คณะกรรมการจัดงานวันแรงงาน ยื่น 7 ข้อเรียกร้องแก้ปัญหาแรงงาน

สภาองค์การลูกจ้าง ยื่นรัฐมนตรีแรงงาน 7 ข้อ ให้รับรองอนุสัญญาILO ฉบับที่ 87 และ98 เร่งร่าง พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ แก้เพิ่มเติมกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ยกเว้นภาษีเงินก้อนสุดท้ายเมื่อเกษียณอายุ แก้ปัญหาลูกจ้างเหมาค่าแรง ปฏิรูปประกันสังคม ออกฎหมายส่งเสริมคุ้มครองแรงงานนอกระบบ จัดระบบกองทุนสวัสดิการเพื่อการเลี้ยงชีพลูกจ้างภาครัฐวิสาหกิจให้เทียบเคียงราชการ 

วันที่ 30 เมษายน 2564  เวลา 10.00 น. คณะกรรมการจัดงานวันแรงงานแห่งชาติ นำโดยนายสุชาติ ไทยล้วน ประธานคณะกรรมการ นายอาวุธ ภิญโญยง เลขานุการคณะกรรมการ ซึ่งเป็นผู้แทนสภาองค์การลูกจ้าง 15 แห่ง และสหพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจ ยื่นข้อร้องเรียนเพื่อเสนอต่อรัฐบาล ผ่านทางนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ที่กระทรวงแรงงาน เพื่อให้แก้ไขปัญหาแรงงานจำนวน 7 ข้อ โดยข้อเรียกร้องดังนี้

ข้อ 1 ให้รัฐบาลรับรองอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ(ILO) ฉบับที่ 87 เรื่องการจัดตั้งสหภาพแรงงาน และฉบับที่ 98 เรื่องการเจรจาต่อรอง

ข้อ 2 ให้รัฐบาลเร่งดำเนินการนำร่างพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. …. ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมที่ผ่านการประชาพิจารณ์มาแล้วเข้าสู่กระบวนการพิจารณาในรัฐสภาฯ โดยเร่งด่วน

ข้อ 3 ให้รัฐบาลแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541

3.1 ให้รัฐบาลยกเว้นภาษีเงินได้ก้อนสุดท้ายที่ลูกจ้างเอกชนได้รับ กรณีการเกษียณอายุตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541

3.2 ให้รัฐบาลดำเนินการหามาตรการให้สถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างรับเหมาค่าแรง ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 11/1 อย่างเคร่งครัด

3.3 ให้รัฐบาลประกาศยกเลิกกฎกระทรวงฉบับที่ 7 ของพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน

3.4 ให้รัฐบาลจัดให้ลูกจ้างมีสิทธิได้รับเงินที่นายจ้างต้องจ่ายตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานอยู่ในบุริมสิทธิลำดับที่ 2

ข้อ 4 ให้รัฐบาลปฏิรูป แก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับประกันสังคม ดังนี้

4.1 ปรับฐานการรับเงินบำนาญ โดยให้มีอัตราเริ่มต้นที่ 5,000 บาท

4.2 ในกรณีผู้ประกันตนเกษียณอายุ และรับบำนาญแล้ว เมื่อสมัครเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ต่อ ให้มีสิทธิรับเงินบำนาญต่อไป และผู้ประกันตนที่รับบำนาญชราภาพให้คงสิทธิไว้ 3 กรณี ได้แก่ การรักษาพยาบาล ทุพพลภาพ และค่าทำศพ

4.3 ในกรณีผู้ประกันตนพ้นสภาพจากมาตรา 33 และประกันตนต่อตามมาตรา 39 การคำนวณเงินค่าจ้างเดิม 60 เดือน เป็นค่าทดแทนต่างๆ ขอให้ใช้ฐานค่าจ้างจากมาตรา 33

4.4 เพิ่มสิทธิประโยชน์การรักษาพยาบาลประกันตน มาตรา 40 เหมือนผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และมาตรา 39

4.5 ขยายอายุผู้ประกันตนจากเดิม 15–60 ปี ขยายเป็น 15–70 ปี เพื่อให้เข้ากับสังคมผู้สูงอายุ

4.6 ในกรณีผู้ประกันตนตามมาตรา 40 เพื่อสร้างแรงงานจูงใจและลดความ เหลื่อมล้ำ ให้รวมทางเลือกที่ 1 และทางเลือกที่ 2 เป็นทางเลือกเดียวกัน

4.7 กรณีผู้ประกันตนอายุครบ 55 ปี และส่งเงินสมทบครบ 180 เดือนแล้วให้มีสิทธิเลือกรับเงินบำเหน็จ หรือบำนาญได้

ข้อ 5 ให้รัฐบาลเร่งรัดออกกฎหมายคุ้มครองส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพแรงงานนอกระบบและมีสิทธิจัดตั้งองค์กรได้

ข้อ 6 ให้รัฐบาลจัดระบบกองทุนสวัสดิการเพื่อการเลี้ยงชีพให้กับลูกจ้างภาครัฐวิสาหกิจให้เทียบเคียงกับระบบสวัสดิการของทางราชการ และลูกจ้างในระบบของภาคเอกชนรวมถึงขอให้รัฐลดหย่อนภาษีเงินได้ก้อนสุดท้ายที่ได้รับจากนายจ้างที่เรียกว่าค่าตอบแทนความชอบในการทำงานในกฎหมายรัฐวิสาหกิจ

ข้อ 7 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานแต่งตั้งคณะทำงานติดตามข้อเรียกร้องวันแรงงานแห่งชาติ ปี พ.ศ. 2563

สำหรับข้อเรียกร้องที่เพิ่มมาจากจากปี 2563 คือ ในข้อ 3 ให้รัฐบาลแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ในข้อย่อย ข้อ 3.3 ให้รัฐบาลประกาศยกเลิกกฎกระทรวงฉบับที่ 7 ของพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน และ ข้อ 3.4 ให้รัฐบาลจัดให้ลูกจ้างมีสิทธิได้รับเงินที่นายจ้างต้องจ่ายตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานอยู่ในบุริมสิทธิลำดับที่ 2

ขอขอบคุณภาพจากกระทรวงแรงงาน

นักสื่อสารแรงงาน รายงาน