คนงานโอดนายจ้างเซ้งกิจการ หวั่นกระทบสิทธิประโยชน์ประกันสังคม

Share on facebook
Share on google
Share on twitter

 

คนงานโอดนายจ้างเซ้งกิจการ หวั่นกระทบสิทธิประโยชน์จากประกันสังคม 

เมื่อวันที่ 7สิงหาคม ที่โรงแรม ทวิน อินน์ จ.ภูเก็ต มีการจัดเวทีเสวนา”เรื่องจริงจากพื้นที่”โดยนางดวงเดือน เพ๊ชรสวัสดิ์ คนงานบริษัท สยามทูน่า จำกัด ซึ่งเป็นโรงงานแปรรูปปลาทูน่าส่งออกต่างประเทศ กล่าวว่า ตนได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก เนื่องจากนายจ้างค้างจ่ายค่าจ้างมานานกว่า 5เดือน โดยในเดือนเมษายน 2553นายจ้างซึ่งเป็นชาวญี่ปุ่น ได้ประกาศปิดปรับปรุงกิจการชั่วคราว และได้ขายหุ้นให้กับคนไทยที่เป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์เสียงใต้ โดยนายจ้างไม่ไดบอกเลิกจ้างพนักงานที่มีอยู่กว่า 51 คน แต่อย่างใด และนายจ้างเองก็ยืนยันที่จะจ่ายค่าจ้างให้อัตราร้อยละ 75 ของเงินเดือน ตามกฎหมายกำหนด แต่ปรากฏว่า จนถึงขณะนี้คนงานทั้งหมดยังไม่ได้รับเงินจากนายจ้างแม้แต่บาทเดียว      

นางดวงเดือน กล่าวอีกว่า พวกตนได้ไปยื่นเรื่องกับทางสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดภูเก็ตให้ดำเนินการช่วยเหลือ แต่เรื่องก็ยังไม่มีความคืบหน้า  ทำให้คนงานทั้งหมดเตรียมการฟ้องร้องต่อศาลแรงงานภาค 8 ซึ่งทางศาลได้นัดไต่สวนในวันที่ 28 สิงหาคมนี้  

“ตั้งแต่ปิดกิจการพวกเราเหมือนถูกลอยแพ ไม่รู้ว่าสถานะยังเป็นลูกจ้างอยู่หรือเปล่า เพราะนายจ้างเองก็ไม่ได้บอกเลิกจ้าง พวกเราไม่ได้เรียกร้องอะไรมาก เพียงแค่ต้องการค่าจ้างที่ค้างจ่ายตามที่ตกลงกันไว้ และต้องการความชัดเจนว่านายจ้างจะเลิกจ้างหรือไม่ เนื่องจากกระทบสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับจากประกันสังคม”นางดวงเดือนกล่าว

นางปทิตตา ปจันทบุตร์ พนักงานนวดร้านสยามสปา จ.ภูเก็ต กล่าวว่า ตนทำงานเป็นพนักงานมานานกว่า 4ปี ที่ร้าน Haven Spa (แฮปเวิร์น สปา) โดยได้รับค่าจ้างเดือนละ 4พันบาท ทำงานตั้งแต่เวลา 13.00.-21.00 น.และจะได้เงินค่านวดชั่วโมงละ50บาท หลังจากนั้นจะได้ค่าล่วงเวลา ชั่วโมงละ20 บาทซึ่งส่วนใหญ่จะทำงานถึงเวลา 23.00น.นอกจากนี้ ยังมีค่าอาหารให้อีก 50 บาทต่อวัน รวมแล้วจะได้รับเงินเดือน 14,000 บาท แต่เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2553 นายจ้างชาวเกาหลีได้ประกาศปิดปับปรุงเป็นเวลา 1 เดือน จากนั้นได้ขายกิจการให้กับนายทุนชาวเกาหลีอีกคน โดยมีเงื่อนไขที่จะรับพนักงานทั้งหมดจำนวน 12 คน เข้าทำงาน โดยนับอายุทำงานต่อเนื่อง

นางปทิตตา กล่าวอีกว่า เมื่อกลับเข้าไปทำงานปรากฏว่านายจ้างคนใหม่กลับให้กรอกใบสมัครเป็นพนักงานใหม่ ซึ่งเท่ากับเป็นการเริ่มต้นนับอายุใหม่ และอาจส่งผลกระทบถึงสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับจากประกันสังคม พนักงานทั้งหมดจำนวน 12คน จึงไม่ยินยอมจึงเดินทางไปร้องที่สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด แต่เมื่อเข้าหน้าที่เข้าไปดำเนินการไกล่เกลี่ย ทางทนายความฝ่ายนายจ้างได้รับปากที่จะรับกลับเข้าทำงานโดยนับรวมอายุงาน แต่มีเงื่อนไขให้คนงานถอนคำร้อง เมื่อคนงานถอนคำฟ้องปรากฏว่านายจ้างกลับคำพูด และพยายามบีบคนงานทุกวิถีทาง เช่น ไม่จ่ายงานให้ทำ จนพนักงานจำนวน 10คน ต้องยอมกรอกใบสมัคร

ข่าวจากศูนย์แรงงานจังหวัดภูเก็ต