คนจนเฮ ครม.มติมาตรการช่วยคนจน และปรับค่าจ้าง 69 จังหวัด ไม่ปรับ 8 จังหวัด

20161007_094153

คณะรัฐมนตรีมีมติปรับค่าจ้าง 69 จังหวัด ไม่ปรับ 8 จังหวัด พร้อมวางมาตรการช่วยคนจนผู้มีรายได้น้อย

เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2559 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ว่า รับทราบตามข้อเสนอของกระทรวงแรงงานในการเสนอให้ปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 69 จังหวัดทั่วประเทศ 5-10 บาท โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.60 เป็นต้นไป ซึ่งเป็นการทำงานของคณะกรรมการค่าจ้างในการพิจารณาเรื่องนี้เสนอขึ้นมา ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบตามที่เสนอขึ้นมาและถึงแม้ว่าจะไม่มากแต่ถือเป็นกำลังใจก่อน เนื่องจากยังมีเศรษฐกิจเดิมๆอยู่ รายได้ยังเพิ่มขึ้นไม่มากนักการจะปรับขึ้นหรืออะไรก็ตามต้องคำนึงถึงผู้ประกอบการด้วย ถ้ามองซีกเดียวก็ไปไม่ได้ทั้งหมดการทำงานต้องคำนึงถึงความสมดุลด้วยและเมื่อไปอีกสักระยะเวลาหนึ่งก็อาจจะได้เพิ่มมากขึ้นกว่านี้ แต่สิ่งที่จะได้คือมาตรการการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ถ้าได้ลงทะเบียนไว้ก็จะได้รับเงินช่วยเหลือด้วย ซึ่งการปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำระหว่าง 5-10 บาท จำนวน 69 จังหวัด แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่

กลุ่มที่ 1 จังหวัดที่ไม่มีการปรับค่าจ้างแรงงาน โดยคงค่าจ้างขั้นต่ำไว้ที่ 300 บาทต่อวัน จำนวน 8 จังหวัด ได้แก่ สิงห์บุรี ชุมพร นครศรีธรรมราช ตรัง ระนอง นราธิวาส ปัตตานี ยะลา

กลุ่มที่ 2 ปรับขึ้น 10 บาทต่อวัน เป็น 310 บาท จำนวน 7 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพ ฯ นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร ภูเก็ต

กลุ่มที่ 3 ปรับขึ้น 8 บาทต่อวัน เป็น 308 บาท จำนวน 13 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น นครราชสีมา ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง สุราษฎร์ธานี สงขลา เชียงใหม่ สระบุรี ฉะเชิงเทรา กระบี่ พังงา อยุธยา

กลุ่มที่ 4 ปรับขึ้น 5 บาทต่อวัน เป็น 305 บาท จำนวน 49 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง น่าน ตาก กาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี เพชรบุรี พัทลุง สตูล กำแพงเพชร พิจิตร แพร่ เพชรบูรณ์ อุทัยธานี สกลนคร กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด บุรีรัมย์ สุรินทร์ อำนาจเจริญ ชัยนาท ลพบุรี นครนายก สระแก้ว ประจวบคีรีขันธ์ สมุทรสงคราม จันทบุรี ตราด ลำพูน พะเยา สุโขทัย อุตรดิตถ์ บึงกาฬ นครพนม อุบลราชธานี อ่างทอง เลย หนองบัวลำภู มุกดาหาร ยโสธร เชียงราย พิษณุโลก อุดรธานี ชัยภูมิ ศรีษะเกษ นครสวรรค์ หนองคาย

ส่วนมาตรการเพิ่มรายได้ให้ผู้ที่มีรายได้น้อยที่ประชุมครม.เห็นชอบมาตรการการเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้มีรายได้น้อย ในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ โดยกำหนดคุณสมบัติต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี ณ วันที่ 15 สิงหาคม 2559 และเป็นผู้ว่างงานหรือมีรายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปีในปี 2558 โดยมีการตรวจสอบสถานะบุคคลและความถูกต้องของข้อมูลในเบื้องต้นจากกรมสรรพากรและกรมการปกครองแล้ว สำหรับเกณฑ์การช่วยเหลือ กำหนดผู้มีรายได้ หรือมีรายได้ไม่เกินปีละ 30,000 บาท/ปี จะได้รับเงินช่วยเหลือ 3,000 บาท/คน จำนวน 3.1 ล้านคน ส่วนผู้ที่มีรายได้ตั้งแต่ 30,001 บาท/ปีขึ้นไป แต่ไม่เกิน 100,000 บาท/ปี จะได้รับเงินช่วยเหลือ 1,500 บาท/คน จำนวน 2.3 ล้านคน ใช้งบประมาณทั้งสิ้น 12,750 ล้านบาท โดยจะเริ่มจ่ายตั้งแต่วันที่ 1-30 ธ.ค. 2559 ผ่านบัญชีธนาคารธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) ออมสิน และกรุงไทย ตามที่ได้ลงทะเบียนไว้ สำหรับผู้ที่มีบัญชีมากกว่า 1 บัญชีจะโอนเข้าบัญชีที่มีความเคลื่อนไหวล่าสุด และสำหรับผู้ที่ไม่มีบัญชีให้ไปเปิดบัญชีในสาขาที่ลงทะเบียนเพื่อรับเงิน

นายกรัฐมนตรียังกล่าวอีกว่า สำหรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น แน่นอนเมื่อมีเงินลงไปก็จะมีการใช้เงินกันมากขึ้น จะเกิดกระบวนการตั้งแต่ผู้บริโภคถึงผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่ายก็จะเกิดการใช้จ่ายเงินในระบบมากขึ้น

นักสื่อสารแรงงาน รายงาน