่อแรงงานที่มีชีวิตยึดโยงอยู่กับค่าจ้างขั้นต่ำ ต้องประสบกับภาวะค่าครองชีพสูง แต่มีรายได้เท่าเดิม ภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันที่สูงขึ้นตามลำดับ โดยที่รัฐบาลไม่ได้เข้ามาแก้ไขปัญหาการปรับขึ้นราคาสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างจริงจังปล่อยภาระให้แรงงานต้องรับผิดชอบเพียงฝ่ายเดียวซึ่งต่างจากลูกจ้างรัฐวิสาหกิจและข้าราชการที่รัฐบาลมีประกาศการปรับขึ้นเงินเดือนให้ในปีพ.ศ.2558 ปัจจุบันแรงงานจะดำรงอยู่ได้ต้องทำงานล่วงเวลา(OT)หลายชั่วโมงในบริษัทที่มี แรงงานต้องทำงานหนักหารายได้พิเศษเพื่อให้มีรายได้ที่เพียงพอในการเลี้ยงดูครอบครัว

20150331_10320120150331_103205

คสรท.ในฐานะตัวแทนคนงานตระหนักถึงความยากลำบากของแรงงานและเพื่อนำไปสู่ความอยู่ดีกินดีและมีคุณภาพชีวิตที่ดีจึงได้ทำการสำรวจค่าใช้จ่ายของแรงงานในอุตสาหกรรมต่างๆแรงงานจะอยู่ได้ต้องมีค่าจ้างวันละ 360 บาท

คสรท.มีข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลดังนี้

1. ให้ยกเลิกอนุกรรมการค่าจ้างจังหวัด ด้วยมองว่าแม้อนุกรรมการค่าจ้างจังหวัดจะมีการเสนอให้มีการปรับขึ้นค่าจ้าง แต่ไม่มีอำนาจ ด้วยอำนาจการปรับขึ้นค่าจ้างยังคงเป็นของส่วนคณะกรรมการค่าจ้างกลางที่จะปรับหรือไม่ ประเด็นต่อมาคือปัญหาอำนาจต่อรองของอนุกรรมการค่าจ้างที่เป็นตัวแทนของฝ่ายลูกจ้างที่มีแม้เสนอมีข้อมูลก็มีเพียงเสียงเดียวโหวตไม่ชนะเสียงนายจ้างและรัฐ และอีกข้อคือสถานะคงวามเป็นตัวแทนลูกจ้างในอนุกรรมการด้วยไม่มีสหภาพแรงงานในทุกจังหวัดความเป็นตัวแทนฝ่ายลูกจ้างที่มีหลักแนวคิดข้อมูลมาจากฐานคนงานในความเป็นตัวแทนที่แท้จริงจึงมีน้อย ไม่ว่าจะมีมติปรับหรือไม่ของอนุกรรมการค่าจ้างอย่างไรก็ตามอำนาจการปรับขึ้นค่าจ้างยังคงขึ้นอยู่กับส่วนกลางการมีจึงไม่ได้มีประโยชน์อะไร

2. ให้มีการจัดทำโครงสร้างค่าจ้างให้ชัดเจนคือค่าจ้างขึ้นต่ำเป็นจ้างของแรงงานแลกเข้าเท่านั้นควรมีการจัดทำโครงสร้างค่าจ้างเช่นปรับขึ้นเป็นระบบขั้นบันไดเป็นรายปีทุกปี

3. สร้างกลไกในการคุ้มครองแรงงานที่ทำงานเกินหนึ่งปี เมื่อมีการทำงานผ่านไปหนึ่งปีขึ้นไปควรมีการปรับขึ้นค่าจ้างให้ เพราะถือว่าลูกจ้างมีความเชี่ยวชาญชำนาญการมีฝีมือการทำงานมากขึ้นให้มีการปรับขึ้นค่าจ้าง เพื่อสร้างแรงจูงใจเป็นกำลังใจในการทำงาน ต้องจัดสรรผลประโยชน์ให้เกิดความเป็นธรรมในการจ้างงานในวันนี้ค่าจ้างที่คนงานคิดว่าพออยู่ได้คือวันละ 360 บาท

นางสาววิไลวรรณ ยังกล่าวอีกว่า จะนำข้อเสนอดังกล่าวยื่นต่อรัฐบาล โดยยื่นให้กับรัฐมนตรีเพื่อให้มีการทบทวนให้มีการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ และต้องปรับในวันที่ 1 ตุลาคม2558 นี้ อย่างน้อยวันละ 360 บาท มีการกำหนดขึ้นทุกปีและหากโครงสร้างค่าจ้าง ซึ่งจะส่งผลให้ค่าจ้างปรับขึ้นตามระบบ

นายชาลี ลอยสูง รองประธานคสรท. ได้นำเสนอถึงผลสำรวจค่าครองชีพผู้ใช้แรงงานที่ได้มีการสำรวจในกลุ่มตัวอย่าง 12 จังหวัด ได้แก่จ.สมุทรปราการ นครปฐม ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สมุทรสาคร พระนครศรีอยุธยา สระบุรี ชลบุรี กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ระยอง อ่าวทอง การสำรวจสถานภาพพบว่าส่วนใหญ่แต่งงานแล้ว 1,673 คน จากตัวอย่าง 2,896 คน  คิดเป็นร้อยละ 57.77 สีหย่าร้าง 137 คนร้อยละ 4.73 โสด 1,083 คน ร้อยละ 37.40 และไม่ระบุ 3 คน ร้อยละ0.10  คนงานต้องรับผิดชอบเลี้ยงดูผู้อื่นที่ไม่มีรายได้ เช่น พ่อ แม่ ลูก ภรรยา เป็นต้น จากการสุ่มตัวอย่าง 2,801 คน ตอบว่ามีคนต้องดูแลถึง 2,543 คนเท่ากับร้อยละ 90.79

จากการสอบถามข้อมูลค่าจ้างรายวันคนงาน 1,319 คน ยังพบว่ามีคนงานที่ได้ค่าจ้างต่ำกว่า 200-300 บาท 402 คน คิดเป็นร้อยละ 30.48 ส่วนใหญ่ได้รับค่าจ้างสูงกว่า 300 บาท มีจำนวน 911 คน ร้อยละ 69.07 และยังมีคนงานที่ได้ค่าจ้างรายวันต่ำกว่า 200 บาท 6 คน ร้อยละ 0.45 จึงพบว่ายังมีนายจ้างที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานด้วยการจ่ายค่าจ้างไม่ถึง 300บาท

ข้อมูลค่าจ้างรายเดือนจากการสอบถามคนงาน 1,570 คน พบว่าคนงานที่ได้ค่าจ้างเงินเดือน 10,001-12,500 บาท สูงสุดร้อยละ 37.77 จำนวน 593 คนและร้อยละ 24.52 จำนวน 385 คน ได้รับค่าจ้างเงินเดือนที่ 12,500-15,000 บาท มีคนงานที่ได้ค่าจ้างมากกว่า 15,000 บาทจำนวน 237 คน ซึ่งจากการสอบถามพบว่าการที่ได้ค่าจ้างเงินเดือน 10,000 บาทขึ้นไปต้องทำงานล่วงเวลา เพื่อให้ได้ค่าจ้างแค่เพียงพอต่อการใช้ชีวิตและเลี้ยงครอบครัวได้

จากการทำผลสำรวจเรื่องค่าใช้จ่ายประจำวัน ประกอบด้วย สินค้าอุปโภค บริโภค เครื่องดื่ม 3 มื้อ ค่าเดินทาง/ค่าน้ำมันในการไปทำงาน ค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า ค่าเสื้อผ้า รองเท้า ค่าโทรศัพท์ ค่าผลซักหอก สบู่ ยาสีฟัน ต่อคนเป็นค่าใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 360.72 บาทต่อวัน และได้มีการทำผลสำรวจเรื่องหหนี้สินต่อเดือนของแรงงานพบว่าร้อยละ 38.05 เป็นหนี้สินรวมๆอื่นๆหลากหลายจ่ายเดือนละ 7,207 บาท ร้อยละ 23.20 เป็นหนี้สินธนาคาร ต้องจ่ายเดือนละ 4,395 บาท หนี้บัตรเครดิตร้อยละ 16.01 จ่ายเดือนละ 3,033 บาท ทั้งนี้การสำรวจเรื่องค่าใช้จ่ายไม่ได้รวมเรื่องการผ่อนรถ ผ่อนบ้าน แต่เราก็ยังพบเรื่องของหนี้สินของคนงานมีอัตรที่สูงมากกว่าค่าจ้างแต่ละเดือน หากเทียบกับค่าจ้างขั้นต่ำที่กำหนดอยู่ปัจจุบัน และคนงานที่ต้องการค่าจ้างเดือนละ 10,000-15,000 บาท คนงานต้องทำงานหนัก ทำงานล่วงเวลา (OT) จนแทบไม่มีเวลาพักผ่อน ทำงานมากกว่าวันละ 8 ชั่วโมง

นายสมพร ขวัญเนตร ประธานกลุ่มสหภาพแรงงานภาคตะวันออกกล่าวว่า การกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำต้องสอดคล้องกับความเป็นจริงของของค่าใช้จ่ายในการดำเนินชีวิตของคนงาน ซึ่งปัจจุบันค่าจ้างต่ำกว่าความเป็นจริงทำให้คนงานเป็นหนี้สินสูงมากด้วยค่าจ้างไม่พอต่อการดำเนินชีวิตอย่างมีคุณภาพได้ จึงอยากให้รัฐบาลพิจารณาปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำให้เพียงพอต่อการดำรงชีวิตของคนงาน

นายยงยุทธ เม่นตะเภา รองประธานคสรท.กล่าวว่า วันนีี้ยังมีนายจ้างที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายยังมีการจ่ายค่าจ้างต่ำกว่ากฎหมาย ปัจจุบันที่กลุ่มคนงานที่มีโครงสร้างค่าจ้างขั้นต่ำในการปรับขึ้นค่าจ้างอย่างเป็นระบบนั้น เพราะคนงานมีอำนาจต่อรองมีสหภาพแรงงานที่เข้มแข็ง ฉะนั้นการที่เรียกร้องให้มีการกำหนดโครงสร้างค่าจ้างเพื่อทำให้มีการปรับขึ้นค่าจ้างตามจำนวนปีและความเชี่ยวชาญของคนงานที่ทำงานมานานๆ จากการทำสำรวจเรื่องค่าจ้างครั้งนี้คนงานส่วนใหญ่อยู่ในสถานประกอบการยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟัา ที่เป็นอุตสาหกรรมที่ถูกมองว่ามีค่าจ้าง รายได้สูงแต่เมือสำรวจกับพบว่าไม่จริงค่าจ้างที่ดูสูงนั้นเพราะว่าคนงานทำงานล่วงเวลาสูง ใช้ชีวิตที่ด้อยคุณภาพ ฉะนั้นหากรัฐบาลต้องการที่จะปฏิรูปสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี และสร้างเศรษฐกิจให้รุ่งเรืองต้องปรับขึ้นค่าจ้างให้สูงกว่านี้ เพื่อให้คนงานสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ และมีกำลังในการจับจ่ายใช้สอย ไม่เป็นหนี้

นักสื่อสารแรงงาน รายงาน