กทม.พร้อม เปิด 4 ศูนย์ส่วนกระทรวงแรงงานเปิดเซเว่นต่อใบอนุญาตแรงงานข้ามชาติ 1 เม.ย. – 29 ก.ค. นี้

20160311_164506

กรุงเทพมหานคร (กทม.) พร้อมจดทะเบียนแรงงานข้ามชาติ เปิด 4 ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จฯ ให้บริการ 1 เม.ย. – 29 ก.ค. นี้ ด้านกระทรวงแรงงานให้ต่อใบอุญาตทำงานจ่ายได้ที่ร้านเซเว่น

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์รายงานว่า เมื่อวันที่ 29 มีนาคมที่ผ่านมา นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองปลัดกรุงเทพมหานคร(กทม.) เป็นประธานการประชุมการจดทะเบียนแรงงานข้ามชาติ แบบเบ็ดเสร็จกรุงเทพมหานคร (One Stop Service) ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2559 เพื่อซักซ้อมและทำความเข้าใจแนวทางการจดทะเบียนเพื่อทำประวัติ และบัตรประจำตัวแรงงานข้ามชาติ ซึ่งจะดำเนินการระหว่างวันที่ 1 เมษายน – 29 กรกฎาคม 2559  โดยมีผู้แทนกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ผู้แทนกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ผู้แทนหน่วยงานของ กทม. ที่เกี่ยวข้อง คือ สำนักงานปกครองและทะเบียน สำนักการแพทย์ สำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล สำนักสิ่งแวดล้อม สำนักการคลัง สำนักการโยธา และผู้แทนสำนักงานเขต 50 เขต เข้าร่วมการประชุม ณ ห้องนพรัตน์ ศาลาว่าการกรุงเทพฯ

ทั้งนี้ มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2559 ได้เห็นชอบแนวทางการจัดระบบแรงงานข้ามชาติ สัญชาติเมียนมาร์ ลาว และกัมพูชา รวมถึงผู้ติดตามที่เป็นบุตรอายุไม่เกิน 18 ปี หลังวันที่ 31 มีนาคม 2559 ที่เคยทำงานในประเทศไทยอย่างถูกกฎหมาย 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ถือบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (บัตรสีชมพู) ที่จดทะเบียนตามนโยบายคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ปี 2557 และกลุ่มที่มีเอกสารที่ประเทศต้นทางออกให้ (ผ่านการตรวจสัญชาติ) ได้แก่ หนังสือเดินทาง เอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางหรือเอกสารรับรองบุคคล โดยไม่รวมแรงงานข้ามชาติ ทั้ง 3 สัญชาติ คือเมียนมาร์ ลาว และกัมพูชา ที่เข้ามาทำงานอย่างถูกกฎหมายตามความร่วมมือ (MOU) และแรงงานข้ามชาติในกิจการประมงทะเล  การแปรรูปสัตว์น้ำ เพื่ออนุญาตให้ทำงานต่อไปอีก 2 ปี จนถึง 31 มีนาคม 2561 โดยให้มารายงานตัวเพื่อจัดทำทะเบียนประวัติและบัตรประจำตัวแรงงานข้ามชาติ ณ ศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) ระหว่างวันที่ 1 เมษายน  – 29 กรกฎาคม 2559  ซึ่ง กทม.ได้จัดตั้งศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานข้ามชาติ แบบเบ็ดเสร็จกรุงเทพมหานคร (One Stop Service) จำนวน 4 ศูนย์ ณ สถานที่ต่าง ๆ 4 มุมเมือง ได้แก่

1. ศูนย์การค้าไอที สแควร์ ชั้น T ถ. แจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่

2. อาคารศูนย์รถตู้ สถานีขนส่งสายใต้ใหม่ ถ.บรมราชชนนี เขตตลิ่งชัน

3. ห้างสรรพสินค้าธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ เขตสวนหลวง

4. บริเวณตลาดสี่แยกหนองจอก ถ.สุวินทวงศ์ เขตหนองจอก โดยเปิดรับจดทะเบียน  ในวันและเวลาราชการ วันละประมาณ 1,000 คนต่อศูนย์

แรงงานข้ามชาติที่จะจดทะเบียน ณ ศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานข้ามชาติ แบบเบ็ดเสร็จกรุงเทพมหานคร ต้องดำเนินการตามขั้นตอน ดังนี้

1.ตรวจสุขภาพและทำประกันสุขภาพ ณ โรงพยาบาลที่กำหนด ได้แก่ โรงพยาบาลกลาง โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี โรงพยาบาลเลิศสิน โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลตากสิน โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ และโรงพยาบาลวชิรพยาบาล โดยจะเสียค่าตรวจสุขภาพ 500 บาท ค่าประกันสุขภาพ 3,200 บาท รวม 3,700 บาท มีอายุคุ้มครอง 2 ปี

2. ชำระค่าธรรมเนียมการอนุญาตทำงาน ณ จุดให้บริการชำระเงิน (Counter Service) หรือสำนักงานจัดหางานกรุงเทพเขตพื้นที่ 1-10 ซึ่งแรงงานจะได้รับบัตรคิวและนัดวัน เวลา เพื่อดำเนินการ ณ ศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานข้ามชาติฯ โดยจะเสียค่าคำขอ 100 บาท ค่าใบอนุญาตทำงาน 1,800 บาท และค่าบริการ 10 บาท ต่อแรงงานข้ามชาติ 1 คน รวม 1,910 บาท อายุใบอนุญาต 2 ปี แต่หากชำระเงินที่สำนักงานจัดหางานกรุงเทพเขตพื้นที่ 1-10 ไม่ต้องเสียค่าบริการ 10 บาท

3. แรงงานต่างด้าวไปติดต่อที่ศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวฯ ตามกำหนดนัดหมาย โดยเจ้าหน้าที่ของกรมการจัดหางานจะตรวจสอบเอกสารหลักฐาน พร้อมจัดคิวการให้บริการ

4.เจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียน สำนักงานเขต รับรายงานตัวจัดทำทะเบียนและบัตรประจำตัวให้กับแรงงานข้ามชาติ มีค่าธรรมเนียม 80 บาท

ด้านกระทรวงแรงงาน หนังสือพิมพ์ไทยรัฐออนไลน์รายงานว่า เมื่อวันที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมา นายอารักษ์ พรหมณี อธิบดีกรมการจัดหางาน (กกจ.) และนายวีรเดช อัครพานิช รองกรรมการผู้จัดการบริษัทเคาน์เตอร์เซอร์วิส จำกัด ร่วมลงนามความในบันทึกข้อตกลง การชำระค่าธรรมเนียมการอนุญาตทำงานของแรงงาน 3 สัญชาติ คือ เมียนมาร์ ลาว และกัมพูชา ผ่านจุดบริการรับชำระเงินหรือ เคาน์เตอร์เซอร์วิส ในเซเว่น อีเลฟเว่น ทุกสาขาทั่วประเทศ

นายอารักษ์ กล่าวว่า กรมการจัดหางาน ได้เพิ่มช่องทางรับชำระค่าธรรมเนียมผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนายจ้าง สถาน ประกอบการ และลูกจ้างแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ จะทำให้สามารถจ่ายค่าธรรมเนียมได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ต้องเข้าคิวต่อแถวยาว รวมทั้งยังสามารถทำนอกเวลาราชการได้ด้วย นอกจากจะเป็นการอำนวยความสะดวก การเปิดให้จ่ายผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส ยังจะตัดช่องทางในการเรียกรับผลประโยชน์ของกลุ่มคนบางกลุ่มที่เคยทำในอดีต และไม่ได้เป็นการเอื้อประโยชน์ทางธุรกิจทั้งสิ้น โดยเคาน์เตอร์ฯ ยอมลดค่าบริการจาก 15 บาท เหลือเพียง 10 บาท

สำหรับขั้นตอนในการดำเนินการ เมื่อแรงงานข้ามชาติผ่านการตรวจสุขภาพ ให้นายจ้างหรือตัวแรงงานข้ามชาติเอง ไปขอชำระค่าธรรมเนียมต่อใบอนุญาตทำงาน ที่จุดให้บริการเคาน์เตอร์เซอร์วิสได้ทุกแห่งทั่วประเทศ โดยมีค่าธรรมเนียมการขออนุญาตทำงาน 1,910 บาท แบ่งเป็นค่ายื่นคำขออนุญาตทำงาน 100 บาท ค่าธรรมเนียมขออนุญาตทำงาน 2 ปี 1,800 บาท และค่าบริการเคาน์เตอร์เซอร์วิส 10 บาท ต่อแรงงาน 1 คน กรณีที่นายจ้างมีแรงงานจำนวนมาก ให้ติดต่อจุดชำระเงินล่วงหน้า เมื่อชำระเงินครบแล้วในสลิปใบเสร็จจะกำหนดวันนัดให้ไปทำบัตรสีชมพู และใบอนุญาตทำงานที่ศูนย์ OSS หรือวันสต็อปเวอร์วิสในพื้นที่ซึ่งมีทุกจังหวัด

///////////////////