ทำอย่างไรกับบริษัทแม่แต่ไม่ใช่นายจ้าง (ตอน 2)

จากบทความครั้งที่แล้ว “ทำอย่างไรกับบริษัทแม่แต่ไม่ใช่นายจ้าง”ถ้าท่านใดได้ติดตามหลายท่านยังงงอยู่และมีคำถามในใจอยู่หลายข้อ แต่นั้นคือความเป็นจริงที่เกิดขึ้นแล้วในภาคอุสาหกรรมที่ดำเนินธุรกิจโรงแรมและบริการเพราะอุสาหกรรมประเภทนี้จะมีกลุ่มทุนข้ามชาติ ( ส่วนใหญ่ ) ที่เข้ามาทำธุรกิจประเภทนี้ก็จะมาลงทุนสร้างอาคารสถานที่หลายๆแห่งแล้วไปจ้างบริษัทที่ดำเนินกิจการโรงแรมและบริการใหญ่ๆมาบริหารให้ เช่นในกลุ่ม Starwood , Accor ฯลฯ อะไรทำนองนั้น แต่ไม่ได้ให้การบริหารที่เบ็ดเสร็จแก่บริษัทเหล่านั้นยังคงมีส่วนร่วมในการจัดการอยู่โดยการเข้าไปก้าวก่ายในเรื่องการเงิน และสวัสดิการต่างๆ แต่คงจะไม่เป็นปัญหาอะไรถ้าในการจดทะเบียนบริษัทภายใต้ชื่อกลุ่มทุนเป็นบริษัทนายจ้างเดียวทั้งหมดทุกแห่ง แต่กลุ่มทุนนี้กลับไปตั้งบริษัทขึ้นมาแห่งหนึ่ง(บริษัทแม่นั้นเอง)มาเป็นนายจ้างของบริษัทที่ว่าจ้างเข้ามาบริหารแล้วให้บริษัทที่ว่าจ้างเข้ามาบริหารเป็นบริษัทจำกัดโดยใช้ชื่อตามกลุ่มบริษัทที่ดำเนินการบริหารโรงแรมแล้วให้รับคนงานเป็นลูกจ้างเอง(โดยตรง) โดยไม่ผ่านบริษัทแม่ และเรื่องทั้งหมดนี้ได้เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตซึ่งเป็นบริเวณที่ผู้เขียนทำงานเอง

ความคืบหน้าการผลักดันนโยบายสาธารณะ พระราชบัญญัติเงินทดแทน (ฉบับที่..) พ.ศ. ….

จากการประชุมคณะทำงาน ผลักดันร่างพระราชบัญญัติเงินทดแทน (ฉบับที่….) พ.ศ. …. ในวันศุกร์ ที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๕๓ ที่ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยมีสภาเครือข่ายกลุ่มผู้ป่วยจากการทำงานและสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย เป็นองค์กรหลัก และเป็นผู้ประสานงานในการเคลื่อนนโยบายดังกล่าว ร่วมกับคณะทำงาน Core Team โดยการสนับสนุนจากแผนงานพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เบื้องต้นจากการประชุมได้มีการวางแผนที่จะมีการจัดเวทีสานเสวนาระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับการปรับแก้ไขสิทธิประโยชน์พระราชบัญญัติเงินทดแทน (ฉบับที่….) พ.ศ. …. (ฉบับเครือข่ายแรงงานและภาคประชาชน) ขึ้น ในวันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๕๓ เพื่อให้ผ่านความเห็นที่รอบด้านทั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการ เครือข่ายผู้นำแรงงาน และผู้ที่ได้รับผลกระทบประสบอันตรายจากการทำงาน และภาคีต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพราะสถานการณ์ทางนิติบัญญัติของพระราชบัญญัติเงินทดแทน (ฉบับที่….) พ.ศ. ….

สรุปสาระสำคัญ ร่าง พระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ….

สรุปสาระสำคัญ
ร่าง พระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. (ฉบับบูรณาการแรงงาน)

ความเป็นมา
เครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงาน ซึ่งประกอบด้วย คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย , มูลนิธิอารมณ์ พงศ์พงัน , เครือข่ายแรงงานนอกระบบ , เครือข่ายปฏิบัติการเพื่อแรงงานข้ามชาติ , สภาเครือข่ายกลุ่มผู้ป่วยจากการทำงานและสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย , สภาองค์การลูกจ้างพัฒนาแรงงานแห่งประเทศไทย และเครือข่ายผู้ประกันตน โดยการสนับสนุนของแผนงานพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้เล็งเห็นความสำคัญของการปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 ในโอกาสที่กฎหมายประกันสังคมบังคับใช้มานาน 20 ปี (กันยายน 2533 – กันยายน 2553) จึงได้ร่วมกันยกร่าง “พระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ” (ฉบับบูรณาการแรงงาน) มาตั้งแต่เดือนกันยายน 2552 โดยการยกร่างกฎหมายจะให้ความสำคัญต่อการปรับปรุงสำนักงานประกันสังคม (สปส.) จากหน่วยราชการระดับกรม เป็นองค์กรมหาชนอิสระ ที่บริหารจัดการด้วยคณะกรรมการที่มีความรู้ความสามารถและมีส่วนร่วมจากผู้ประกันตนและนายจ้างปลอดพ้นจากการครอบงำแทรกแซงจากฝ่ายการเมืองและข้าราชการ

17 ปีกับการผลักดันการจัดตั้งสถาบันความปลอดภัยเป็นองค์กรอิสระ

เริ่มเห็นผลจากการที่ได้ช่วยกันลงแรงร่วมพลังกันอย่างมากมายพร้อมเพียง จนทำให้ การจัดตั้งองค์กรอิสระสถาบันส่งเสริมความปลอดภัยได้เข้าไปบรรจุอยู่ในหมวดที่ 6/1 มาตรา 51/1 และให้กระทรวงแรงงานจัดตั้งสถาบันส่งเสริมความปลอดภัยฯขึ้นมาภายใน 1 ปี หลังกฎหมายประกาศใช้ แต่ขณะนี้ พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ ฉบับที่มีการบรรจุการจัดตั้งสถาบันฯส่งเสริมความปลอดภัยนี้กำลังอยู่ในการประชุมพิจารณาของสมาชิกวุฒิสภาเพื่อพิจารณากฎหมายให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 26 ตุลาคม 2553 เพื่อส่งให้สภาฯ มีมติรับรองอีกครั้ง ดังนั้นสภาเครือข่ายกลุ่มผู้ป่วยฯในฐานะองค์กรหลักที่รับผิดชอบร่วมกับทุกภาคี มีความกังวลอยากจะเสนอผ่านสื่อมวลชนทั้งหลาย …ไปยังสมาชิกวุฒิสภา ได้โปรดพิจารณาผ่านกฎหมาย พ.ร.บ. ความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน โดยเฉพาะหมวด 6/1 ทีมีการจัดตั้งองค์กรอิสระสถาบันส่งเสริมความปลอดภัยฯด้วย

ค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ … ก้าวใหม่ของนโยบายค่าจ้าง โดยรัฐ ??

เนื่องจากสถานประกอบการจำนวนมหาศาลไม่มีหลักเกณฑ์การปรับค่าจ้างประจำปีที่โปร่งใสเป็นธรรมและมีส่วนร่วมจากฝ่ายลูกจ้าง ทำให้ “ค่าจ้างขั้นต่ำ”ที่กระทรวงแรงงานประกาศบังคับใช้ในแต่ละปี กลายเป็นฐานค่าจ้างที่นายจ้างหลายแห่งนำไปใช้เป็นค่าจ้างของลูกจ้างหรือเกณฑ์การปรับค่าจ้าง โดยไม่คำนึงถึงภาวะเงินเฟ้อ-ค่าครองชีพ, ทักษะฝีมือและการแบ่งปันกำไรจากผลประกอบการอย่างแท้จริง หลายโรงงานที่ไม่มีสหภาพแรงงานหรือมีสหภาพแรงงานไม่เข้มแข็ง ค่าจ้างของคนงานจำนวนมากจะใกล้เคียงค่าจ้างขั้นต่ำหรืออ้างอิงค่าจ้างขั้นต่ำมาตลอด ส่งผลให้คนงานต้องทำงานล่วงเวลาเป็นประจำ ทำงานในวันหยุดหรือควงกะ อาจต้องทำงานแบบเหมางานรายชิ้นปริมาณมากตามคำสั่งซื้อของลูกค้าและความต้องการของนายจ้าง เพื่อให้มีรายได้มากเพียงพอแก่การเลี้ยงชีพตนเองและครอบครัว

เจตนารมณ์การผลักดันองค์กรอิสระ กับความปลอดภัยในการทำงาน

หากมองย้อนไปในอดีต 17 ปีที่ผ่านมา มีการเกิดโศกนาฏกรรม ซ้ำซากที่ทำให้เกิดการสูญเสียสุขภาพร่างกาย จิตใจ คนงาน แล้วยังนำมาสู่การเกิดความหายนะมาสู่ครอบครัว ซ้ำร้ายยังเกิดการกล่าวขาน ไปในทางไม่ดีไปทั่วโลก กับเหตุการณ์โศกนาฏกรรมที่สะเทือนขวัญของแรงงานไทยได้แก่ * ชุมชนคลองเตยถูกผลกระทบจากสารเคมีระเบิดที่คลองเตย (2 มี.ค.34) มีผู้เสียชีวิต 4 คน บ้านเรือน 642 หลังคาเรือนเสียหายในกองเพลิง*โรงงานตุ๊กตาเคเดอร์ไฟไหม้ตึกถล่ม จังหวัดนครปฐม จนทำให้คนงานวัยหนุ่มสาว ต้องตายถึง 188 ศพและบาดเจ็บถึง 469 ราย (ในวันที่ 10 พ.ค. 36)*โรงงานรอยัลพลาซ่าถล่ม (วันที่ 13 ส.ค.36 ) มีคนงานข้าราชการ นักท่องเที่ยวตายรวม 167 รายบาดเจ็บกว่า 200 ราย กรณีไฟไหม้โรงแรมรอยัลจอมเทียน (11 ก.ค.40) ทำให้คนงาน นักท่องเที่ยว และพนักงานไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ ตายรวมจำนวน 91 รายบาดเจ็บกว่า 50 ราย โรงงานอบลำไยแห้งบริษัทหงษ์ไทยระเบิด (19 ก.ย. 2542) คนงานเสียชีวิต 36 คน บาดเจ็บ 2 ราย ชุมชนสันป่าตองบริเวณรอบโรงงานรัศมี 1 กิโลเมตร บ้านเรือน วัด โรงเรียน โรงพยาบาล เสียหายกว่า 571 หลังคา เรือน และชาวบ้านบาดเจ็บ 160 ราย จะเห็นว่าผลกระทบเหล่านี้ยังขยายตัวออกมาสู่คนในชุมชน เช่น ชุมชนแม่เมาะ จ.ลำปาง

1 48 49 50 51 52