คสรท. ประชุมเสนอปรับแผนยุทธศาสตร์ ครั้งที่ 2

คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย  และแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงาน  ( สสส. )  จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ  การจัดทำแผนยุทธศาสตร์  เสริมสร้างความเข้มแข็งองค์กรแรงงาน  ภายในคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย ครั้งที่  2   ณ  โรงแรมกานต์มณีพาเลซ  ถนนประดิพัทธ์   กรุงเทพฯ  เมื่อวันที่  9  มิถุนายน  2554  โดยมีศูนย์แรงงาน  6  พื้นที่ ร่วมกำหนดเป้าหมาย ยุทธศาสตร์ และกลยุทธ์การดำเนินงาน 

นายชาลี   ลอยสูง  ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย   กล่าวว่าการประชุมวันนี้ เป็นครั้งที่  2  เป็นการมาร่วมกำหนด และจัดทำแผนการทำงานร่วมกัน  ที่ต้องทำให้แล้วเสร็จ การทำแผนนั้นต้องให้เกิดความสอดคล้องกับการทำงานในพื้นที่ การจัดทำแผนยุทธศาสตร์ให้มีความเข้มแข็ง เพื่อจะได้ช่วยเหลือพี่น้องแรงงานหากมีปัญหา และสามารถนำยุทธศาสตร์ นโยบายไปกระจายสู่พี่น้องผู้ใช้แรงงานอย่างทั่วถึง เพื่อให้เกิดความเข้มแข็ง และการมีส่วนร่วมในทุกระดับ ซึ่งการทำงานที่ผ่านมาคนงานเริ่มตื่นตัว แต่ยังขาดความเข้าใจต่อประเด็นปัญหาแรงงาน การขับเคลื่อนกฎหมายประกันสังคม ความตระหนักรู้ต่อประเด็นเรื่องความปลอดภัยในการทำงาน ประเด็นการขับเคลื่อนนโยบายของขบวนการแรงงาน

คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย ยังต้องลงพื้นที่ เพื่อทำความเข้าใจกับสมาชิกเพิ่มขึ้น  การสื่อสารของแรงงานมีความก้าวหน้ามาก  ที่สามารถทำข่าวของผู้ใช้แรงงาน ให้สังคมได้รับรู้สภาพปัญหา และการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหา สามารถเขียนข่าวสื่อสารเรื่องของตนเองได้  และยังสามารถสร้างพื้นที่ในการเป็นข่าวในสื่อกระแสหลัก เป็นการเขียนข่าวเล่าถึงสภาพปัญหาความเป็นจริงของผู้ใช้แรงงานแต่ละพื้นที่ จนได้รับกระแสตอบรับจากสื่อต่างๆที่เข้ามาช่วยทำข่าว นักสื่อสารสามารถเป็นแหล่งข่าว เป็นฐานข้อมูล ซึ่งมีบางกรณีที่ได้รับการแก้ไขปัญหาจากรัฐด้วย

วันนี้ต้องมีการวางแผนเรื่องการสื่อสารของขบวนการแรงงานให้มากขึ้นด้วย  ปัญหาการจัดทำข้อมูลถึงจะช้าไปบ้างก็ต้องค่อยปรับกันไป เพราะเราไม่ใช่นักวิชาการ คงต้องใช้เวลาพอสมควร ซึ่งต่อไปคงต้องพัฒนาเพื่อให้เกิดข้อมูลด้านแรงงานด้วยการทำงานเองของแรงงานให้ได้

นายนิติรัฐ   ทรัพย์สมบูรณ์   ดำเนินรายการ  สรุปถึงภาพรวมการประชุมเชิงปฏิบัติการ  การจัดทำแผนยุทธศาสตร์  ครั้งที่  1  มี  3  เรื่องหลัก  1. ระดมการทำงานของคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย  2. เป้าหมายร่วมการทำงาน  3. การลงแผนปฏิบัติการ

นายศักดินา   ฉัตรกุล  ณ  อยุธยา  นักวิชาการด้านแรงงาน  ให้ความเห็นความเข้มแข็งของขบวนการแรงงานที่ผ่านมาการทำงานเชิงข้อมูลยังขาดประสบการณ์ในการทำงาน  ต้องมีบุคลากรที่มีความสามารถ  โดยการเพิ่มศักยภาพในการทำงานให้ผู้นำแรงงาน เรื่องการทำข้อมูล  บัญชี  และการสื่อสารประชาสัมพันธ์  เรื่องฐานข้อมูลต้องมีการทำกันอย่างจริงจัง  และต้องมีการอัพเดทข้อมูลอยู่ตลอด เพื่อให้ทันต่อสถานการณ์   เมื่อมีโครงการสนับสนุนด้านงบประมาณหากงบหมด แรงงานต้องสามารถพึ่งตนเองได้แบบยั่งยืน   ต้องกำหนดการทำงานให้ชัดเจนว่า จะเดินไปทางไหน องค์กรต้องฝันร่วมกัน ฝันให้ไกลไปให้ถึง เป็นองค์กรที่ยอมรับมีความเข้มแข็งเป็นเอกภาพ พึ่งตนเองได้ 

นางอรพิน   วิมลภูษิต   ผู้จัดการแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงาน  ( สสส. )  กล่าวว่าเป้าหมายแผน  คือการรวมตัวของแรงงานในระบบ  นอกระบบ  เกษตรกรพันธสัญญา  และแรงงานข้ามชาติ  เพื่อการเข้าถึงสิทธิและบริการด้านอาชีวอนามัย  หลักประกันทางสังคม  และสัมมาอาชีพอย่างเป็นธรรม  สอดคล้องกับสถานการณ์ และพลวัตรของการจ้างงาน  แรงงานต้องทำงานแบบไม่แยกส่วน  ทุกกลุ่มต้องทำงานร่วมกัน  เสริมศักยภาพของแกนนำให้มองปัญหาให้ทะลุ  คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย ร่วมกันทำงานกับเครือข่ายแรงงานทุกกลุ่ม  ไม่ใช่ให้เครือข่ายนำปัญหามาทิ้งไว้ให้สมานฉันท์ฯ ทำ  ทุกกลุ่มต้องร่วมมือกันทำงาน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายเดียวกัน  คือความเข้มแข็งของขบวนการแรงงาน  การสร้างการเรียนรู้ให้กับแกนนำในพื้นที่  ไม่จำเป็นต้องทำทั้งหมด  เลือกประเด็นที่พื้นที่ทำได้เพียง  1  เรื่องก็ได้

นายวิชัย   นราไพบูลย์  ผู้จัดการมูลนิธิพิพิธภัณฑ์แรงงานไทย  กล่าวถึงข้อดีของคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทยในการทำโครงการฯ  สามารถทำงานได้หลายเรื่องของขบวนการแรงงาน  สามารถขับเคลื่อนได้หลายประเด็นที่มีการแก้ไขปัญหาเชิงนโยบายได้     

นายยงยุทธ  เม่นตะเภา   ประธานสหพันธ์แรงงานยานยนต์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ต้องยอมรับตัวของคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย ว่าทำได้แค่ไหน และจะทำอะไรก่อน การรับโครงการแยกทำให้แยกกันเป็นเจ้าภาพต่างคนต่างทำ ไม่คิดรวมกัน การทำงานที่ผ่านมา ไม่ตอบโจทย์ การทำงานของคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ ที่ต้องการสร้างความเข้มแข็งให้กับองค์กรสหภาพแรงงาน

นายชัยสิทธิ์ สุขสมบูรณ์   กรรมการปฏิรูปกฎหมาย  กล่าวว่า การที่คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย เกิดขึ้นมาเป็นองค์กรที่ไม่ได้จดทะเบียน มาจากการที่สภาแรงงานต่างๆ ไม่สามารถขับเคลื่อนประเด็นต่างๆ ของแรงงาน ที่นอกกรอบของกฎหมายได้ จึงเกิดเป็นตัวตนของคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย ที่รวมตัวกันเพื่อขับเคลื่อนประเด็นแรงงาน และยังยืนหยัดต่อสู้อยู่ได้

หลังจากนั้นมีการแบ่งกลุ่มเพื่อวางแผนการทำงาน โดยสรุปได้ดังนี้

*กลุ่มที่ 1.การบริหารจัดการองค์กรเพื่อพัฒนากลไกการทำงาน การบริหารทรัพยากร และการจัดระบบข้อมูล

วิสัยทัศน์  คสรท. เป็นองค์กรภาคประชาชนด้านแรงงานที่มีอิสระ เอกภาพ และศักยภาพ (มุ่ง) สร้างความเป็นธรรมและขจัดความเหลื่อมล้ำในด้านเศรษฐกิจและสังคม เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของแรงงานทุกภาคส่วนอย่างยั่งยืน

เป้าหมายการบริหารจัดการ

เป้าหมายการบริหารจัดการองค์กร

ระยะเวลา

คนรับผิดชอบ

   1. การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล            

            1. กำหนดภาระหน้าที่โครงสร้างให้ชัดเจน

            2. การกระจายความรับผิดชอบไปสู่ศูนย์พื้นที่

  3. การจัดทำแผนปฏิบัติงานและการกำกับติดตาม

(ภายใน 3 เดือน ก.ค.-ก.ย. 54)

 

  2. การพัฒนาผู้นำและองค์กรสมาชิกในระดับพื้นที่(มีคนในพื้นที่เข้ามาช่วยงานส่วนกลาง (พิจารณาเรื่องค่าตอบแทนคนมาช่วยงาน – สะท้อนเรื่องการจัดเก็บค่าบำรุง)

 

 

  3. แผนการสร้างและพัฒนาระบบสมาชิก การสร้างความเป็นเจ้าขององค์กร (การวางระบบสมาชิก การจัดเก็บค่าบำรุง จัดกิจกรรมระดมทุน การสร้างแบรนด์ การสื่อสารกับสมาชิก เช่น กิจกรรมประชุมสัญจรและการประชุมใหญ่)

 

ชาลี ลอยสูง,

ธนพร วิจันทร์

ยงยุทธ เม่นตะเภา

  4. การพัฒนาการสื่อสาร การผลิตสื่อ

 

วิชัย นราไพบูลย์

  5. การจัดการข้อมูลให้มีประสิทธิภาพ นำไปใช้งานได้จริง (เช่น ฐานข้อมูลสมาชิก ภายใน 3 เดือน และข้อมูลในประเด็นต่างๆ)

 

 

  6. การจัดทำแผนดำเนินงานของ คสรท. ที่เป็นภาพรวมโดยพื้นที่มีส่วนร่วม (ศูนย์เรียนรู้ในพื้นที่ ร่วมวางแผนการทำงานร่วม เช่น High light งานนโยบายความปลอดภัย)

 

 

 

กลุ่มที่ 2 การรวมตัวเพื่อพัฒนาแกนนำและการขับเคลื่อนนโยบาย

เป้าหมายการรวมตัว

ระยะเวลา

คนรับผิดชอบ

 ความชัดเจนของตัวเอง(มีจิตสำนึกร่วมของความเป็นเจ้าขององค์กรสมานฉันท์แรงงานไทย)

 

 

 

3 ปี

 

 การจัดตั้งสมาชิกต้องการเห็นสมาชิกมีเพิ่มขึ้น และฟื้นฟูสมาชิกเก่าให้กับคืนมาและอยากเห็นการจัดตั้งแรงงานทุกภาคส่วนในพื้นที่

 

 มีกลไกภายในการติดตามสื่อสารของคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย มีโรงเรียนผู้นำ(ระดับพื้นที่ มีการจัดการตนเองช่วยเหลือตนเองได้)มีการควบรวมสหภาพ 1 อุตสาหกรรม 1สหภาพ และประสานความร่วมมือกับองค์กรพันธมิตรในการขับเคลื่อนนโยบายระดับท้องถิ่นและระดับชาติ

 

 มีการพัฒนากลไกปกป้องคุ้มครองสิทธิในระดับพื้นที่

 

 องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ฉบับที่ 87,98 (พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ ฉบับที่.. ขบวนการแรงงาน)

 ค่าจ้างที่เป็นธรรม

 ประกันสังคม

 สถาบันส่งเสริมสุขภาพความปลอดภัยฯ

1 ปี

(แต่ละพื้นที่ออกแบบเอง)

 รูปแบบการจัดการความรู้แรงงาน

   * อนึงข้อมูลบ้างส่วนจากคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย

ดาวเรือง ชานก นักสื่อสารแรงงาน ศูนย์ข่าวอ้อมน้อย-อ้อมใหญ่ รายงาน