<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>voicelabour.org &#124; สื่อสารแรงงาน สร้างสรรค์สังคม : ข่าวแรงงาน, สิทธิแรงงาน, สมานฉันท์แรงงาน, กฎหมายแรงงาน</title>
	<atom:link href="http://voicelabour.org/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://voicelabour.org</link>
	<description>ข่าวสาร แรงงาน สมานฉันท์แรงงาน กฎหมายแรงงาน สิทธิ เสรีภาพ แรงงาน : Voicelabour.org &#124; We talk about Thailand Labour</description>
	<lastBuildDate>Sat, 25 May 2013 04:26:44 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.5.1</generator>
		<item>
		<title>ILRF มอบรางวัลสิทธิแรงงานระหว่างประเทศปี56-เครือข่ายแรงงานข้ามชาติ สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจ</title>
		<link>http://voicelabour.org/ilrf-%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a3/</link>
		<comments>http://voicelabour.org/ilrf-%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a3/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 25 May 2013 03:28:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>wasana</dc:creator>
				<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวแรงงาน]]></category>
		<category><![CDATA[แรงงานข้ามชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[แรงงานต่างด้าว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://voicelabour.org/?p=15937</guid>
		<description><![CDATA[กลุ่มเครือข่ายสิทธิเเรงงานข้ามชาติชาวพม่า (MWRN) เเละสหพันธ์สหภาพเเรงงานรัฐวิสาหกิจฯ ไทยรับรางวัลจากกลุ่มสิทธิเเรงงานสหรัฐฯ  22 พฤษภาคม 2556 ที่วอชิงตัน ดีซี  – องค์กร  The International Labor Rights Forum (ILRF) จะมอบรางวัลสิทธิแรงงานระหว่างประเทศ พ.ศ. 2556 แก่เครือข่ายสิทธิเเรงงานข้ามชาติ จากการรวมกลุ่มของเเรงงานข้ามชาติพม่า (MWRN) และสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) สำหรับการทำงานที่มีผลงานก้าวหน้าในการปกป้องแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p align="left"><a href="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/PC160089.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-15940" alt="PC160089" src="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/PC160089.jpg" width="400" height="356" /></a></p>
<p align="left">กลุ่มเครือข่ายสิทธิเเรงงานข้ามชาติชาวพม่า (MWRN) เเละสหพันธ์สหภาพเเรงงานรัฐวิสาหกิจฯ ไทยรับรางวัลจากกลุ่มสิทธิเเรงงานสหรัฐฯ  22 พฤษภาคม 2556 ที่วอชิงตัน ดีซี  – องค์กร  The International Labor Rights Forum (ILRF) จะมอบรางวัลสิทธิแรงงานระหว่างประเทศ พ.ศ. 2556 แก่เครือข่ายสิทธิเเรงงานข้ามชาติ จากการรวมกลุ่มของเเรงงานข้ามชาติพม่า (MWRN) และสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) สำหรับการทำงานที่มีผลงานก้าวหน้าในการปกป้องแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย รางวัลสิทธิแรงงานระหว่างประเทศ ILRF มอบให้เป็นประจำทุกปีแก่หน่วยงานที่มีส่วนร่วมสำคัญในการสนับสนุนสิทธิแรงงาน เพื่อนำไปสู่การบรรลุการจ้างงานที่เป็นธรรม เเละมีมนุษยธรรมสำหรับคนงานทั่วโลก</p>
<p align="left">แรงงานข้ามชาติจากประเทศเพื่อนบ้านของไทย ได้เเก่ พม่า กัมพูชา และลาวคิดเป็นร้อยละ 10 ของกำลังแรงงานทั้งหมดในประเทศไทย โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมการส่งออกที่ใช้แรงงานเข้มข้น เช่นแปรรูปอาหารทะเล เกษตรกรรม เครื่องนุ่งห่ม  ก่อสร้างและการดูแลรับใช้ในบ้าน แรงงานจำนวนหนึ่งจะถูกส่งเข้าสู่กระบวนการค้ามนุษย์ข้ามชาติโดยนายหน้าแรงงานและมักจะถูกเอารัดเอาเปรียบในการจ้างงาน สภาพการทำงานที่เลวร้าย รวมทั้งการจ่ายค่าจ้างต่ำกว่าที่ตกลงและไม่ชำระเงินค่าจ้าง การละเมิดกฎหมายค่าจ้างขั้นต่ำ การทำงานล่วงเวลาเป็นเวลานาน การทำงานที่เป็นอันตรายและสภาพแวดล้อมการทำงานไม่ถูกสุขลักษณะ ทั้งยังการปฏิเสธเสรีภาพในการสมาคมและสิทธิในการเจรจาต่อรองรวมหมู่ ซึ่งเป็นปัญหาที่พบได้ทั่วไป ที่เลวร้านกว่านั้นคือการทำงานเพื่อปลดหนี้ การบังคับใช้แรงงานและการใช้แรงงานเด็กอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมเหล่านี้</p>
<p align="left">เมื่อพ.ศ. 2552 แรงงานข้ามชาติจากประเทศพม่าที่ทำงานอยู่ในภาคการแปรรูปอาหารทะเลของประเทศไทยตั้งกลุ่ม MWRN เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ การบังคับใช้แรงงาน การใช้แรงงานเด็ก และการละเมิดสิทธิมนุษยชนแรงงานอื่น ๆ ด้วยความช่วยเหลือจากนายสาวิทย์ แก้วหวาน ผู้รับรางวัล ILRF และเลขาธิการสรส โดยมีนาย Aung Kyaw ผู้รับรางวัล ILRF ดำรงตำแหน่งประธาน MWRN ต่อมา MWRN เติบโตขึ้นในฐานะองค์กรระดับรากหญ้าที่ใหญ่ที่สุดที่มีสมาชิกเป็นคนงานข้ามชาติในประเทศไทย</p>
<p>ในช่วงสามปีที่ผ่านมา MWRN เปิดโปงการละเมิดสิทธิแรงงานในโรงงานแปรรูปอาหารทะเลอย่างกล้าหาญ โดยโรงงานดังกล่าวเป็นโรงงานผลิตที่ใหญ่ที่สุดที่ส่งสินค้าไปยังผู้ค้าปลีกในประเทศสหรัฐอเมริกา ทั้งยังได้ต้อนรับการเยือนของนาง อองซาน ซูจี ผู้ได้รับรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ ในการเดินทางไปต่างประเทศครั้งแรกของเธอในรอบ 24 ปีที่ มหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร ประเทศไทย โดยมีจุดประสงค์เพื่อสนับสนุนการปฏิรูปกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองในประเทศไทยอย่างมีนัยสำคัญ</p>
<p>แม้ว่าแรงงานข้ามชาติไม่สามารถจัดตั้งสหภาพแรงงานได้ตามกฎหมายประเทศไทย ทว่าการทำงานร่วมกันระหว่างสรส.และ MWRN ได้ช่วยลดช่องว่างระหว่างการเคลื่อนไหวในรูปแบบสหภาพเคลื่อนไหวดั้งเดิมในประเทศไทยกับการต่อสู้ของแรงงานข้ามชาติ สรส. และ MWRN ได้จัดตั้งโครงการ <b>&#8220;การขนส่งเพื่อมนุษยธรรม&#8221; </b>จนสำเร็จเพื่อให้แรงงานพม่าไปเยี่ยมบ้านเกิดอย่างปลอดภัยด้วยความร่วมมือกับบริษัทขนส่ง จำกัด นอกจากนี้สรส.ภายใต้การนำของนาย สาวิทย์ แก้วหวานยังได้ยื่นคำร้องกับองค์การแรงงานระหว่างประเทศ อ้างว่าการปฏิเสธของการชดเชยอุบัติเหตุการทำงานให้กับแรงงานข้ามชาติโดยรัฐบาลของประเทศไทยเป็นการละเมิดอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 19 อย่างชัดเจน</p>
<p>จูดี้ เกียร์ฮาร์ท กรรมการบริหารของ ILRF กล่าวว่า &#8220;MWRN อยู่ในเส้นทางที่จะกลายเป็นตัวแทนแรงงานข้ามชาติที่ได้รับการยอมรับทั่วโลกในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ การบังคับใช้แรงงาน และการละเมิดสิทธิมนุษยชนอื่นๆ ในกลุ่มแรงงานในประเทศไทย&#8221; <b>&#8220;เรามีความมุ่งมั่นที่จะยืนเคียงข้าง </b><b>MWRN และ สนับสนุนองค์กรที่ทำงานในอนาคต. &#8220;</b><br />
****<br />
องค์กร INTERNATIONAL LABOR RIGHTS FORUM (ILRF)  เป็นองค์กรรณรงค์เพือการจ้างงานที่เป็นธรรมเเละการปฏิบัติต่อเเรงงานทั่วโลกด้วยมนุษยธรรม</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://voicelabour.org/ilrf-%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Change&#8230;มักกะสัน ขอ&#8217;ปอด&#8217;ให้คนกรุง</title>
		<link>http://voicelabour.org/change-%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%9b%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a3/</link>
		<comments>http://voicelabour.org/change-%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%9b%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a3/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 25 May 2013 03:23:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>wichai</dc:creator>
				<category><![CDATA[Headline]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวแรงงาน]]></category>
		<category><![CDATA[พิพิธภัณฑ์แรงงานไทย]]></category>
		<category><![CDATA[มักกะสันคอมเพล็กซ์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://voicelabour.org/?p=15935</guid>
		<description><![CDATA["พวกเราไม่ใช่ผู้ต่อต้านโครงการ มักกะสันคอมเพล็กซ์....พื้นที่มักกะสันในรัศมี 4-5 กิโลเมตรนั้น เป็นพื้นที่ธุรกิจเหลือเฟือแล้ว...คนสมัยนี้ไม่ได้ขาดความสะดวกสบาย แต่ขาดคุณภาพชีวิตที่ดี ... จึงอยากให้มักกะสันเป็นพื้นที่สาธารณะ เพราะพื้นที่นี้มีขนาดใหญ่ มีต้นทุนทางธรรมชาติอยู่แล้ว และยังมีโรงซ่อมบำรุงรถไฟที่เป็นสถาปัตยกรรมที่เคยได้รับรางวัลมาก่อน น่าจะพัฒนาเป็นพิพิธภัณฑ์ได้ และที่สำคัญ พื้นที่แห่งนี้เคยเป็นพื้นที่รับน้ำกลางเมือง เพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วมขัง เสมือนแก้มลิงกลางเมืองด้วย
............................
หน้า2 คมชัดลึก, 24 พฤษภาคม 2556]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/chage-makasan1.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-15946" alt="chage makasan" src="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/chage-makasan1.jpg" width="500" height="333" /></a></p>
<p>Change&#8230;มักกะสัน ขอ&#8217;ปอด&#8217;ให้คนกรุง : ทีมข่าวรายงานพิเศษ</p>
<p><span style="font-size: 13px;">หน้า2 </span>คมชัดลึก, 24 พฤษภาคม 2556</p>
<p>หนึ่งพลังเสียง&#8230;เปลี่ยนสังคม !! กับการเคลื่อนไหวของกลุ่มแฟนเพจ “เราอยากให้มักกะสันเป็นสวนสาธารณะและพิพิธภัณฑ์” เสียงสะท้อนจากคนกลุ่มหนึ่งที่ไม่อยากให้พื้นที่สีเขียว(ทำเลทอง) 500 ไร่ ต้องถูกแปรสภาพเป็นห้างสรรพสินค้าหรือห้องพักหรู!!</p>
<p>หลังจาก &#8220;ประภัสร์ จงสงวน&#8221; ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย จะปัดฝุ่นโครงการมักกะสันคอมเพล็กซ์ ซึ่งถูกพับโครงการไปเมื่อ 20 ปีก่อน มาให้เอกชนมาร่วมประมูลที่ดินผืนดังกล่าวเป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์ และพร้อมจะทำเป็นพื้นที่สีเขียวตามกฎหมายกำหนด</p>
<p>สืบเนื่องจาก ร.ฟ.ท. ประสบปัญหาขาดทุนมาโดยตลอด และมีแนวโน้มที่จะขาดทุนเพิ่มขึ้น โดยปี 2547 ร.ฟ.ท.มีผลขาดทุน 7,584 ล้านบาท ปี 2548 ขาดทุน 6,387 ล้านบาท ปี 2549 ขาดทุน 6,427 ล้านบาท ปี 2550 ขาดทุน 7,863 ล้านบาท และปี 2551 ขาดทุน 10,142 ล้านบาท&#8230; ส่วนปี 2556 คาดว่าจะขาดทุนถึง 12,174 ล้านบาท อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ ร.ฟ.ท. ต้องเร่งผุดโปรเจกท์แสนล้าน มาช่วยปลดล็อกสภาพหนี้</p>
<p>&#8220;สุสานรถไฟ มักกะสัน&#8221; อดีตโรงซ่อมหัวรถจักร ถูกพืชพรรณแห่งการเวลาปกคลุมมากว่าครึ่งศตวรรษ เมื่อมองจากสถานีรถไฟฟ้าแอร์พอตลิงค์มักกะสัน จะเห็นโรงงานร้าง โบกี้รถไฟ หัวรถไฟเก่า ต้นไม้ใบหญ้าขึ้นปกคลุมรกครึ้ม เป็นพื้นที่สีเขียวที่ถูกโอบล้อมด้วยป่าคอนกรีต และด้วยต้นทุนทางธรรมชาติที่มีอยู่นั้น คนกลุ่มหนึ่งเห็นว่า ร.ฟ.ท.น่าจะพัฒนาเป็นสวนสาธารณะและพิพิธภัณฑ์ สร้างปอดแห่งใหม่ให้คนกรุงเทพฯ ดีกว่า โดยรวมตัวกันเคลื่อนไหวผ่านโซเชียลมีเดีย</p>
<p>จากจุดเริ่มต้นการแชร์ &#8220;ภาพดาวเทียมบริเวณบึงมักกะสัน&#8221; พร้อมข้อความ &#8220;เราอยากให้พื้นที่มักกะสันเป็นสวนสาธารณะและพิพิธภัณฑ์&#8221; เมื่อปลายปีที่แล้ว เพียงไม่ถึง 24 ชั่วโมง ภาพดังกล่าวถูกแชร์ในสังคมเฟซบุ๊กกว่า 900 ครั้ง ส่งสัญญาณว่ามีใครหลายคนคิดแบบเดียวกับพวกเขา นั่นคือที่มาของแฟนเพจ &#8220;MakkasanHope&#8221; หรือ &#8220;เราอยากให้มักกะสันเป็นสวนสาธารณะและพิพิธภัณฑ์&#8221; มีสมาชิกแฟนเพจอยู่ราว 1.65 หมื่นราย ถูกใช้เป็นช่องทางการสื่อสาร และเคลื่อนไหวล่า 3 หมื่นรายชื่อ เสนอให้มักกะสันเป็นสวนสาธารณะและพิพิธภัณฑ์</p>
<p>&#8220;พวกเราไม่ใช่ผู้ต่อต้านโครงการ มักกะสันคอมเพล็กซ์ ที่จะพลิกผืนดินกว่า 500 ไร่ให้กลายเป็นพื้นที่พาณิชย์ครอบคลุมทุกพื้นที่ แต่เรากำลังนำเสนอเพื่อให้ผู้มีอำนาจได้เห็นว่าพื้นที่ 500 ไร่แห่งนี้ สามารถนำไปพัฒนาเป็นพื้นที่สีเขียวที่เพิ่มคุณภาพชีวิต&#8221; จตุพร ตันศิริมาศ หนึ่งในสมาชิกกลุ่มเราอยากให้มักกะสันเป็นสวนสาธารณะและพิพิธภัณฑ์ บอกถึงจุดยืน</p>
<p>&#8220;จตุพร&#8221; ย้ำว่า รอบๆ พื้นที่มักกะสันในรัศมี 4-5 กิโลเมตรนั้น เป็นพื้นที่ธุรกิจเหลือเฟือแล้วทั้งโรงแรม ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล ฯลฯ ยังขาดแต่สวนสาธารณะ ต้องยอมรับว่า คนสมัยนี้ไม่ได้ขาดความสะดวกสบาย แต่ขาดคุณภาพชีวิตที่ดี ปัจจุบันอัตราส่วนพื้นที่สีเขียวของคนกรุงเทพฯ อยู่ที่ 1 ต่อ 3 ตารางเมตร ขณะที่มาตราฐานอยู่ที่ 1 ต่อ 9 ตารางเมตร จึงอยากให้มักกะสันเป็นพื้นที่สาธารณะ เพราะพื้นที่นี้มีขนาดใหญ่ มีต้นทุนทางธรรมชาติอยู่แล้ว และยังมีโรงซ่อมบำรุงรถไฟที่เป็นสถาปัตยกรรมที่เคยได้รับรางวัลมาก่อน น่าจะพัฒนาเป็นพิพิธภัณฑ์ได้ และที่สำคัญ พื้นที่แห่งนี้เคยเป็นพื้นที่รับน้ำกลางเมือง เพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วมขัง เสมือนแก้มลิงกลางเมืองด้วย</p>
<p>ความเคลื่อนไหวของแฟนเพจ &#8220;MakkasanHope&#8221; กำลังคึกคักออกแคมเปญเชิญชวนให้คนที่เห็นด้วยกับพวกเขา มางานฟรีคอนเสิร์ต &#8220;ร้องแทนต้นไม้ &#8211; รวมใจเพื่อมักกะสัน&#8221; เวลา15.00-21.00 น. วันที่ 25 พฤษภาคมนี้ ณ ศาลาภิรมย์ภักดี สวนลุมพินี และจะมีการรวบรวมรายชื่อให้ครบ 3 หมื่นรายชื่อ เพื่อส่งมอบให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งเห็นด้วยกับแนวคิดนี้ จะมาร่วมงานนี้ด้วย</p>
<p>ด้านสมาชิกแฟนเพจ ต่างเข้ามาร่วมสนับสนุนแนวคิดดังกล่าวและร่วมให้กำลังใจ อาทิ คุณ &#8220;Dherapat Note Sanguandeekul&#8221; บอกข่าวดีว่า ผัง กทม.2556 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว มักกะสันส่วนใหญ่ยังเป็นสีขาวอยู่(ผังที่โล่ง) สู้ต่อไป, คุณ &#8220;Wanpen Jira&#8221; แนะนำว่า มีเรื่องสวนสาธารณะจากทางรถไฟเก่าในนิวยอร์ก The High Line มาฝากค่ะ กลุ่ม Friends of The High Line ก็เหมือนกับกลุ่มอยากให้มักกะสันเป็นสวนสาธารณะและพิพิธภัณฑ์ สู้ สู้ นะคะ</p>
<p>คุณ &#8220;Tass Vejpongsa&#8221; เอารูปที่ไทเปมาฝาก ซึ่งเป็นพื้นที่คล้ายๆ กับมักกะสัน เขาสามารถเปิดเป็นพื้นที่สาธารณะ แต่ก่อนบริเวณนี้เป็นโรงงานรัฐวิสาหกิจเก่า พอเลิกกิจการรัฐมาซื้อที่ดิน เปลี่ยนบริเวณเป็นสวนสาธารณะ ส่วนตัวโรงงานเก่าทำเป็นที่จัดนิทรรศการ มีโรงหนังที่ฉายหนังศิลปะ มีร้านอาหารไม่กี่ร้านที่จัดทำให้เข้ากับสถานที่ บริเวณที่เหลือเป็นสนามหญ้า เดินเล่น จัดคอนเสิร์ตได้ ทำให้มีกิจกรรมวันหยุดที่ไม่ต้องใช้จ่ายเงินเกินควร เป็นคุณภาพชีวิตที่คนเมืองควรมี!!</p>
<p>เปลี่ยน&#8230;ไปด้วยกัน</p>
<p>&#8230;เราคงไม่อยากให้พื้นที่ของกรุงเทพฯ กลายเป็นป่าคอนกรีตไปทั้งหมด&#8230;จนผลกระทบต่างๆ มากมาย จากการพัฒนาที่มองทางกายภาพเพียงด้านเดียว เงินตราอาจสามารถสร้างและบันดาลของหลายๆ สิ่งให้แก่เราได้ทุกอย่างในโลกยุคปัจจุบัน&#8230;แต่ &#8220;ต้นไม้และสวนสาธารณะ&#8221; ต้องใช้ใจและเวลาเท่านั้นในการปลูกมันขึ้นมา&#8230;</p>
<p>&#8220;นี่อาจจะเป็นโอกาสเดียวที่เราได้บอกสิ่งที่เราต้องการ&#8221;</p>
<p>ร่วมลงชื่อผ่าน www.change.org เพื่อนำ 3 หมื่นรายชื่อไปยื่นถึง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, นายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย และฝ่ายประชาสัมพันธ์ การรถไฟแห่งประเทศไทย</p>
<p>&#8220;ม.ล.อาภาวดี กัญญาพันธุ์&#8221; หนึ่งในผู้ร่วมลงชื่อสนับสนุน ให้เหตุผลว่า กรุงเทพฯ ควรมีสวนสาธารณะที่ปลอดภัยมากกว่านี้ เรามีห้างสรรพสินค้ามากเกินไปแล้ว สังเกตได้ว่าช่วงปิดเทอมเด็กๆ ทำความผิดเป็นจำนวนไม่น้อย เพราะเขาไม่มีที่ไป ไม่มีกิจกรรมที่เหมาะสมกับเด็ก ถ้ารักและห่วงใยประเทศชาติจริงต้องนึกถึงคุณภาพของเด็กให้มาก สวนสาธารณะเป็นสถานที่ที่คนทุกวัยสามารถมีกิจกรรมร่วมกันได้ ในประเทศที่เจริญอย่างนิวซีแลนด์ วันเสาร์-อาทิตย์ ผู้คนไปเล่นกีฬาที่สวนสาธารณะ ไม่บ้าเดินห้างเหมือนคนไทย</p>
<p>&#8220;นายชิษณุ เลี้ยงพันธุ์&#8221; มองว่า การพัฒนาพื้นที่เพื่อเชิงพาณิชย์มิใช่เรื่องผิด แต่พื้นที่ส่วนใหญ่ของโครงการควรประกอบด้วยสัดส่วนที่เหมาะสม พื้นที่สีเขียวควรมีมากกว่า 60% ส่วนที่เหลืออีก 20% ควรทำเป็นพิพิธภัณฑ์ดังเช่น Railway Museum ที่เมืองไซตะมะ ประเทศญี่ปุ่น หรืออาจเป็นแหล่งความรู้อื่นๆ แต่ไม่ควรทำลายอาคารเก่าซึ่งมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ส่วนที่เหลืออาจทำเป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์ แต่ควรมีข้อกำหนดเรื่องรูปแบบอาคารที่กลมกลืนกับอาคารดั้งเดิม และสอดรับพื้นที่สีเขียว กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีแหล่งช็อปปิ้งเพียงพอแล้ว เอกชนสามารถเสาะหาพื้นที่ในการสร้าง Community Mall เหล่านั้นได้ไม่ยาก ดังนั้นพื้นที่ของหน่วยงานรัฐควรมีไว้เพื่อประโยชน์และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าสำหรับคนประชาชน</p>
<p>แคมเปญรณรงค์โดย &#8220;เราอยากให้มักกะสันเป็นสวนสาธารณะและพิพิธภัณฑ์&#8221; ณ เวลา 14.50 น. วันที่ 23 พฤษภาคม มีผู้ร่วมลงชื่อ 16,239 รายชื่อ ยังขาดอีก 13,761 รายชื่อ &#8230;หนึ่งเสียงของคุณมีความหมาย ร่วมเปลี่ยน &#8220;มักกะสันคอมเพล็กซ์&#8221; ให้เป็น &#8220;สวนสาธารณะและพิพิธภัณฑ์&#8221;!!</p>
<p>&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://voicelabour.org/change-%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%9b%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สถานการณ์การเข้าไม่ถึงหลักประกันทางสังคมที่เหมาะสมกับแรงงานข้ามชาติ</title>
		<link>http://voicelabour.org/%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87-2/</link>
		<comments>http://voicelabour.org/%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87-2/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 24 May 2013 02:23:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>wasana</dc:creator>
				<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวแรงงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ประกันสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[ประกันสังคมแรงงานข้ามชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[ประกันสังคมแรงงานต่างด้าว]]></category>
		<category><![CDATA[แรงงานต่างด้าว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://voicelabour.org/?p=15931</guid>
		<description><![CDATA[จากการที่ผู้เขียนได้มีโอกาสสัมภาษณ์แรงงานข้ามชาติจำนวนหนึ่งที่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติแล้วที่ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร อ.เมือง จ.เชียงใหม่ และ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง กลับพบปัญหาที่เป็นผลมาจากการเข้าไม่ถึงการคุ้มครองในมาตรา 33 ตาม พรบ.ประกันสังคม พ.ศ.2533 ถึง 5 เรื่องได้แก่ กรณีคลอดบุตร กรณีสงเคราะห์บุตร กรณีว่างงาน กรณีชราภาพ เป็นต้น อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากเงื่อนไขการเกิดสิทธิ การติดต่อสื่อสารระหว่างสำนักงานประกันสังคมกับผู้ประกันตนแล้วจะทำอย่างไรให้แรงงานข้ามชาติสามารถเข้าถึงหลักการของประกันสังคม เพราะแรงงานข้ามชาติก็คือคนทำงานที่ควรได้ทำงานที่มีคุณค่า เพื่อการมีคุณภาพชีวิตในการทำงานที่ดีเช่นเดียวกับแรงงานกลุ่มอื่นๆในประเทศไทย]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p align="right"><b><a href="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/P4050632.jpg"><img class="size-full wp-image-15671 aligncenter" alt="P4050632" src="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/P4050632.jpg" width="400" height="300" /></a></b></p>
<p align="right"><b>บุษยรัตน์ กาญจนดิษฐ์</b><br />
ฝ่ายวิชาการ คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย</p>
<p><span style="font-size: 13px;">หัวใจหลักของการประกันสังคม คือ การเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข กล่าวคือ คนมีมากช่วยคนมีน้อย คนแข็งแรงช่วยคนเจ็บป่วย คนวัยทำงานช่วยคนเกษียณให้ได้บำนาญในยามชรา เหมือนคำกล่าวในลักษณะที่ว่า </span><i style="font-size: 13px;">“ดีช่วยป่วย-รวยช่วยจน”</i><span style="font-size: 13px;"> ซึ่งหลักการนี้เป็นหลักการที่ทั่วโลกยอมรับเพื่อปกป้องดูแลให้คนทุกคนสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์</span></p>
<p>ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ได้เคยกล่าวไว้ว่า <i>“มนุษย์ต้องการความมั่นคงในการคุ้มครองชีวิตตั้งแต่ครรภ์มารดาจนถึงเชิงตะกอน” </i>หรือกล่าวในภาษาธรรมดาว่า ความมั่นคงตั้งแต่เกิดจนตาย โดยนับตั้งแต่ก่อนเรียนหนังสือ ระหว่างเรียน ระหว่างทำงานเลี้ยงดูบุตร (รวมถึงความพิการ) และเกษียณอายุจากการทำงาน ดังนั้นการประกันสังคมจึงมีความสำคัญสำหรับคนทุกคน เพราะมีบทบาทในการสร้างความมั่นคงในชีวิต ทำให้บุคคลไม่ต้องพึ่งพาผู้อื่นและมีอิสระ เป็นการสนับสนุนการทำงานของสถาบันครอบครัว ฉะนั้นการประกันสังคมจึงไม่ใช่ภาระของบุคคล สังคม และรัฐบาล แต่เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อบรรเทาความยากจนโดยเฉพาะในระดับบุคคล (ช่วงเด็กและชราภาพ) การสร้างความสมานฉันท์ในสังคม (แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม ขจัดความแตกต่างในช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนในประเทศ) และนำไปสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนและมั่นคงในอนาคตต่อไป</p>
<p>เป็นที่ทราบกันดีว่าเมื่อแรงงานข้ามชาติจากประเทศพม่า ลาว กัมพูชา ที่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติเพื่อรับรองความเป็นพลเมืองของประเทศต้นทางเรียบร้อยแล้ว แรงงานข้ามชาติจะต้องเข้าสู่การคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ.2533 โดยกลุ่มแรงงานข้ามชาติกลุ่มแรกที่เข้าสู่ระบบประกันสังคมเริ่มต้นในปีแรก คือ ปี 2553<a title="" href="file:///D:/Users/Downloads/%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%96%E0%B8%B6%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4.doc#_ftn1">[1]</a></p>
<p><a href="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/P5010450.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-15526" alt="P5010450" src="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/P5010450.jpg" width="250" height="188" /></a><a href="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/03/P3100358.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-14961" alt="OLYMPUS DIGITAL CAMERA" src="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/03/P3100358.jpg" width="250" height="188" /></a></p>
<p>ปัจจุบัน ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2556 สำนักบริหารแรงงานต่างด้าว ระบุว่า มีแรงงานข้ามชาติระดับล่าง 3 สัญชาติ คือ พม่า ลาว กัมพูชา ที่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติแล้ว 848,443 คน และนำเข้าตามข้อตกลงระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลพม่า ลาว กัมพูชา (MOU) 111,295 คน มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 959,738 คน<i> </i>โดยในจำนวนนี้มีแรงงานข้ามชาติเข้าสู่ระบบประกันสังคมแล้วทั้งสิ้น 217,972 คน โดยแบ่งเป็นแรงงานสัญชาติพม่า 103,799 คน กัมพูชา 40,935 คน และ ลาว 8,826 คน</p>
<p>กล่าวได้ว่าเนื่องด้วยข้อจำกัดจากกฎหมายที่ไม่เอื้อต่อการเข้าถึงของกลุ่มแรงงานข้ามชาติ และรวมทั้งระบบประกันสังคมประเทศไทยเป็นระบบสวัสดิการระยะยาวที่คุ้มครองในระหว่างการทำงานจนถึงวัยชราภาพ หรือหลังเกษียณอายุจากการทำงานแล้ว ซึ่งเหมาะสมกับกลุ่มที่มีถิ่นที่อยู่อาศัยถาวรมากกว่า แต่สำหรับกลุ่มแรงงานข้ามชาติแล้วที่มีลักษณะจำเพาะของการจ้างงาน คือ อยู่อาศัยและทำงานได้เพียง 4 ปีเท่านั้น และจะต้องกลับไปประเทศต้นทาง</p>
<p>จากการที่ผู้เขียนได้มีโอกาสสัมภาษณ์แรงงานข้ามชาติจำนวนหนึ่งที่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติแล้วที่ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร อ.เมือง จ.เชียงใหม่ และ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง กลับพบปัญหาที่เป็นผลมาจากการเข้าไม่ถึงการคุ้มครองในมาตรา 33 ตาม พรบ.ประกันสังคม พ.ศ.2533 ถึง 5 เรื่อง โดยเฉพาะต้องประสบปัญหาเกี่ยวกับการเข้าถึงสิทธิและการใช้สิทธิตามกฎหมายประกันสังคม ได้แก่ กรณีคลอดบุตร กรณีสงเคราะห์บุตร กรณีว่างงาน กรณีชราภาพ เป็นต้น อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากเงื่อนไขการเกิดสิทธิ หรือเงื่อนระยะเวลาในการรับสิทธิประโยชน์ หรือหลักเกณฑ์และวิธีการขอรับและจ่ายสิทธิประโยชน์ หรือการติดต่อสื่อสารระหว่างสำนักงานประกันสังคมกับผู้ประกันตนและ/หรือผู้มีสิทธิของผู้ประกันตน</p>
<p>มีรายละเอียดแต่ละเรื่องดังนี้</p>
<p><a href="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/03/ป้ายปกส3.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-14769" alt="OLYMPUS DIGITAL CAMERA" src="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/03/ป้ายปกส3.jpg" width="250" height="188" /></a><a href="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2012/12/P9150321.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-14033" alt="P9150321" src="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2012/12/P9150321.jpg" width="250" height="188" /></a></p>
<p><b>(1)   </b><b><span style="text-decoration: underline;">ปัญหาจากข้อจำกัดในระดับนโยบาย</span></b><b></b></p>
<p>(1.1)      แรงงานข้ามชาติมักจะทำงานอยู่ในกิจการจ้างงานที่มีความเสี่ยงอันตรายต่อสุขภาพสูงมากกว่าแรงงานไทย เช่น ก่อสร้าง ประมงทะเลต่อเนื่อง หรืออยู่ในอุตสาหกรรมที่ต้องสัมผัสสารเคมีสูง ซึ่งมีโอกาสที่จะเกิดความเสี่ยงได้ตลอดเวลา แต่พบว่าตามหลักเกณฑ์ประกันสังคมนั้น แรงงานข้ามชาติต้องส่งเงินสมทบมาแล้วอย่างน้อย 3 เดือน จึงจะสามารถใช้สิทธิการรักษาพยาบาลได้ ดังนั้นจากกรณีดังกล่าวกระทรวงสาธารณสุขจึงได้แก้ไขปัญหาโดยการที่ระหว่างรอใช้สิทธิ 3 เดือน จึงกำหนดให้แรงงานข้ามชาติต้องซื้อหลักประกันสุขภาพชั่วคราวในอัตราคนละ 650 บาท แทน ถือได้ว่ายิ่งเป็นการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายให้กับแรงงานเพิ่มมากขึ้นไปอีก เพราะแรงงานต้องเสียค่าใช้จ่ายในกระบวนการพิสูจน์สัญชาติสูงอยู่แล้ว</p>
<p>(1.2)      กฎหมายประกันสังคม ยังมีข้อยกเว้นที่ไม่บังคับใช้ในกลุ่ม “ลูกจ้าง”บางประเภท โดยเฉพาะ “คนทำงานบ้านอันมิได้มีการประกอบธุรกิจรวมอยู่ด้วย” ซึ่งเป็นอาชีพที่แรงงานข้ามชาติกว่า 60 % ทำงานอยู่</p>
<p>(1.3)      การจัดบริการสุขภาพสำหรับผู้ประกันตน และชุดสิทธิประโยชน์ คุณภาพ และมาตรฐานการรักษา และวิธีการเข้าถึงบริการของโรงพยาบาลในสังกัดประกันสังคมยังไม่เท่าเทียมกับระบบประกันสุขภาพอื่นๆ</p>
<p>(1.4)      การบริหารกองทุนยังขาดการมีส่วนร่วมของผู้ประกันตน ไม่โปร่งใส นำไปสู่การแสวงหาผลประโยชน์จากกองทุนโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ไม่มีการเปิดเผยข้อมูลการประกันสังคมและการดำเนินการของกองทุนประกันสังคมต่อผู้ประกันตน หรือผู้ประกันตนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้โดยสะดวก</p>
<p><a href="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2012/12/PC160143.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-13970" alt="PC160143" src="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2012/12/PC160143.jpg" width="250" height="188" /></a><a href="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/01/P5010079.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-14104" alt="P5010079" src="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/01/P5010079.jpg" width="250" height="188" /></a></p>
<p><b>(2)   </b><b><span style="text-decoration: underline;">ปัญหาจากระบบการเข้าถึง</span></b></p>
<p>(2.1)     ข้อจำกัดในการเข้ารับการรักษาพยาบาลระหว่างรอบัตรประกันสังคม พบว่าในระหว่างที่แรงงานรอบัตรนั้น ต้องเข้ารับการรักษาเฉพาะโรงพยาบาลรัฐเท่านั้น จึงจะสามารถเบิกคืนเงินย้อนหลังที่จ่ายไปได้ทั้งหมด แต่มีแรงงานบางคนที่ไม่ทราบและเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเอกชนแทน การเบิกคืนย้อนหลังจะสามารถเบิกค่าใช้จ่ายได้เพียงบางส่วนเท่านั้น</p>
<p>(2.2) แรงงานไม่สามารถตรวจสอบสิทธิประกันสังคมได้ เนื่องจากในระหว่างที่สำนักงานประกันสังคมยังไม่สามารถออกบัตรประกันสังคมให้แรงงานได้ การตรวจสอบสิทธิจะทำได้ยากมาก เพราะการออกบัตรประกันสังคมจะขึ้นอยู่กับเลขที่ใบอนุญาตทำงานของแรงงานข้ามชาติ ซึ่งประกันสังคมจะอ้างอิงเลขที่ใบอนุญาตทำงานในการบ่งบอกสิทธิของผู้ประกันตน แต่ในความเป็นจริงแล้วกระทรวงแรงงานจะออกใบอนุญาตทำงานล่าช้ามาก แรงงานจึงไม่สามารถนำเลขที่ใบอนุญาตทำงานมาใช้ยืนยันสิทธิในการเบิกจ่ายสิทธิประกันสังคมได้ แม้ว่าทางสำนักงานประกันสังคมจะได้กำหนดมาตรการแก้ไข โดยการสร้างฐานทะเบียนผู้ประกันตนชั่วคราวไว้ แต่ก็ยังคงมีอุปสรรคในทางปฏิบัติ เพราะชื่อของแรงงานข้ามชาตินั้นคล้ายคลึงกันและไม่มีนามสกุล และการบันทึกทะเบียนผู้ประกันตนของสำนักงานประกันสังคมก็ไม่ได้แยกกลุ่มแรงงานข้ามชาติไว้ต่างหาก ทำให้เกิดความสับสน ล่าช้า เสียเวลามากยามต้องตรวจสอบสิทธิประกันสังคม</p>
<p>(2.3) มีบางโรงพยาบาลในระบบประกันสังคม ที่ยังมีข้อจำกัดทั้งจำนวนเจ้าหน้าที่และขนาดของโรงพยาบาล ทำให้ความสามารถของการบริการสาธารณสุขในบางพื้นที่ไม่เพียงพอที่จะรองรับแรงงานข้ามชาติที่เข้ามาทำงานในพื้นที่และมีจำนวนมากได้ รวมทั้งยิ่งทำให้คนในพื้นที่ต้องรอรับบริการล่าช้ามากขึ้น จึงส่งผลต่ออคติเชิงชาติพันธุ์ การกีดกัน การไม่ยอมรับการอยู่ร่วมกันในชุมชนเดียวกันติดตามมา</p>
<p><a href="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/01/voicelabour1.gif"><img class="alignnone size-full wp-image-14325" alt="voicelabour1" src="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/01/voicelabour1.gif" width="400" height="300" /></a></p>
<p><b>(3)   </b><b><span style="text-decoration: underline;">ปัญหาจากข้อจำกัดจากสิทธิประโยชน์ตามมาตรา </span></b><b><span style="text-decoration: underline;">33</span></b></p>
<p>(3.1)     ในสิทธิประโยชน์เรื่องคลอดบุตร ได้ระบุไว้ว่า ผู้ประกันตนที่จะสามารถใช้สิทธินี้ได้ต้องมีเอกสารแสดงตนประเภทใดประเภทหนึ่งใน 3 ประเภทนี้ (เลือกใช้อย่างใดอย่างหนึ่ง) คือ ทะเบียนสมรสไทย หรือ หนังสือรับรองบุตร หรือใบคำสั่งศาล อย่างไรก็ตามพบว่าสำนักงานประกันสังคมแต่ละจังหวัดเรียกเอกสารไม่เหมือนกัน ซึ่งสร้างความสับสนให้กับผู้ประกันตนอย่างมาก รวมทั้งยังพบต่อว่าในกลุ่มแรงงานข้ามชาติโดยเฉพาะในกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ทั้งจากประเทศพม่า ลาว กัมพูชา ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชายขอบ/รอบนอกของประเทศต้นทาง ย่อมประสบปัญหาในการมีใบยืนยันดังกล่าวจากประเทศต้นทางอย่างแน่นอนเพราะด้วยข้อจำกัดต่างๆของระบบที่ประเทศนั้นๆ ดังนั้นเมื่อแรงงานข้ามชาติเข้ามาทำงานในประเทศไทยจึงไม่สามารถเข้าถึงสิทธินี้ได้</p>
<p>(3.2)     เนื่องจากแรงงานข้ามชาติอยู่ในประเทศไทยได้สูงสุดแค่ 4 ปีเท่านั้น แต่หลักเกณฑ์ประกันสังคมระบุว่าบุตรมีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์จนถึงอายุ 6 ปี ดังนั้นเมื่อแรงงานข้ามชาติต้องสิ้นสุดการเป็นผู้ประกันตน แรงงานข้ามชาติจะมีสิทธิรับเงินสงเคราะห์บุตรต่อเนื่องอีกได้หรือไม่ และจะมีวิธีการอย่างไร เพราะต้องเดินทางกลับประเทศต้นทาง</p>
<p>(3.3)     การเข้าถึงสิทธิกรณีชราภาพ ได้ระบุเงื่อนไขไว้ว่าแรงงานที่จะได้รับบำนาญชราภาพต้องประกอบไปด้วย 3 องค์ประกอบ ดังนี้ คือ (1) ส่งเงินสมทบไม่น้อยกว่า 180 เดือนหรือ 15 ปี (2) อายุขั้นต่ำ 55 ปีและ (3) ออกจากงาน แต่เนื่องจากแรงงานข้ามชาติทำงานได้แค่ 4 ปีและต้องออกจากงาน ทำให้จึงจะได้เพียงบำเหน็จชราภาพเท่านั้นแต่ต้องรอถึงอายุ 55 ปี ดังนั้นจะมีแรงงานกี่คนที่เข้าถึง/ได้รับบำเหน็จก้อนนี้</p>
<p>(3.4)     ตาม พรบ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 ได้ระบุเงื่อนไขไว้ว่า  แรงงานข้ามชาติที่สิ้นสุดการเป็นลูกจ้างจะต้องถูกส่งกลับประเทศต้นทาง  หรือมิฉะนั้นต้องหานายจ้างใหม่ให้ได้ภายใน 7-15 วัน คำถาม คือ ถ้านายจ้างเลิกจ้างเพราะไม่ใช่ความผิดของลูกจ้างเองโดยตรง  และแรงงานไม่สามารถหานายจ้างใหม่ได้ใน 15 วัน และถูกส่งกลับ แรงงานจะเข้าถึงเงินทดแทนการขาดรายได้ได้อย่างไร ? และรวมถึงในกรณีที่แรงงานข้ามชาติเมื่อสิ้นสุดการจ้างงาน 4 ปี แล้ว ก็ต้องถูกส่งกลับประเทศต้นทาง ก็ยิ่งไม่มีทางใช้สิทธิประโยชน์นี้เหมือนแรงงานไทยได้</p>
<p><a href="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/01/ข้ามชาติ.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-14103" alt="ข้ามชาติ" src="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/01/ข้ามชาติ.jpg" width="250" height="257" /></a></p>
<p><b>(4)   </b><b><span style="text-decoration: underline;">ปัญหาจากนายจ้าง</span></b><b></b></p>
<p>(4.1)     สถานประกอบการยังมีการหลบเลี่ยงการขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนที่เป็นแรงงานข้ามชาติ ไม่มีการส่งเงินสมทบที่หักจากลูกจ้างเข้ากองทุนประกันสังคม อีกทั้งมีหลายบริษัทที่นายจ้างส่งเงินสมทบล่าช้ากว่ากำหนด ซึ่งเมื่อครบกำหนดการชำระแล้วต้องนำเงินสมทบมาจ่ายภายใน 15 วัน หากเลยกำหนดจะโดนปรับดอกเบี้ย ทำให้มีนายจ้างบางคนที่จ้างแรงงานจำนวนมากจึงแก้ปัญหาด้วยการไม่ส่งเงินสบทบเลย เพราะไม่อยากเสียค่าปรับจำนวนมาก ทำให้แรงงานจึงเสียสิทธิแม้ว่านายจ้างจะหักเงินแรงงานไปแล้วก็ตาม</p>
<p><b>(</b><b>5) <span style="text-decoration: underline;">ปัญหาจากตัวแรงงานข้ามชาติ</span></b></p>
<p>(5.1)     ตัวแรงงานข้ามชาติเองมักจะไม่ทราบสิทธิต่างๆที่พึงมีพึงได้ ขาดความเข้าใจในกฎเกณฑ์ระเบียบเงื่อนไขต่างๆที่จำเป็น และยิ่งเป็นแรงงานที่ไม่สามารถสื่อสารภาษาไทยได้ นายจ้างไม่สนใจดูแล ยิ่งทำให้เกิดปัญหาในเรื่องการเบิกจ่ายสิทธิทดแทนอย่างมาก มีแรงงานจำนวนมากที่นายจ้างยึดบัตรไว้ แรงงานจึงถือเฉพาะใบเสร็จเพื่อมารับการรักษาแทน จึงเป็นอุปสรรคต่อการรักษาอย่างยิ่ง เพราะแรงงานก็จะไม่มีทั้งบัตรโรงพยาบาล บัตรประกันสังคม และใบอนุญาตทำงาน โรงพยาบาลจึงต้องใช้เวลาตรวจสอบเป็นระยะเวลานาน</p>
<p>(5.2)     มีบางกรณีที่แรงงานเกิดอุบัติเหตุฉุกเฉินนอกสถานที่ทำงานและถูกส่งตัวเข้ารับการรักษา ส่วนใหญ่แรงงานจะไม่มีเอกสารพกติดตัวมา เนื่องจากนายจ้างยึดเก็บไว้ เพราะกลัวแรงงานหลบหนี ทำให้การรักษาพยาบาลเกิดความล่าช้า เพราะโรงพยาบาลต้องติดต่อกับบริษัทที่แรงงานเหล่านี้ทำงานอยู่ เพื่อยืนยันสิทธิการเบิกจ่ายในการรักษาจริง รวมถึงแรงงานมักจะมีชื่อที่เหมือนกันหรือคล้ายคลึงกัน ยิ่งทำให้การตรวจสอบสิทธิล่าช้ามากยิ่งขึ้น นี้ไม่นับว่าถ้าเป็นแรงงานหมดสติเข้ามารักษา ทางโรงพยาบาลก็มักจะแก้ปัญหาด้วยการทำทะเบียนผู้ป่วยใหม่ ไม่ตรวจสอบประวัติเดิม แรงงานก็จะเสียประโยชน์ในประวัติการรักษาที่เคยมีมาก่อนหน้านั้น</p>
<p><b>เหล่านี้คือสถานการณ์ที่ชี้ให้เห็นถึงสถานการณ์ที่แรงงานข้ามชาติต้องเผชิญชะตากรรมซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อข้ามให้พ้นจากปัญหาดังกล่าว ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายจักต้องคำนึงถึงหลักสิทธิแรงงานและหลักสิทธิมนุษยชน การร่วมกันแสวงหารูปแบบการคุ้มครองตามพ.ร.บ.ประกันสังคมที่สอดคล้องและเหมาะสมกับการจ้างงานและชีวิตความเป็นจริง เช่น </b><b></b></p>
<p>- การทบทวนในเรื่องการคุ้มครองตามสิทธิประโยชน์ 7 กรณี รวมถึงการคำนวณอัตราส่งเงินสมทบใหม่ตามหลักคณิตศาสตร์ประกันภัยที่สอดคล้องกับบริบทการจ้างงานของแรงงานข้ามชาติ ที่มีข้อจำกัดเรื่องระยะเวลาการจ้างงานในประเทศไทยได้เพียง 4 ปี  ซึ่งขณะนี้กระทรวงแรงงานมีการแต่งตั้งคณะทำงานพิจารณาการให้ความคุ้มครองในระบบประกันสังคมที่เหมาะสมต่อแรงงานต่างชาติ มีนายอารักษ์ พรหมณี รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคมเป็นประธานคณะทำงาน ซึ่งช่วยทำให้เกิดการเชื่อมโยงการผลักดันระดับนโยบายกับเครือข่ายองค์กรพัฒนาเอกชนและองค์กรแรงงานที่ผลักดันในระดับพื้นที่หรือระดับองค์กรอยู่แล้ว</p>
<p>- บทบาทของสหภาพแรงงานไทยในพื้นที่ ที่จะเข้ามาเป็นกลไกเชื่อมร้อย/สร้างกระบวนการมีส่วนร่วมเพื่อการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารหรือสิทธิประโยชน์ประกันสังคมที่จะทำให้แรงงานข้ามชาติได้รับการคุ้มครองมากขึ้น เนื่องจากแรงงานข้ามชาติที่อยู่ในระบบประกันสังคมส่วนใหญ่ทำงานในสถานประกอบการที่มีสหภาพแรงงานอยู่แล้ว และเป็นช่องทางสำคัญในการทำให้เกิดการเข้าถึงสิทธิ</p>
<p>- เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2556 ทางที่ประชุมสภาผู้แทน ราษฎรได้มีการรับหลักการวาระ 1 ร่างพ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ&#8230; (ฉบับที่..) ของคณะรัฐมนตรีและของ สส.เรวัติ อารีรอบ และมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพรบ.ฉบับดังกล่าว ทั้งนี้ในร่างพ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ&#8230; (ฉบับที่..) ของคณะรัฐมนตรี มีการระบุถึงเรื่องสิทธิประโยชน์บำนาญชราภาพของผู้ประกันตนที่เป็นแรงงานข้ามชาติ กล่าวคือ กรณีผู้ประกันตนที่ไม่มีสัญชาติไทย เมื่อความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง และไม่ประสงค์จะพำนักอยู่ในประเทศไทย ให้มีสิทธิเลือกรับเงินบำเหน็จชราภาพตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง เหล่านี้ถือเป็นโอกาสเปิดทางนโยบายในการเข้าไปมีส่วนร่วมในการผลักดันในระดับนโยบายต่อในเรื่องสิทธิประโยชน์ที่เหมาะสมกับผู้ประกันตนที่เป็นแรงงานข้ามชาติ โดยเฉพาะการทำงานร่วมกับคณะกรรมาธิการฯ และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา</p>
<div>
<p><b>ข้อเสนอดังกล่าวนี้น่าจะเป็นทางเลือกที่มุ่งหวังให้แรงงานข้ามชาติสามารถเข้าถึงหลักการของประกันสังคมเพราะแรงงานข้ามชาติก็คือคนทำงานที่ควรได้ทำงานที่มีคุณค่า เพื่อการมีคุณภาพชีวิตในการทำงานที่ดีเช่นเดียวกับแรงงานกลุ่มอื่นๆในประเทศไทย</b></p>
</div>
<div>
<hr align="left" size="1" width="33%" />
<div>
<p><a title="" href="file:///D:/Users/Downloads/%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%96%E0%B8%B6%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4.doc#_ftnref1">[1]</a> ต้องอธิบายเพิ่มเติมให้เห็นภาพมากขึ้นว่า ประเทศไทยมีระบบหลักประกันสุขภาพสำหรับแรงงานข้ามชาติ 2 ระบบ คือ ระบบประกันสุขภาพแรงงานข้ามชาติและผู้ติดตาม กับ ระบบประกันสังคม โดยระบบประกันสุขภาพแรงงานข้ามชาติและผู้ติดตาม ครอบคลุมแรงงานข้ามชาติ 3 สัญชาติ ที่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติแล้ว แต่ตกหล่นจากระบบประกันสังคม , ผู้ติดตามแรงงานข้ามชาติระดับล่าง 3 สัญชาติ และบุตรหลานที่เกิดในประเทศไทย และแรงงานข้ามชาติระดับล่าง 3 สัญชาติที่ไม่ได้จดทะเบียน กับ ระบบประกันสังคม ครอบคลุมแรงงานข้ามชาติระดับล่าง 3 สัญชาติ ที่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติแล้ว ซึ่งเป็นระบบที่บทความนี้ได้อภิปรายเป็นสำคัญ</p>
<p>&nbsp;</p>
</div>
</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://voicelabour.org/%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87-2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สมาพันธ์แถลงหนุนการต่อสู้ สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจองค์การเภสัช</title>
		<link>http://voicelabour.org/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%96%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad/</link>
		<comments>http://voicelabour.org/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%96%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 23 May 2013 14:27:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>wasana</dc:creator>
				<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวแรงงาน]]></category>
		<category><![CDATA[สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[สรส.]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กรเภสัชยกรรม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://voicelabour.org/?p=15914</guid>
		<description><![CDATA[สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ออกแถลงการเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 เรื่อง การสนับสนุนการต่อสู่เพื่อพิทักษ์รักษาองค์การเภสัชกรรม เรียกร้องให้คณะกรรมการองค์การเภสัชกรรม (บอร์ด) ออกมาปกป้องชื่อเสียงเกียรติภูมิขององค์การเภสัชกรรม ด้วยการชี้แจงทำความเข้าใจต่อประชาชนที่กำลังสับสนต่อการข่าวให้ร้ายในขณะนี้]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: left;" align="center"><strong>สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ออกแถลงการเมื่อ<span style="font-size: 13px; text-align: -webkit-center;">วันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2556</span> เรื่อง การสนับสนุนการต่อสู่เพื่อพิทักษ์รักษาองค์การเภสัชกรรม เรียกร้องให้คณะกรรมการองค์การเภสัชกรรม (บอร์ด) ออกมาปกป้องชื่อเสียงเกียรติภูมิขององค์การเภสัชกรรม ด้วยการชี้แจงทำความเข้าใจต่อประชาชนที่กำลังสับสนต่อการข่าวให้ร้ายในขณะนี้</strong></p>
<p style="text-align: left;" align="center"><a href="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/DSCN7091.jpg"><img class="alignnone  wp-image-15918" alt="DSCN7091" src="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/DSCN7091-300x224.jpg" width="240" height="179" /></a> <a href="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/DSCN7178.jpg"><img class="alignnone  wp-image-15919" alt="DSCN7178" src="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/DSCN7178-300x224.jpg" width="240" height="179" /></a></p>
<p>ด้วยสถานการณ์ในปัจจุบันที่สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ องค์การเภสัชกรรม (สร.อภ.) ได้เปิดประชุมใหญ่วิสามัญประจำปีมาแล้วหลายครั้ง เพื่อแสดงเจตนารมณ์ที่จะปกป้ององค์การเภสัชกรรม ที่กำลังถูกคุกคามจากฝ่ายการเมือง ด้วยการให้ข่าวออกสื่อเรื่องการผลิตยาพาราเซตามอลที่มีปลอมปน และการก่อสร้างโรงงานวัคซีนไข้หวัดใหญ่/ไข้หวัดนกล่าช้าที่อาจมีการทุจริต ทั้งๆ ที่เป็นเพียงข้อกล่าวหาทียังไม่ได้เข้าสู่กระบวนการสวบสวนตามกฎหมายและมีบทสรุปเลย ทั้งหมดนี้ได้ทำลายชื่อเสียงเกียรติภูมิขององค์การเภสัชกรรม ที่พนักงานองค์การเภสัชกรรม รุ่นต่อรุ่น ได้ช่วยกันสั่งสมมาเป็นระยะเวลาอันยาวนาน ด้วยจิตสำนึกที่จะผลิตยารักษาโรคและเวชภัณฑ์อันเป็นหนึ่งปัจจัยสี่ที่สำคัญต่อการดำรงชีพของมนุษย์ ในราคาถูกและมีคุณภาพ เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มได้มีโอกาสเข้าถึงยา แม้กับประชาชนที่ยากไร้ ทั้งในยามปกติและยามวิกฤตของบ้านเมือง</p>
<p><a href="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/DSCN7140.jpg"><img class="alignnone  wp-image-15920" alt="DSCN7140" src="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/DSCN7140-300x224.jpg" width="240" height="179" /></a> <a href="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/DSC03701.jpg"><img class="alignnone  wp-image-15921" alt="DSC03701" src="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/DSC03701-300x224.jpg" width="240" height="179" /></a></p>
<p>สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ ขอสนับสนุนการต่อสู้ของ สร.อภ. ในการปกป้ององค์การเภสัชกรรมจากอำนาจนอกระบบที่ทำลายองค์การเภสัชกรรมอย่างต่อเนื่อง  การต่อสู้ของ สร.อภ. เป็นสิ่งที่น่ายกย่องเชิดชู แสดงให้เห็นความกล้าหาญ เด็ดเดี่ยว ด้วยจิตใจอันมั่นคง ที่จะต่อสู้ต่ออำนาจทุน อำนาจที่มุ่งแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตน มากกว่าจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติในอุตสาหกรรมการผลิตและจำหน่ายยารักษาโรคและเวชภัณฑ์  หากการให้ข่าวมีเจตนาแอบแฝง ที่จะทำลายความน่าเชื่อถือขององค์การเภสัชกรรมในสายประชาชน สร้างความอ่อนแอให้เกิดขึ้น จนกระทั่งไม่สามารถลงสนามแข่งขันในตลาดเสรีที่ประเทศไทยจะเข้าสู่ AEC ในอีก 2 ปีข้างหน้า ผลประโยชน์ของประเทศไทยรวมทั้งประชาชนในชาติที่ควรจะมีองค์กรของรัฐทำหน้าที่ผลิตยาที่ไม่ได้มุ่งเน้นขายยาให้ได้กำไร แต่เป็นไปเพื่อให้ประชาชนในชาติสามารถเข้าถึงยาในราคาถูกได้ ก็จะหมดไป ตลาดขายยาก็จะถูกครอบงำโดยบรรษัทผลิตยาข้ามชาติ ในที่สุดจะกระทบโดยตรงต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนไทย ทั้งในแง่เศรษฐกิจและสังคมอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้</p>
<p><a href="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/DSCN7062.jpg"><img class="alignnone  wp-image-15922" alt="DSCN7062" src="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/DSCN7062-300x224.jpg" width="240" height="179" /></a>  <a href="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/DSC03706.jpg"><img class="alignnone  wp-image-15923" alt="DSC03706" src="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/DSC03706-300x224.jpg" width="240" height="179" /></a></p>
<p>ดังนั้น สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ ขอเรียกร้องให้คณะกรรมการองค์การเภสัชกรรม (บอร์ด) ออกมาปกป้องชื่อเสียงเกียรติภูมิขององค์การเภสัชกรรม ด้วยการชี้แจงทำความเข้าใจต่อประชาชนที่กำลังสับสนต่อการข่าวให้ร้ายในขณะนี้ ดำเนินการต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับ สร.อภ. ตามภาระหน้าที่ที่รัฐบาลมอบหมายให้คณะกรรมการองค์การเภสัชกรรม มาทำหน้าที่กำกับดูแลองค์การเภสัชกรรม ให้มีผลการดำเนินงานที่ดีเลิศ นำไปสู่ความเจริญเติบโตที่ยั่งยืนและต่อเนื่อง ด้วยความโปร่งใสในการดำเนินงาน และพยายามอย่างเต็มที่ในการปกป้องทรัพย์สินและธำรงไว้ซึ่งชื่อเสียงขององค์การเภสัชกรรม</p>
<p>/////</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://voicelabour.org/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%96%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ร่างพ.ร.บ.ประกันสังคมจ่อผ่านเข้าวาระ 2 แรงงานค้าน รมว.นั่งบอร์ด</title>
		<link>http://voicelabour.org/%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9e-%e0%b8%a3-%e0%b8%9a-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b9%88%e0%b8%ad/</link>
		<comments>http://voicelabour.org/%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9e-%e0%b8%a3-%e0%b8%9a-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b9%88%e0%b8%ad/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 23 May 2013 11:00:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>wasana</dc:creator>
				<category><![CDATA[Headline]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวแรงงาน]]></category>
		<category><![CDATA[คณะกรรมาธิการวิสามัญ และพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[ปฎิรูปประกันสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[สรุปรายงานการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญร้างพ.ร.บ.ประกันสังคม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://voicelabour.org/?p=15880</guid>
		<description><![CDATA[คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เตรียมสรุปการพิจารณาร่างฯ บรรจุเข้าสภาผู้แทนราษฎรวาระ 2 ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์ฯย้ำแรงงานยังติดใจโครงสร้างใหม่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานนั่งประธานบอร์ด ถือเป็นการรวบอำนาจบริหารแบบเบ็ดเสร็จ พร้อมเสนอประกันสังคมต้องเป็นอิสระ บริหารโดยมืออาชีพ โปร่งใส ตรวจสอบได้]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p align="left"><b><a href="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/P4031071.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-15901" alt="P4031071" src="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/P4031071.jpg" width="300" height="391" /></a></b></p>
<p align="left"><b>คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. &#8230;. เตรียมสรุปการพิจารณาร่างฯ บรรจุเข้าสภาผู้แทนราษฎรวาระ 2 ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์ฯย้ำแรงงานยังติดใจโครงสร้างใหม่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานนั่งประธานบอร์ด ถือเป็นการรวบอำนาจบริหารแบบเบ็ดเสร็จ พร้อมเสนอประกันสังคมต้องเป็นอิสระ บริหารโดยมืออาชีพ โปร่งใส ตรวจสอบได้</b><b></b></p>
<p align="left">นายชาลี ลอยสูง ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.)กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่..) พ.ศ. &#8230;. นั้นทางกรรมาธิการฯ ได้มีการประชุมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม(ฉบับที่..) พ.ศ. &#8230;. (ครม.) แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2556 ซึ่งมีกว่า 40 มาตรา ซึ่งทางขบวนการแรงงานยังติดใจต่อการที่สภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งไม่สนใจต่อร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม ฉบับที่ขบวนการแรงงานกับภาคประชาชนที่ร่วมกับคุณวิไลวรรณ แซ่เตีย รองประธานฯได้ล่าลายมือชื่อเสนอเข้าสภาแล้สมาชิกสภาผู้แทนฯไม่รับแล้วโหวตร่างดังกล่าวตกไปอยู่ การที่ตนเองเข้ามานั่งเป็นกรรมาธิการวิสามัญฯครั้งนี้ด้วยคิดว่า อย่างไรเสียการออกกฎหมายของสภาฯก็ส่งผลกระทบกับชีวิตของผู้ใช้แรงงานทั้งหมดที่ต้องอยู่ในระบบการคุ้มครอง ในฐานะผู้นำต้องทำหน้าที่ปกป้องสิทธินำเสนอและเฝ้าระวัง การนำเสนอร่างพ.ร.บ.ประกันสังคม เพื่อให้ผู้ประกันตนได้รับประโยชน์สูงสุด แต่การที่เข้ามาเพียงคนเดียวจึงทำอะไรได้ไม่มาก และสิ่งที่ทางคณะกรรมการสมานฉันท์ฯและภาคประชาสังคมติดใจ คือ เรื่องการบริหารประกันสังคมที่ไม่มีโปร่งใส ตรวจสอบไม่ได้ รวมถึงความไม่เป็นมืออาชีพในการบริหารจัดการ สิทธิประโยชน์ที่ไม่ขยับให้เป็นธรรม และในฐานะเจ้าของเงินส่วนใหญ่ไม่มีสิทธิเลือกตัวแทนของตนเอง</p>
<p align="left"><a href="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/P5200010.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-15902" alt="P5200010" src="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/P5200010.jpg" width="250" height="188" /></a><a href="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/P5200002.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-15903" alt="P5200002" src="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/P5200002.jpg" width="250" height="188" /></a></p>
<p align="left">“ ช่วงที่กรรมาธิการฯ มีการพิจารณาในวาระที่ 2 มาตรา 8  ซึ่งส.ส.พรรคเพื่อไทยเสนอแปรญัตติ เกี่ยวกับโครงสร้างคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ด) โดยเสนอให้รัฐมนตรีว่า การกระทรวงแรงงาน เป็นประธานบอร์ดสปส.และปลัดกระทรวงแรงงาน, ผู้แทนกระทรวงการคลัง, ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย, ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข, ผู้แทนสำนักงบประมาณ เลขาธิการ เป็นกรรมการและเลขานุการ สำนักงานประกันสังคม ทำให้ฝ่ายการเมือง มีอำนาจบริหารจัดการกองทุนประกันสังคมแบบเบ็ดเสร็จ ด้วยที่มาของผู้แทนฝ่ายนายจ้างและฝ่ายลูกจ้าง แม้จะมาจากการเลือกตั้งซึ่งเพิ่มอีกเป็นฝ่ายละ 7 คน แต่สุดท้ายก็ต้องให้รัฐมนตรีแรงงานเป็นผู้แต่งตั้ง ซึ่งหลักเกณฑ์และวิธีเลือกตั้งให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด และยังสามารถแต่งตั้งที่ปรึกษาได้อีก 7 คน เป็นการบริหารในลักษณะไตรภาคี 3 ฝ่ายเหมือนเดิม เพียงแต่อำนาจการบริหารอยู่ในมือนักการเมือง ซึ่งอันนี้ทางคณะกรรมการสมานฉันท์ฯไม่เห็นด้วยกับการรวบอำนาจของฝ่ายการเมือง ที่จะเข้ามามีบทบาทแทรกแซงการบริหารกองทุนฯ ” นายชาลี กล่าว</p>
<p align="left"><a href="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/P5200008.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-15904" alt="P5200008" src="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/P5200008.jpg" width="250" height="188" /></a><a href="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/P5200004.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-15905" alt="P5200004" src="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/P5200004.jpg" width="250" height="188" /></a></p>
<p align="left">นายชาลี ยังกล่าวอีกว่า ด้วยการประชุมครั้งที่มีการพิจารณามาตรา 8 เรื่องบอร์ดนั้นตนเป็นช่วงที่ตนไม่อยู่ในที่ประชุมเพราะติดภารกิจไปทำหน้าที่ให้กับขบวนการแรงงาน ซึ่งประชุมกรรมาธิการครั้งหน้าจะมีการนำร่างมาดูกันอีกครั้ง ในฐานะผู้เสียสิทธิ และได้รับผลกระทบคงต้องขอปรับแก้และเสนอในส่วนของข้อเสนอแรงงานให้พิจารณาใหม่ด้วย ประกันสังคมต้องเป็นองค์กรอิสระ มีเลขาธิการที่มาจากการเลือกตั้ง ไม่ใช่เป็นข้าราชการเช่นปัจจุบัน หรือฝ่ายการเมืองอย่างที่เสนอ มีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นมืออาชีพ ปราศจากกลุ่มผลประโยชน์ มีการเลือกตัวแทนแรงงานเข้ามามีส่วนร่วมทุกกลุ่ม ซึ่งปัจุบันการเลือกตั้งตัวแทนยังเป็นคนส่วนน้อยที่เลือก จึงถือว่ายังไม่มีความเป็นตัวแทนผุ้ประกันตนได้</p>
<p align="left">“ทุกวันต้องตอบคำถามสมาชิก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ประกันตนที่ตั้งคำถามต่อการประชุม และการรวบอำนาจบริหารของฝ่ายการเมือง ส่วนการพิจารณาในหลายมาตรามีการเพิ่มเติมด้านสิทธิให้มากขึ้น และเป็นผลดีต่อผู้ประกันตน แต่อย่างไรก็คงต้องมาดูกันอีกครั้ง และคณะกรรมาธิการฯยังไม่ได้มีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่..) พ.ศ. &#8230;. ของนายเรวัติ อารีรอบ ส.ส.ภูเก็ต พรรคประชาธิปัตย์เลย ซึ่งคิดว่าคงจะเอามาพิจารณาในครั้งหน้าด้วยเช่นกัน ” นายชาลีกล่าว</p>
<p align="left"><a href="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/P5200012.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-15906" alt="P5200012" src="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/P5200012.jpg" width="250" height="188" /></a><a href="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/P5200014.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-15907" alt="P5200014" src="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/P5200014.jpg" width="250" height="188" /></a></p>
<p align="left">นายอนุสรณ์ ไกรวัตนุสสรณ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน ซึ่งในการประชุมครั้งนี้ได้นั่งเป็นประธานแทนรัฐมนตรีฯ ได้เสนอให้เลขานุการคณะกรรมาธิการฯจัดทำปรับร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคม และเปรียบเทียบร่างใหม่  ในส่วนของร่างรัฐบาลถือว่าได้ผ่านการประชุมพิจารณาครบทุกมาตราแล้ว ซึ่งครั้งหน้าที่ประชุมจะทำการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกันสังคมของนายเรวัติ อารีรอบ ด้วยพร้อมกับนำร่างของรัฐบาลมาช่วยกันดูอีกรอบ พิจารณาไปพร้อมกัน ฉะนั้นประชุมครั้งต่อไปใครกรรมาธิการท่านใดมีอะไรจะเพิ่มเติมก็เสนอเพื่อให้ร่างกฎหมายครบถ้วนมากขึ้น  ต่อไปประกันสังคมเปลี่ยนเป็นแบบ 3 แบบ ประกอบด้วย แบบที่ 1 ประกันสังคมตามมาตรา 33 แบบที่ 2 ประกันสังคมมาตรา 39 แบบที่ 3 ประกันสังคมมาตรา 40 เพื่อง่ายมากขึ้นการเขียนมาตรา และมีทับ 1 ทับ 2  หรือจัตวา ตรี ต่างชาติอ่านไม่เข้าใจ จะเขียนเรียงมาตรา ตามแบบที่กำหนดไว้ เพื่อให้กฎหมายอ่านง่ายขึ้น ไม่ใช่มีกฎหมายแต่อ่านไม่เข้าใจ อ่านยาก</p>
<p align="left"><a href="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/P40506081.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-15909" alt="P4050608" src="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/P40506081.jpg" width="400" height="300" /></a></p>
<p align="left">อาจมีการเพิ่มนิยามคำว่านายจ้างลูกจ้างให้กว้างคนที่เขาสมัครใจจะเข้าเป็นผุ้ประกันตนเช่นกรณีคนรับใช้ในบ้านหรือคนทำงานบ้านที่นายจ้างเขาอยากให้ลูกจ้างเขามีสวัสดิการเป็นผู้ประกันตน ก็ให้สมัครเข้ามาเป็นผู้ประกันตนได้ <span style="color: #ff0000;">(<span style="color: #800080;">ดูรายงานการประชุมพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่..) พ.ศ. &#8230;. (ครม.) และร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่..) พ.ศ. &#8230;. ของนายเรวัติ อารีรอบ ส.ส.ภูเก็ต พรรคประชาธิปัตย์ </span><span style="color: #0000ff;">รายงานการประชุมครั้งที่ 1 </span><a href="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/article_20130404103153.pdf"><span style="color: #ff0000;">article_20130404103153</span></a>, <span style="color: #0000ff;">รายงานการประชุมครั้งที่2</span> <a href="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/article_20130409081235.pdf"><span style="color: #ff0000;">article_20130409081235</span></a>, <span style="color: #0000ff;">รายงานการประชุมครั้งที่ 3 </span><a href="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/article_20130502145638.pdf"><span style="color: #ff0000;">article_20130502145638</span></a>, <span style="color: #0000ff;">รายงานการประชุมครั้งที่ 4</span> <a href="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/article_20130507140514.pdf"><span style="color: #ff0000;">article_20130507140514</span></a>, <span style="color: #0000ff;">รายงานการประชุมครั้งที่ 5</span> <a href="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/article_20130510085155.pdf"><span style="color: #ff0000;">article_20130510085155</span></a>, <span style="color: #0000ff;">รายงานการประชุมครั้งที่ 6 </span><a href="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/article_20130521141924.pdf"><span style="color: #ff0000;">article_20130521141924</span></a>)</span></p>
<p align="right">นักสื่อสารแรงงาน รายงาน</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://voicelabour.org/%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9e-%e0%b8%a3-%e0%b8%9a-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b9%88%e0%b8%ad/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ลูกจ้างเหมาค่าแรง สะท้อนคุณภาพชีวิตแรงงานไทย</title>
		<link>http://voicelabour.org/%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87-%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%ad/</link>
		<comments>http://voicelabour.org/%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87-%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%ad/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 23 May 2013 10:59:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>wichai</dc:creator>
				<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวแรงงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ทีดีอาร์ไอ]]></category>
		<category><![CDATA[ลูกจ้างเหมาค่าแรง]]></category>
		<category><![CDATA[เหมาค่าแรง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://voicelabour.org/?p=15869</guid>
		<description><![CDATA[ทีดีอาร์ไอเปิดงานวิจัยผลสำรวจลูกจ้างเหมาค่าแรงหรือลูกจ้าง subcontract พบกฎหมายขยายความคุ้มครองแต่ในทางปฎิบัติยังเหลื่อมล้ำทั้งรายได้และสวัสดิการ เสนอจัดระบบเก็บข้อมูลให้ชัดเจน
โพสต์ทูเดย์ / วิเคราะห์2
22 พ.ค.56]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/DSC03882.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-15875" alt="DSC03882" src="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/DSC03882.jpg" width="400" height="300" /></a></p>
<p>โพสต์ทูเดย์ / วิเคราะห์2<br />
22 พ.ค.56</p>
<p><span style="font-size: 13px;">การจ้างลูกจ้างเหมาค่าแรงหรือลูกจ้าง subcontract ผ่านบริษัทตัวแทนรับเหมาค่าแรง เป็นการจ้างงานรูปแบบหนึ่งที่มีแพร่หลายในประเทศไทย โดยเฉพาะในโรงงานอุตสาหกรรมที่ต้องใช้แรงงาน(ฝ่ายผลิต)จำนวนมาก การจ้างงานรูปแบบนี้มีมาก่อนมีกฎหมายคุ้มครองแรงงานปี 2541 เสียอีกและในปัจจุบันมีการปรับปรุงกฎหมายให้ความคุ้มครองแก่แรงงานชั่วคราวเหล่านี้ด้วยเช่นกัน กฎหมายนี้สะท้อนความยืดหยุ่นของตลาดแรงงานไทย ที่ยอมรับให้มีการจ้างงานเหมาค่าแรงได้ แต่กำหนดให้นายจ้างในสถานประกอบการต้องรับผิดชอบในเรื่องสิทธิประโยชน์และสวัสดิการในฐานะนายจ้างของลูกจ้างรับเหมาค่าแรงด้วย</span></p>
<p><span style="font-size: 13px;">สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (2555) ได้ทำการศึกษาเพื่อประเมินผลในทางปฏิบัติของการปรับพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ฉบับแก้ไขพ.ศ.2551 มาตรา 11/1 ว่าเมื่อเปรียบเทียบแรงงานกลุ่มรับจ้างเหมาค่าแรงกับแรงงานที่เป็นลูกจ้างประจำ ซึ่งตามกฎหมายที่แก้ไขใหม่กำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบให้นายจ้างต้องดูแลให้ลูกจ้างทั้งสองกลุ่มได้รับสิทธิประโยชน์และสวัสดิการที่เป็นธรรมโดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ</span></p>
<p><span style="font-size: 13px;">ซึ่งข้อมูลที่ใช้ในการประเมินผลของกฎหมายดังกล่าวได้จากการสอบถามแรงงานเกี่ยวกับลักษณะการจ้างแรงงาน ลักษณะของงาน ตลอดจน ค่าจ้าง/รายได้ และสวัสดิการที่ได้รับ เปรียบเทียบระหว่างลูกจ้างประจำกับลูกจ้างรับเหมาค่าแรง (sub-contract worker) ที่ทำงานในโรงงานสาขาการผลิต (Manufacturing) รวม 831 ราย ในจังหวัด ปทุมธานี สมุทรปราการ อยุธยา ชลบุรี และนครราชสีมา</span></p>
<p><span style="font-size: 13px;">นางสาวสุวรรณา ตุลยวศินพงศ์ นักวิจัยผู้ทำการศึกษา ระบุว่า ผลการศึกษามีข้อค้นพบว่า ปัจจุบันยังมีการจ้างงานลูกจ้างเหมาค่าแรงกระจายอยู่ทั่วไป โดยเฉพาะในย่านนิคมอุตสาหกรรม โดยลูกจ้างเหมาค่าแรงจะสมัครงานผ่านบริษัทผู้รับเหมาค่าแรง ซึ่งมักจะมีการตั้งโต๊ะหรือสำนักงานเล็กๆ เพื่อรับสมัครอยู่บริเวณใกล้แหล่งงานหรือหน้านิคมอุตสาหกรรม หรือแม้กระทั่งหน้าโรงงานที่บริษัทผู้รับเหมาค่าแรงนั้นรับผิดชอบหาคนป้อนโรงงานอยู่ โดยเหตุผลแรงงานที่เข้ามาทำงานเป็นลูกจ้างรับเหมาค่าแรง เนื่องจากโรงงานไม่เปิดรับคนงานโดยตรง แต่รับผ่านบริษัทตัวแทนผู้รับเหมาค่าแรง</span></p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-15878" style="font-size: 13px;" alt="DSC09946" src="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/DSC09946.jpg" width="250" height="188" /> <img class="alignnone size-full wp-image-15877" style="font-size: 13px;" alt="DSC03791" src="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/DSC03791.jpg" width="250" height="188" /></p>
<p><span style="font-size: 13px;">นอกจากนี้ยังมีแรงงานจำนวนหนึ่งที่มาสมัครงานผ่านบริษัทตัวแทนเพราะต้องการลดขั้นตอนในการสมัครงานเนื่องจากเห็นว่าการสมัครงานผ่านบริษัทผู้รับเหมาค่าแรงช่วยให้มีโอกาสในการได้งานมากขึ้น เข้างานได้ง่าย ไม่ต้องสอบข้อเขียน มีโอกาสได้เลือกงาน/โรงงานได้หลากหลาย และกรณีมีคุณสมบัติไม่ตรงกับที่โรงงานกำหนด การรับสมัครคนงานของบริษัทผู้รับเหมาค่าแรงซึ่งมีข้อตกลงที่จะต้องส่งคนงานป้อนโรงงาน มักจะไม่เคร่งครัดในเรื่องคุณสมบัติมากนัก ยิ่งในภาวะขาดแคลนแรงงาน แค่เห็นคนวัยหนุ่มสาวเดินผ่านก็แทบจะถูกเจ้าหน้าที่ของบริษัทผู้รับเหมาค่าแรงอุ้มเข้าไปเขียนใบสมัครงาน</span></p>
<p><span style="font-size: 13px;">บทบาทของบริษัทผู้รับเหมาค่าแรงมีประโยชน์ในแง่ของการอำนวยความสะดวกด้านข้อมูลสารสนเทศในการหางาน และช่วยให้ผู้ที่มีคุณสมบัติไม่ตรงกับที่โรงงานกำหนดสามารถมีส่วนร่วมในตลาดแรงงานในระบบได้</span></p>
<p><span style="font-size: 13px;">ดังนั้นเมื่อสอบถามลูกจ้างเหมาค่าแรงถึงข้อดีของการเป็นลูกจ้างผ่านบริษัทผู้รับเหมาค่าแรง ส่วนใหญ่จึงตอบว่าบริษัทผู้รับเหมาค่าแรงช่วยให้ได้งานเร็ว แต่ในทางกลับกัน ข้อเสียของการเป็นลูกจ้างผ่านบริษัทผู้รับเหมาค่าแรงที่ลูกจ้างส่วนใหญ่ตอบก็คือ การได้รับค่าจ้างและสวัสดิการน้อยกว่าลูกจ้างประจำ โดยมีความแตกต่างในการได้รับ-ไม่ได้รับสวัสดิการในแง่รายได้อื่นๆ เช่น ค่าทำงานล่วงเวลา (OT) ค่าทำงานกะ (กะเช้า กะบ่าย กะดึก) เบี้ยขยัน (ได้รับเมื่อไม่ขาด-ลา-มาสาย) ค่าครองชีพ ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าเช่าบ้าน และสวัสดิการที่ไม่ใช่ตัวเงิน เช่น บริการรถรับ-ส่งพนักงาน การเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ การได้รับเงินชดเชยเมื่อถูกเลิกจ้าง ซึ่งสะท้อนว่าลูกจ้างทั้งสองกลุ่มยังได้รับสิทธิประโยชน์และสวัสดิการที่แตกต่างกัน ต่างกับเจตนารมย์ของกฎหมายที่แก้ไขใหม่ ซึ่งกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบให้นายจ้างต้องดูแลให้ลูกจ้างทั้งสองกลุ่มได้รับสิทธิประโยชน์และสวัสดิการที่เป็นธรรมโดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ</span></p>
<p><span style="font-size: 13px;">งานศึกษายังใช้เทคนิคสมการถดถอยเชิงเส้นคำนวณหาค่าตอบแทนเปรียบเทียบกลุ่มตัวอย่างลูกจ้างประจำและลูกจ้างเหมาค่าแรงพบว่า ค่าตอบแทนที่เป็นแรงจูงใจและผลประโยชน์สวัสดิการอื่นๆ ที่เป็นตัวเงิน ได้แก่ ค่าทำงานล่วงเวลา (OT) ค่าทำงานกะ เบี้ยขยัน ค่าครองชีพ ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าเช่าบ้าน (ไม่รวมโบนัส) ของลูกจ้างประจำจะสูงกว่าลูกจ้างเหมาค่าแรงประมาณ 1,624 บาทต่อเดือน</span></p>
<p><span style="font-size: 13px;">ความแตกต่างของผลตอบแทนนี้อาจนับได้ว่าเป็นต้นทุนจากการใช้บริการสมัครงานผ่านบริษัทผู้รับเหมาค่าแรง เพราะจากการพูดคุยกับพนักงานของบริษัทผู้รับเหมาค่าแรงทราบว่าทางสถานประกอบการจะจ่ายเงินเหมาค่าแรงให้ลูกจ้างเป็นรายหัว แล้วบริษัทผู้รับเหมาค่าแรงก็มาจ่ายค่าจ้างให้ลูกจ้างที่สมัครงานผ่านบริษัทผู้รับเหมาค่าแรงอีกที โดยหักส่วนต่างไว้เป็นค่าบริหารจัดการและกำไรของกิจการ</span></p>
<p><span style="font-size: 13px;">แม้ในการศึกษานี้จะไม่ทราบอัตราค่าบริการที่แน่ชัด แต่จากตัวเลขความแตกต่างของค่าจ้างรวมค่าตอบแทนและสวัสดิการที่เป็นตัวเงินจากการคำนวณในตัวอย่างข้างต้นราว 1,624 บาทต่อเดือนนั้น และจากการสัมภาษณ์เชิงลึกกับลูกจ้างที่สมัครงานผ่านบริษัทผู้รับเหมาค่าแรงรู้ดีว่าค่าจ้างและรายได้ตัวเงินอื่นๆ ที่ตนได้รับในฐานะเป็นลูกจ้างของบริษัทผู้รับเหมาค่าแรงจะต่ำกว่าลูกจ้างประจำที่เป็นลูกจ้างโดยตรงของโรงงาน และคิดว่าเป็นต้นทุนของการซื้อความสะดวกในการได้งานง่าย ไม่ต้องสอบข้อเขียน รวมถึงจากกรณีที่คุณสมบัติของตนเองไม่ตรงตามที่โรงงานกำหนด</span></p>
<p><a href="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/DSC00094.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-15879" alt="DSC00094" src="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/DSC00094.jpg" width="250" height="188" /></a> <a href="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/P1050791.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-15908" alt="OLYMPUS DIGITAL CAMERA" src="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/P1050791.jpg" width="250" height="188" /></a></p>
<p><span style="font-size: 13px;">ประเด็นที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ การได้รับเงินชดเชยกรณีที่นายจ้างต้องการเลิกจ้าง พบว่าสัดส่วนของลูกจ้างรับเหมาค่าแรงที่เข้ามาทำงานในสถานประกอบการผ่านบริษัทตัวแทนรับเหมาค่าแรงนั้น มีราวกึ่งหนึ่งที่จะไม่ได้รับค่าชดเชยเมื่อถูกเลิกจ้าง เพราะลูกจ้างรับเหมาค่าแรงผ่านบริษัทตัวแทนจัดหาคนงานเหล่านี้มีสภาพเป็นลูกจ้างในทางพฤตินัยของสถานประกอบการเท่านั้น ไม่ได้มีสถานภาพเป็นลูกจ้างโดยตรงของโรงงานตามนิตินัย นายจ้างจึงไม่ต้องกังวลเรื่องการต้องจ่ายค่าชดเชยเป็นการตัดต้นทุนในการปลดคนงาน (firing cost) อีกด้วย</span></p>
<p><span style="font-size: 13px;">ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายสำหรับแรงงานรับเหมาค่าแรง เริ่มต้นที่การจัดเก็บข้อมูลสถิติอย่างมีระบบเพื่อให้ทราบจำนวนลูกจ้างประเภทต่างๆ ตามรูปแบบการจ้างงานที่มีอยู่ หากผลการสำรวจพบว่ากลุ่มแรงงานที่มีรูปแบบการจ้างเป็นลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราว หรือลูกจ้างผ่านบริษัทรับจัดหาคนงาน มีสัดส่วนที่มาก และต้องการให้มีการรายงานการจ้างงานรูปแบบดังกล่าว เพื่อการเฝ้าระวังการละเมิดกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ก็ปรับใช้มาตรา 112-115 ของพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ในการเพิ่มรายละเอียดของข้อมูลลักษณะการจ้างงานที่สถานประกอบการต้องบันทึกและยื่นต่อเจ้าหน้าที่แรงงาน</span></p>
<p><span style="font-size: 13px;">ในขั้นสุดท้าย หากพบว่าปัญหาสภาพการจ้างแรงงานเหมาค่าแรงมีความรุนแรง จำเป็นต้องมีมาตรการที่รัดกุมขึ้น ก็อาจจะพิจารณากำหนดให้มีการขึ้นทะเบียนเพื่อออกใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบกิจการรับเหมาค่าแรง ประโยชน์เพื่อส่งเสริมพัฒนาการบริหารระบบแรงงาน การกำกับ และการออกมาตรการเพื่อให้เกิดการจ้างงานที่มีการคุ้มครองลูกจ้างตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://voicelabour.org/%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87-%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%ad/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เสียงจาก “พิพิธภัณฑ์ฯ” ถึง “มักกะสันคอมเพล็กซ์”</title>
		<link>http://voicelabour.org/%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81-%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c%e0%b8%af-%e0%b8%96/</link>
		<comments>http://voicelabour.org/%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81-%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c%e0%b8%af-%e0%b8%96/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 19 May 2013 09:50:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>wichai</dc:creator>
				<category><![CDATA[Headline]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวแรงงาน]]></category>
		<category><![CDATA[วิดีโอแรงงาน]]></category>
		<category><![CDATA[มักกะสัน]]></category>
		<category><![CDATA[มักกะสันคอมเพล็กซ์]]></category>
		<category><![CDATA[มักกะสันมีสวนธารณะ และพิพิธภัณฑ์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://voicelabour.org/?p=15847</guid>
		<description><![CDATA[โครงการสร้างศูนย์การค้าขนาดยักษ์ “มักกะสันคอมเพล็กซ์” บนพื้นที่กว่า 700 ไร่ ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ในบริเวณใจกลางกรุงเทพฯ อาจจะทำลายประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่าของแรงงานไทยลงไป เพราะที่นี่เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ขบวนการแรงงานไทย โดยมีประจักษ์พยานสำคัญคือ พิพิธภัณฑ์แรงงานไทย
“เขาบอกว่ามีโครงการและรับฟังความคิดเห็น เราก็เสนอไปว่าให้เราเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนามักกะสันได้ไหม...คณะกรรมาธิการการแรงงานสมัยปี 2548 ก็มีมติให้การรถไฟอนุรักษ์พื้นที่นี้ไว้ ประมาณหนึ่งไร่ คือสนับสนุนพิพิธภัณฑ์ หรือถ้ามีการปรับปรุงภูมิทัศน์ก็ให้มีการอนุรักษ์เอาไว้ เป็นมติของกรรมาธิการซึ่งส่งมาถึงการถไฟ”
…ขวัญชนก เดชเสน่ห์ ถ่ายภาพ
…วรัญญา จันทราทิพย์ สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม GreenNewsTV รายงาน]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>17 พ.ค. 2013<br />
<a href="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/DSC00007.jpg"><img class="alignnone  wp-image-15853" alt="DSC00007" src="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/DSC00007.jpg" width="540" height="404" /></a></p>
<p><iframe src="http://www.youtube.com/embed/gVh5PclPnTQ" height="315" width="560" allowfullscreen="" frameborder="0"></iframe><br />
<iframe src="http://www.youtube.com/embed/L0m7goB52Vg" height="315" width="560" allowfullscreen="" frameborder="0"></iframe></p>
<p>หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ก่อให้เกิดการคัดค้านการสร้างศูนย์การค้าขนาดยักษ์ “มักกะสันคอมเพล็กซ์” บนพื้นที่กว่า 700 ไร่ ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ในบริเวณใจกลางกรุงเทพฯ คือ ที่นี่เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ขบวนการแรงงานไทย โดยมีประจักษ์พยานสำคัญคือ พิพิธภัณฑ์แรงงานไทย</p>
<p>ในวันที่ยังไม่มีข้อสรุปว่าอนาคตที่ดินผืนนี้จะเป็นอย่างไร สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม GreenNewsTV พาไปสนทนากับ วิชัย นราไพบูลย์ ผู้จัดการพิพิธภัณฑ์แรงงานไทย ทั้งเพื่อทำความรู้จักกับพิพิธภัณฑ์อายุกว่าสองทศวรรษแห่งนี้ และรับฟังความเห็นผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์ต่อโครงการ มักกะสันคอมเพล็กซ์ที่กำลังมีการผลักดัน</p>
<p><span style="text-decoration: underline;">ความเป็นมาของ พิพิธภัณฑ์แรงงานไทย</span> ?</p>
<p>“พิพิธภัณฑ์แรงงานไทย ตั้งขึ้นมาเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2536 เปิดครั้งแรกนะครับ แต่ก่อนหน้านั้นมีการเตรียมงานกันเป็นปีนะ ปีกว่า ๆ เลยทีเดียว ตั้งแต่ปี 2534 ปลาย ๆ</p>
<p>ก็ภายหลังการรัฐประหารของ รสช. ขบวนการแรงงานได้รับผลกระทบมาก ก็มีความคิดกันว่าจะนำเสนอเรื่องราวของผู้ใช้แรงงานยังไงให้สังคมได้รับรู้ ทั้งนี้เพื่อต้องการที่จะรักษาประวัติศาสตร์ของแรงงาน รวมทั้งคุณค่าของแรงงานที่สังคมไม่ค่อยได้รับรู้</p>
<p>และการที่สังคมไม่ได้รับรู้ ก็ทำให้แรงงานได้รับการปฏิบัติที่ไม่ค่อยเท่าเทียวกับคนอื่น ๆ ในสังคม เช่น กลุ่มธุรกิจ อุตสาหกรรม</p>
<p>เมื่อเกิดรัฐประหารก็มีความคิดที่จะแยกสลายขบวนการแรงงาน ก็เลยคิดว่าจะใช้ประวัติศาสตร์เป็นตัวที่เชื่อมร้อยแรงงานเข้าด้วยกัน และให้สังคมได้รับรู้คุณค่าของแรงงาน ที่มีส่วนในการพัฒนาประเทศมาด้วยครับ</p>
<p>วิธีที่ง่ายที่สุด คือการทำพิพิธภัณฑ์ขึ้นมา เพื่อทำให้คนได้เรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว ง่าย ๆ ได้เห็นสิ่งของ ได้เห็นภาพถ่าย ได้รู้เรื่องราวแบบกระชับแบบนี้ ก็ตั้งขึ้นมาเมื่อปี 2536 โดยใช้พื้นที่ของการรถไฟ”</p>
<p><span style="text-decoration: underline;">คุณค่าและความสำคัญของพิพิธภัณฑ์</span> ?</p>
<p>“เป็นอาคารเก่า ที่เราใช้ทำพิพิธภัณฑ์แรงงานไทยนะครับ เป็นอาคารเก่าของการรถไฟที่น่าจะมีอายุสัก 70 – 80 ปี <span style="font-size: 13px;">แรกๆ</span><span style="font-size: 13px;">เคยถูกใช้เป็นสถานีอนามัย ซึ่งต่อมาก็กลายเป็นโรงพยาบาลไปสร้างใหญ่ อันนี้เป็นสวัสดิการการต่อสู้ของคนงานรถไฟในเรื่องสวัสดิการ ที่มาสู่พี่น้องรัฐวิสาหกิจ และคนทำงานทั่ว ๆ ไปด้วย จากจุดเริ่มต้นมักกะสันนี้ สักประมาณสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง</span></p>
<p>ต่อมาอาคารนี้ถูกใช้ไปเป็นสถานีตำรวจรถไฟ เราจะเห็นร่องรอยที่เป็นลูกกรงขัง หลังจากนั้นก็ถูกนำมาใช้เป็นที่ทำงานของสหภาพการรถไฟ ใช้มาจนเกิดเหตุการณ์รัฐประหาร ก็จะถูกทิ้งร้างไป คล้าย ๆ จะโดนรื้อทิ้ง จะทุบทิ้ง</p>
<p>ทีนี้กลุ่มที่คิดจะทำพิพิธภัณฑ์แรงงานไทย ก็เลยคิดว่า อาคารสถานที่นี้ มันมีประวัติศาสตร์ในตัวของมันเอง มีร่องรอยของการถูกคุกคามจากยุค 6 ตุลา พื้นที่นี้ก็มีประวัติศาสตร์ของแรงงานมายาวนาน อาคารนี้เลยสรุปร่วมกันว่ามันเหมาะสมที่จะนำมาทำเป็นพิพิธภัณฑ์แรงงานไทย เพราะว่ามันมี่เรื่องราวของประวัติศาสตร์ เรื่องราวของผู้คน ทั้งตัวอาคารของมันด้วย ที่บอกเล่าเรื่องราวที่เกี่ยวกับผู้ใช้แรงงาน”</p>
<p><span style="text-decoration: underline;">การรับรู้เรื่องโครงการมักกะสันคอมเพล็กซ์</span> ?</p>
<p>“ได้ยินมานานครับ ได้ยินก่อนกลุ่มอื่น เพราะเราเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง โครงการนี้เริ่มมีมาตั้งแต่ปี 44-45 ที่เราเริ่มได้รับข่าว และทาง รฟท. ได้เชิญเข้าไปเพื่อรับฟัง”</p>
<p><span style="text-decoration: underline;">มีความเห็นอย่างไรต่อโครงการ</span> ?</p>
<p>“เห็นด้วยในการใช้พื้นที่ไปสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ เพื่อแก้ปัญหาของ รฟท. ในฐานะที่เขาเป็นเจ้าของ เราคิดว่าก็เป็นธรรม แต่เราก็คิดว่ามันไม่จำเป็นต้องไปสร้างทั้งหมด</p>
<p>คิดว่าการที่จะสร้างพัฒนาไปเป็นตึกทั้งหมด จะนำมาซึ่งปัญหามากมายทั้งมลพิษ สิ่งแวดล้อม การจราจรที่ทุกวันนี้ก็แย่อยู่แล้ว ปัญหาแหล่งเรียนรู้ สิ่งที่เป็นคุณค่าที่จะควบคู่ไปกับการพัฒนามักกะสัน</p>
<p>เราคิดว่ามันน่าจะทำควบคู่กันไปได้คือ รฟท. ก็ไม่สร้างเต็มพื้นที่ แล้วเหลือพื้นที่ไปทำเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ได้”</p>
<p><span style="text-decoration: underline;">หลังรับรู้ ได้ดำเนินการอะไรบ้าง</span> ?</p>
<p>“เขาบอกว่ามีโครงการและรับฟังความคิดเห็น เราก็เสนอไปว่าให้เราเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนามักกะสันได้ไหม</p>
<p>และเราก็ทำเรื่องไปว่า สถานที่นี้มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ เป็นศูนย์การเรียนรู้ของนักศึกษา และสถานที่ท่องเที่ยว</p>
<p>คณะกรรมาธิการการแรงงานสมัยปี 2548 ก็มีมติให้การรถไฟอนุรักษ์พื้นที่นี้ไว้ ประมาณหนึ่งไร่ คือสนับสนุนพิพิธภัณฑ์ หรือถ้ามีการปรับปรุงภูมิทัศน์ก็ให้มีการอนุรักษ์เอาไว้ เป็นมติของกรรมาธิการซึ่งส่งมาถึงการถไฟ”</p>
<p><span style="text-decoration: underline;">สิ่งที่กังวลคืออะไร</span> ?</p>
<p>“ได้รับผลกระทบในแง่ความไม่ชัดเจน คือ รฟท. อาจไม่ปฏิบัติตามมติที่กรรมาธิการออกมา”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>…ขวัญชนก เดชเสน่ห์ ถ่ายภาพ</p>
<p>…วรัญญา จันทราทิพย์ สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม GreenNewsTV รายงาน</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://voicelabour.org/%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81-%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c%e0%b8%af-%e0%b8%96/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แรงงานยานยนต์ เข้าเยี่ยมให้กำลังใจ พร้อมมอบเงินหนุนกิจกรรมกลุ่มพีมูฟ</title>
		<link>http://voicelabour.org/%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c-%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2/</link>
		<comments>http://voicelabour.org/%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c-%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 19 May 2013 09:50:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>wasana</dc:creator>
				<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวแรงงาน]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มพีมูฟ]]></category>
		<category><![CDATA[สหภาพแรงงานชิ้นส่วนยานยนต์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://voicelabour.org/?p=15849</guid>
		<description><![CDATA[สหภาพแรงงานชิ้นส่วนยานยนต์และโลหะฯ (TAM) ร่วมให้กำลังใจ พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์การต่อสู้กับกลุ่มพีมูฟ และมอบเงินจำนวน 10,000 บาท สนับสนุนการเคลื่อนไหว ส่วนเครือข่ายชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากการทำเหมืองแร่ มาเพื่อยื่นร้องเรียนเพื่อให้รัฐบาลช่วยแก้ปัญหาจากการทำเหมืองแร่ การระเบิด เสียงดัง สารพิษทำลายสุขภาพ เครือข่ายสลัม 4 ภาค และสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) เรียกร้องในเรื่องของที่ดินและที่อยู่อาศัยให้เป็นธรรมกับประชาชน เช่น เรื่องโฉนดชุมชน ของ สกน. จังหวัดน่าน เรื่องติดตามความคืบหน้าการแก้ปัญหาความคืบหน้าการแก้ปัญหากรณีที่อยู่อาศัยและสินเชื่อของคนจนเมือง]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p align="left"><strong><a href="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/Untitled-16.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-15851" alt="Untitled-1" src="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/Untitled-16.jpg" width="400" height="267" /></a></strong></p>
<p align="left"><strong>สหภาพแรงงานชิ้นส่วนยานยนต์และโลหะฯ (TAM) ร่วมให้กำลังใจ พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์การต่อสู้กับกลุ่มพีมูฟ และมอบเงินจำนวน 10,000 บาท สนับสนุนการเคลื่อนไหว</strong></p>
<p align="left">วันที่ 17 พ.ค. 56 เวลา 14.00 น. คณะกรรมการสหภาพแรงงานชิ้นส่วนยานยนต์และโลหะฯ (TAM) เดินทางไปยังสถานที่ปักหลักชุมนุมของกลุ่ม พ่อ แม่ พี่ น้อง Pmove ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) ซึ่งชุมนุมรอคำตอบจากรัฐบาลอยู่ข้างกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อร่วมให้กำลังใจ แลกเปลี่ยนประสบการณ์กาต่อสู้ พร้อมกับให้การสนับสนุนทุนโดยบริจาคเงินจำนวน 10,000 บาทด้วย</p>
<p align="left"><a href="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/Untitled-42.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-15856" alt="Untitled-4" src="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/Untitled-42.jpg" width="250" height="167" /></a><a href="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/Untitled-25.jpg"><img class="alignnone  wp-image-15857" alt="Untitled-2" src="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/Untitled-25.jpg" width="240" height="160" /></a></p>
<p align="left">กลุ่ม Pmove ประกอบไปด้วย สหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ (สกต ) เครือข่ายปฏิรูปที่ดินเทือกเขาบรรทัด (คปบ.) เครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน (คปอ.) และกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบจากโรงไฟฟ้าชีวมวล เกษตรพันธะสัญา ปัญหาความเดือดร้อนกรณีปัญหาที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัย ผลกระทบจากการสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลหนี้สินและความไม่เป็นธรรมจากระบบเกษตรพันธะสัญญา สมัชชาคนจนกรณีเขื่อนปากมูล ผู้ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนปากมูล เครือข่ายชุมชนเพื่อการปฏิรูปสังคมและการเมือง (คปสม.) เครือข่ายสิทธิสถานะบุคคล เรียกร้องให้นายกฯ ช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องความมั่นคงในที่ดิน ที่อยู่อาศัย ขาดสาธารณูปโภค เเละถูกเลือกปฏิบัติ</p>
<p align="left"><a href="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/Untitled-33.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-15858" alt="Untitled-3" src="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/Untitled-33.jpg" width="250" height="167" /></a><a href="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/Untitled.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-15859" alt="Untitled" src="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/Untitled.jpg" width="250" height="167" /></a></p>
<p align="left">ส่วนเครือข่ายชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากการทำเหมืองแร่ มาเพื่อยื่นร้องเรียนเพื่อให้รัฐบาลช่วยแก้ปัญหาจากการทำเหมืองแร่ การระเบิด เสียงดัง สารพิษทำลายสุขภาพ เครือข่ายสลัม 4 ภาค และสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) เรียกร้องในเรื่องของที่ดินและที่อยู่อาศัยให้เป็นธรรมกับประชาชน เช่น เรื่องโฉนดชุมชน ของ สกน. จังหวัดน่าน เรื่องติดตามความคืบหน้าการแก้ปัญหาความคืบหน้าการแก้ปัญหากรณีที่อยู่อาศัยและสินเชื่อของคนจนเมือง</p>
<p style="text-align: right;" align="left">สหภาพแรงงาน TAM รายงาน</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://voicelabour.org/%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c-%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ความปลอดภัยในชีวิตคนงานหลัง 20 ปีโศกนาฎกรรมเคเดอร์</title>
		<link>http://voicelabour.org/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://voicelabour.org/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 19 May 2013 08:43:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>wasana</dc:creator>
				<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวแรงงาน]]></category>
		<category><![CDATA[กฎหมายความปลอดภัยในการทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ความปลอดภัยในการทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[พรบ.ส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://voicelabour.org/?p=15813</guid>
		<description><![CDATA[หลังจากมหันตภัยทางอุตสาหกรรมที่เลวร้ายที่สุดในบังคลาเทศ เหตุอาคารถล่มที่ทำให้มีคนงานเสียชีวิตกว่า 380 คนที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ ผู้รอดชีวิตจากเหตุไฟไหม้โรงงานทาร์ซีนเมื่อปีที่แล้วในบังคลาเทศ คนงานที่ได้รับบาดเจ็บจากการทำงาน แถลงข่าวในวันที่ 10 พฤษภาคม 2556 เพื่อรำลึกวาระครบรอบ 20 ปีเหตุเพลิงไหม้โรงงานเคเดอร์ในประเทศไทยซึ่งคร่าชีวิตคนงาน 188 คนซึ่งส่วนมากเป็นคนงานหญิงอายุน้อย และสถานการณ์อันย่ำแย่ของอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในภูมิภาคเอเชียในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา และเปิดตัวคู่มือด้านทรัพยากรทางกฎหมายฉบับใหม่สำหรับผู้ทำงานเพื่อเรียกร้องการชดเชยและความยุติธรรมให้กับคนงานที่ได้รับบาดเจ็บและป่วยจากการทำงาน]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><b><a href="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/Untitled-24.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-15814" alt="Untitled-2" src="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/Untitled-24.jpg" width="392" height="300" /></a></b></p>
<p><b>วันที่ </b><b>8– 9 และ10 พฤษภาคม 2556 ได้มีการประชุมเครือข่ายแห่งเอเชียเพื่อสิทธิของผู้ป่วยจากการทำงานและสิ่งแวดล้อมหรือแอนโรฟ (Asian Network for the Rights of Occupational and Environmental Victims – ANROEV) ในวาระครบรอบ 20 ปีโศกนาฎกรรมเคเดอร์ ณ ห้องบอลรูมคริสตัลใหม่ โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ สีลมถนนสีลมเขตบางรักกรุงเทพฯ โดยเครือข่ายแห่งเอเชียเพื่อสิทธิของผู้ป่วยจากการทำงานและสิ่งแวดล้อม</b> (Asian Network for the Rights of Occupational and Environmental Victims – ANROEV) หรือ<b>แอนโรฟ</b> โดยสรุปได้ดังนี้</p>
<p>ปี 2556 นี้เป็นการครบรอบ 20 ปีของโศกนาฏกรรมเพลิงไหม้เคเดอร์ ในวันที่ 10 พ.ค. 2556 พวกเราจะร่วมกับผู้ประสบภัยจากเหตุเพลิงไหม้ที่กรุงเทพฯ รวมถึงเพื่อนๆ และกลุ่มต่างๆ ในประเทศไทยเพื่อรำลึกถึงวาระครบรอบเหตุเพลิงไหม้ที่น่าสยดสยองที่เกิดขึ้นที่โรงงานเคเดอร์ซึ่งคร่า 188 ชีวิตเมื่อวันที่ 10 พ.ค. 2536 ในปีนี้เช่นเดียวกันก็จะเป็นการครบรอบ 20 ปีของเหตุเพลิงไหม้ชี่ลี่ในประเทศจีน โดยผู้ประสบเหตุและสมาชิกของเครือข่ายแอนโรฟในจีนก็จะร่วมกันรำลึกและยกย่องเหยื่อจากเหตุไฟไหม้ที่ชี่ลี่ด้วยเช่นกัน ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา เครือข่ายฯได้ปรับเปลี่ยนจากการขับเคลื่อนเรื่องอุบัติเหตุมาเป็นเรื่องโรคจากการทำงาน และตอนนี้เราก็มีการจัดตั้งในกลุ่มคนงานอิเล็กทรอนิกส์ โรคฝุ่นหินจับปอด และแร่ใยหิน แต่น่าเสียดายที่เหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ในทั้งปากีสถานและบังคลาเทศกลับทำให้เราต้องกลับมาพูดคุยกันเรื่องอุบัติเหตุและการป้องกันเหตุเพลิงไหม้อีกครั้งในปี 2556</p>
<p><a href="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/P5080011.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-15815" alt="P5080011" src="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/P5080011.jpg" width="250" height="188" /></a><a href="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/P5080030.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-15816" alt="P5080030" src="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/P5080030.jpg" width="250" height="188" /></a></p>
<p>ปีนี้จะมีการให้ความสำคัญกับเรื่องการป้องกันเหตุเพลิงไหม้และโรคจากการทำงาน เมื่อวันที่ 19 ก.พ. 2556 สหประชาชาติได้เปิดเผยผลการศึกษาซึ่งถือเป็นรายงานที่ครอบคลุมที่สุดในเรื่องสารรบกวนการทำงานของต่อมไร้ท่อ (EDCs) ในปัจจุบัน รายงานฉบับนี้เน้นความเชื่อมโยงระหว่างการสัมผัสสารเคมีกลุ่มนี้กับปัญหาสุขภาพซึ่งรวมถึงการเป็นไปได้ที่สารเคมีเหล่านี้จะก่อให้เกิดมะเร็งในผู้ชาย ผู้หญิง และเด็ก EDCs สามารถเข้าสู่สิ่งแวดล้อมโดยหลักๆ ผ่านทางของเสียจากอุตสาหกรรมและบ้านเรือน มนุษย์สัมผัสสารเหล่านี้ได้ด้วยการกินอาหาร ฝุ่น และน้ำ การสูดดมก๊าซและอนุภาคในอากาศ และการสัมผัสทางผิวหนัง การสัมผัสสารเคมีในภูมิภาค สูตรผสมของสารเคมีที่ใช้ในอุตสาหกรรม ขอบเขตและผลกระทบของการสัมผัสนี้ยังไม่ทราบ และสารเคมีเหล่านี้มีผลกระทบอย่างไรต่อคนและสิ่งแวดล้อมก็ยังไม่ทราบแน่ชัด</p>
<p>เครือข่ายแอนโรฟได้ดำเนินโครงการรณรงค์และการจัดตั้งอย่างเข้มแข็งในกลุ่มผู้ป่วยโรคที่เกิดจากแร่ใยหิน โรคฝุ่นหินจับปอด อิเล็กทรอนิกส์ และเหมืองแร่</p>
<p><a href="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/P5080001.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-15817" alt="P5080001" src="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/P5080001.jpg" width="400" height="300" /></a></p>
<p><b>หลังจากมหันตภัยทางอุตสาหกรรมที่เลวร้ายที่สุดในบังคลาเทศ</b> เหตุอาคารถล่มที่ทำให้มีคนงานเสียชีวิตกว่า 380 คนที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ ผู้รอดชีวิตจากเหตุไฟไหม้โรงงานทาร์ซีนเมื่อปีที่แล้วในบังคลาเทศ คนงานที่ได้รับบาดเจ็บจากการทำงาน นักเคลื่อนไหวทางสิทธิด้านความปลอดภัย และผู้นำขบวนการแรงงานไทย และได้ร่วมแถลงข่าวในวันที่ 10 พฤษภาคม 2556 เพื่อรำลึกวาระครบรอบ 20 ปีเหตุเพลิงไหม้โรงงานเคเดอร์ในประเทศไทยซึ่งคร่าชีวิตคนงาน 188 คนซึ่งส่วนมากเป็นคนงานหญิงอายุน้อย เพื่อสะท้อนเรื่องราวจากโศกนาฏกรรมเมื่อพ.ศ. 2536 และสถานการณ์อันย่ำแย่ของอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในภูมิภาคเอเชียในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา ศูนย์ทรัพยากรเพื่อการติดตามแห่งเอเชีย (The Asia Monitor Resource Centre &#8211; AMRC) และเปิดตัวคู่มือด้านทรัพยากรทางกฎหมายฉบับใหม่สำหรับผู้ทำงานเพื่อเรียกร้องการชดเชยและความยุติธรรมให้กับคนงานที่ได้รับบาดเจ็บและป่วยจากการทำงาน</p>
<p><a href="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/P5080025.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-15818" alt="P5080025" src="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/P5080025.jpg" width="250" height="188" /></a><a href="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/P51001021.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-15819" alt="P5100102" src="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/P51001021.jpg" width="250" height="188" /></a></p>
<p>รศ.ดร.วรวิทย์ เจริญเลิศ คณะเศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า วันที่ 10 พฤษภาคม 2536 เป็นวันที่สำคัญหนึ่งในประวัติศาสตร์ของขบวนการแรงงาน เป็นวันครบรอบ 20 ปีของโศกนาฏกรรมเคเดอร์ ในวันนั้นได้เกิดเพลิงไหม้ขึ้นในโรงงานผลิตตุ๊กตาของเด็กเล่น โครงสร้างของโรงงานเป็นเหล็กเปลือยที่ถูกนำมาประกอบเป็นอาคาร 4 ชั้น ได้พังทลายลงอย่างรวดเร็วหลังเกิดเหตุเพลิงไหม้จากชั้นล่าง ทำให้คนงานส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงเสียชีวิตทันที 188 คน บาดเจ็บกว่า 350 คนและพิการถาวรอีกจำนวนหนึ่ง นับได้ว่าเป็นโศกนาฏกรรมที่ร้ายแรงในประวัติศาสตร์ของการพัฒนาอุตสาหกรรม บริษัทเคเดอร์อินดัสเตรีลย์ (ประเทศไทย) ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากรัฐบาล เป็นการร่วมลงทุนระหว่างกลุ่มทุนในฮ่องกงกับกลุ่มทุนใหญ่ในประเทศไทย เพื่อเข้ามาใช้ไทยเป็นฐานการผลิต ใช้แรงงานราคาถูกเพื่อผลิตสินค้าตามใบสั่งซื้อสินค้าจากบรรษัทข้ามชาติในสหรัฐฯ คณะกรรมการรณรงค์เพื่อช่วยเหลือคนงานเคเดอร์ได้ถูกจัดตั้งขึ้น 2 วันหลังเหตุการณ์เพลิงไหม้ ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างนักสหภาพแรงงาน องค์กรพัฒนาเอกชนและนักวิชาการเพื่อให้คนงานที่บาดเจ็บและครอบครัวของผู้ที่เสียชีวิตได้เข้าถึงการเยียวยา เข้าถึงสิทธิ เพื่อนำนายจ้างมารับผิดตามกฎหมาย และการชดเชยการสูญเสียชีวิตคนงานอย่างเป็นธรรม 20 ปีนับตั้งแต่โศกนาฏกรรมเคเดอร์ มีคำถามใหญ่ๆอยู่ว่า 1. เราได้เรียนรู้อะไรจากโศกนาฏกรรมเคเดอร์ ซึ่งเป็นความหายนะแห่งมนุษยชาติ ? 2. 20 ปีที่ผ่านมา ขบวนการแรงงานได้ประสบความสำเร็จอย่างไรบ้างใ นการต่อสู้ด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน และ 3. มีอะไรบ้างที่ยังไม่ได้ทำและจะต้องทำในอนาคตเพื่อไม่เกิดโศกนาฏกรรมฯ</p>
<p><a href="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/P5080066.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-15820" alt="P5080066" src="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/P5080066.jpg" width="250" height="188" /></a><a href="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/P5080075.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-15821" alt="P5080075" src="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/P5080075.jpg" width="250" height="188" /></a></p>
<p>6 เดือนหลังเคเดอร์ เกิดไฟไหม้ที่โรงงานผลิตของเด็กเล่นในเขตเศรษฐกิจพิเศษของจีน ทำให้คนงานเสียชีวิต 62 คน (The Zhili Fire) โรงงานอบแห้งลำไยระเบิดที่สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ คนงานเสียชีวิต 36 คน ฯลฯ ในวันที่ 24 เมษายนที่ผ่านมา ในบังคลาเทศ ตึกที่เป็นที่สถานที่ตั้งของโรงงานทอผ้า 5 บริษัทได้พังถล่มลงมา ทำให้คนงานเสียชีวิตกว่า 900 คนท่ามกลางกองอิฐและฝุ่น เรากำลังเผชิญกับ “ความเสี่ยง” ที่นำมาสู่โศกนาฏกรรมของคนงาน เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นแบบซ้ำซากในสังคมปัจจุบัน มันเป็นความหายนะที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยมนุษย์ด้วยกันและไม่ใช่ธรรมชาติ จึงสามารถป้องกันได้แต่ทำไม จำไม่ป้องกัน และผู้ที่รับเคราะห์และผู้ถูกกระทบส่วนใหญ่คือ คนงาน ครอบครัวของเขาและชุมชนที่อาศัยอยู่รอบๆโรงงาน</p>
<p><a href="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/เคเดอร์.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-15822" alt="เคเดอร์" src="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/เคเดอร์.jpg" width="320" height="207" /></a></p>
<p>2 วันหลังจากเหตุการณ์เพลิงไหม้โรงงานเคเดอร์  ได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการช่วยเหลือคนงานเคเดอร์ ประกอบด้วยผู้นำแรงงาน องค์กรพัฒนาเอกชนและนักวิชาการ มีการผลักดันให้รัฐบาลจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือคนงานเคเดอร์ขึ้นในพื้นที่ และแต่งตั้งคณะกรรมการเจรจาสิทธิประโยชน์นอกเหนือกฎหมาย ขณะเดียวกัน ก็มีการรวมกลุ่มญาติคนงานที่เสียชีวิตเพื่อทำข้อเรียกร้องในการเจรจากับบริษัทฯ ในเวลาต่อมา ได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการรณรงค์สุขภาพความปลอดภัยในการทำงาน ให้รัฐบาลประกาศวันที่ 10 พฤษภาคม  เป็นวันความปลอดภัยแห่งชาติ และให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการความปลอดภัยแห่งชาติ ฯลฯ แต่กรณีเคเดอร์ ไม่ได้นำมาสู่การจัดตั้ง “องค์กรของผู้ถูกกระทบ” (victim group) ดังเช่น กรณีของโรงงานไฟไหม้ที่ประเทศจีน (Zhili Fire) ที่คนงานหญิงที่พิการได้ลุกขึ้นมารวมกลุ่มตั้งเป็น “องค์กรผู้ถูกกระทบ” เรียกร้องความเป็นธรรมเพื่อให้มีการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า การแก้กฎหมายเงินทดแทน การฟื้นฟูและเยียวยา</p>
<p><a href="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/P5080043.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-15824" alt="P5080043" src="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/P5080043.jpg" width="250" height="188" /></a><a href="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/Untitled-21-copy.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-15825" alt="Untitled-21-copy" src="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/Untitled-21-copy.jpg" width="250" height="188" /></a></p>
<p>ในปัจจุบัน แม้จะมีความพยายามในส่วนของภาคราชการเพื่อให้เกิดโครงสร้างของการทำงานในเชิงการป้องกัน เช่น ให้มี เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพ (จป.) และ คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (คปอ.) ในโรงงาน แต่ก็ไม่ได้ให้อำนาจที่จะเข้าไปจัดการกับความไม่ปลอดภัยในโรงงานอย่างแท้จริง ในส่วนของคณะกรรมการความปลอดภัย ยังคงเปิดโอกาสให้นายจ้างเข้าไปมีบทบาทและอิทธิพลสูง</p>
<p>การจัดตั้งสถาบันความปลอดภัย ซึ่งจะเกิดขึ้นโดยมีการกำหนดไว้ในมาตรา 52 ของพ.ร.บ.ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน ซึ่งในร่างกฎหมายของสถาบันฯ ที่ถูกยกร่างภายใต้การดำเนินการของกระทรวงแรงงานยังคงถูกตั้งคำถามจากผู้ใช้แรงงานเรื่องของความเป็นอิสระในการทำงาน โดยเฉพาะคณะกรรมการบริหารสถาบันที่ไม่ได้มาจากระบวนการการสรรหา การไม่ให้อำนาจกับสถาบันในการเข้าไปในโรงงานเพื่อทำการศึกษา หาข้อมูลความไม่ปลอดภัยในการทำงาน โดยเฉพาะผ่านการรับเรื่องราวร้องทุกข์ และการจัดสรรงบประมาณโดยตรงจากรัฐบาล และกองทุนเงินทดแทนเพื่อให้สถาบันฯสามารถบรรลุภารกิจในการทำงานเชิงการป้องกัน แต่สถาบันความปลอดภัยฯ กลับถูกคาดหวังโดยรัฐบาลให้ทำงานวิจัยและวิชาการ</p>
<p><a href="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/Untitled-13-copy1.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-15826" alt="Untitled-13-copy" src="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/Untitled-13-copy1.jpg" width="250" height="167" /></a><a href="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/Untitled-141.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-15827" alt="Untitled-14" src="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/Untitled-141.jpg" width="250" height="167" /></a></p>
<p>ในปัจจุบัน เราอยู่ในสังคมอุตสาหกรรมหรือทุนในยุคโลกาภิวัตน์  ในสังคมสมัยใหม่ การจัดองค์ความรู้ได้ถูกดึงออกไปจากบริบทและความสัมพันธ์ทางสังคมเพื่อไปอยู่ในมือของผู้เชี่ยวชาญ (experts) เพื่อสร้างระบบ มาตรฐาน และกฎเกณฑ์เพื่อให้ทุกคนปฏิบัติตาม ขณะที่ระบบเศรษฐกิจก็วางอยู่บนการแข่งขัน การลดต้นทุนเพื่อแสวงหากำไรสูงสุด ทำให้เกิดความเสี่ยงและโศกนาฏกรรมแห่งมนุษยชาติ (human disaster) ซึ่งมนุษย์เองเป็นผู้สร้าง สามารถป้องกัน หรือ หลีกเลี่ยงได้แต่ก็ไม่ได้ทำ ขบวนการแรงงานจะฝากความหวัง ความไว้เนื้อเชื่อใจกับระบบและ “ผู้เชี่ยวชาญ” หรือ รัฐที่ล้มเหลว (State failure) ภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์ หรือ ขบวนการแรงงาน และองค์กรผู้ป่วยและผู้ถูกกระทบ จะต้องลุกขึ้นมาจับมือกันและผลักดันให้เกิดมิติต่างๆของการมีส่วนร่วมในการจัดการเรื่องสุขภาพและความปลอดภัยในการทำงาน  รวมทั้งการสร้างความเข็มแข็งการทำงานร่วมกับองค์กรและเครือข่ายในระดับภูมิภาคเพื่อสร้างความมั่นคงในชีวิตของทุกคน</p>
<p><a href="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/P51001842.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-15828" alt="P5100184" src="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/P51001842.jpg" width="250" height="188" /></a><a href="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/P5080061.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-15829" alt="P5080061" src="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/P5080061.jpg" width="250" height="188" /></a></p>
<p>นายชาลี ลอยสูง ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) กล่าวถึงประเด็นด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในประเทศไทยว่า เหตุการณ์เพลิงไหม้โรงงานเคเดอร์เมื่อ 20 ปีที่แล้วที่คร่า 188 ชีวิต ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างความตระหนักด้านมาตรฐานความปลอดภัยในสถานที่ทำงานในประเทศ แม้จะมีการดำเนินมาตรการด้านการป้องกันอัคคีภัยจนในปัจจุบันไม่พบเหตุเพลิงไหม้ในโรงงานบ่อยครั้งและรุนแรงมากเท่าในอดีตแล้ว แต่คนงานไทยยังต้องเผชิญปัญหาด้านชีวอนามัยอื่นอย่างเช่น ปัญหาสิ่งแวดล้อมในการทำงานของโรงงานอุตสาหกรรม โรงงานจำนวนไม่น้อยยังไม่มีระบบการบำบัดของเสียที่ได้มาตรฐาน นอกจากกระทบโดยตรงต่อคนงานผู้ปฏิบัติงานแล้ว ยังก่อให้เกิดการรั่วไหลของมลพิษออกสู่สิ่งแวดล้อมอันส่งผลกระทบต่อชุมชนและสังคมโดยรอบ อีกปัญหาใหญ่ของคนงานไทยคือ การใช้แร่ใยหินเป็นวัตถุดิบในการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรมและการก่อสร้าง ก่อให้เกิดผู้ป่วยโรคปอดที่เกิดจากการทำงานที่สัมผัสแร่ใยหินจำนวนมาก โดยไม่สามารถวินิจฉัยได้ว่ามีสาเหตุมาจากสารนี้โดยตรง</p>
<p><a href="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/P51605481.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-15830" alt="P5160548" src="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/P51605481.jpg" width="250" height="188" /></a><a href="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/331.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-15831" alt="33" src="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/331.jpg" width="250" height="188" /></a></p>
<p>จากประเด็นด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยทั้งหมดที่กล่าวไปข้างต้น ขบวนการแรงงานไทยร่วมกับเครือข่ายผู้ป่วยได้ดำเนินการรณรงค์ทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติเพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านั้น แม้จะประสบความสำเร็จในการผลักดันให้มีการออกพ.ร.บ.ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมในการทำงานขึ้นเมื่อ 2 ปีที่แล้ว แต่การก่อตั้งคณะกรรมการระดับชาติด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยก็ยังอยู่ภายในการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยไม่มีความคืบหน้าเลยว่า จะสามารถนำมาบังคับใช้ได้จริงในอนาคตอันใกล้นี้หรือไม่</p>
<p style="text-align: right;">นักสื่อสารแรงงาน รายงาน</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://voicelabour.org/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>รวมข่าว 20 ปีโศกนาฏกรรมเคเดอร์ คร่าชีวิตคนงาน 188 ราย</title>
		<link>http://voicelabour.org/%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7-20-%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b9%82%e0%b8%a8%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%8f%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%84/</link>
		<comments>http://voicelabour.org/%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7-20-%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b9%82%e0%b8%a8%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%8f%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%84/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 19 May 2013 07:48:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>wasana</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวแรงงาน]]></category>
		<category><![CDATA[188 ชีวิตคนงานเคเดอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟไหม้โรงงานตุ๊กตา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://voicelabour.org/?p=15804</guid>
		<description><![CDATA[ตัวแทนสภาเครือข่ายกลุ่มผู้ป่วยจากการทำงานและสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย จัดเวทีสาธารณะ "บทเรียน 20 ปี โศกนาฎกรรมเคเดอร์" เนื่องในวันความปลอดภัยในการทำงานแห่งชาติ   หลังจากเกิดโศกนาฏกรรมเคเดอร์  หรือ เหตุการณ์ไฟไหม้โรงงานผลิตตุ๊กตา ของบริษัท เคเดอร์อินดัสเตรียล ไทยแลนด์ จำกัด ตั้งอยู่บนถนนพุทธมณฑลสาย 4 ตำบลกระทุ่มล้ม อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม  ที่ส่งผลให้คนงานเสียชีวิต188 ราย  มีผู้บาดเจ็บเกือบ 500 คน และมีเด็กกำพร้าเกือบ 50 คน  (Voice TV)]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><strong><a href="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/Untitled-15.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-15805" alt="Untitled-1" src="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/Untitled-15.jpg" width="400" height="264" /></a></strong></p>
<p><strong>รำลึก 20 ปีไฟไหม้โรงงานเคเดอร์ ชี้ยังขาดการชดเชย-ดูแลผู้ได้รับผลกระทบ</strong></p>
<p align="left">(10 พ.ค.56) สภาเครือข่ายกลุ่มผู้ป่วยจากการทำงานและสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย ร่วมกับ 11 องค์กรพันธมิตร จัดเวทีสาธารณะเรื่อง  บทเรียน 20 ปี โศกนาฎกรรมเคเดอร์: กับคุณภาพชีวิตของคนทำงาน ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ ภายในงาน มีการยืนไว้อาลัยต่อผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ไฟไหม้โรงงานตุ๊กตาเคเดอร์ จังหวัดนครปฐม และตึกถล่ม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 188 ศพ บาดเจ็บ 469 ราย เมื่อวันที่ 10 พ.ค.2536</p>
<p align="left">รัศมี ศุภเอม อดีตคนงานเคเดอร์ ซึ่งปัจจุบันรับราชการนิติกรเทศบาล เล่าว่า ขณะเกิดเหตุ ยังเรียนอยู่นิติศาสตร์ ม.รามคำแหง ปี 2 ตอนนั้นหนีด้วยการกระโดดลงมา ส่งผลให้กระดูกสันหลังหัก ขาทั้งสองข้างขยับไม่ได้ หลังกายภาพบำบัดประมาณ 1 ปี จึงเริ่มเดินได้บ้าง ช่วงนั้นก็หยุดเรียนไปหลายปี เพราะต้องทำงานหาเลี้ยงครอบครัว ก่อนจะกลับไปเรียนอีกครั้งในปี 43</p>
<p align="left">รัศมี เล่าว่า ในช่วงสิบปีแรก มีการช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาล แต่ค่ารถต้องหาเอง ส่วนประกันสังคม มีการจ่ายให้ปีเดียว ทั้งนี้ เธอถูกวินิจฉัยว่าพิการระดับ 4 ไม่ได้ทุพพลภาพ จึงไม่มีเงินช่วยเหลือ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เธอรับราชการ จึงมีสิทธิเบิกค่ารักษาได้ แต่ถามว่า ในรายที่ไม่ได้ทำงาน จะมีประกันสังคมหรือค่ารักษาพยาบาลจากไหน จึงอยากให้มีการดูแลเรื่องค่ารักษาพยาบาลสำหรับผู้ได้รับผลกระทบที่ต้องการการรักษาต่อเนื่องด้วย</p>
<p align="left"><a href="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/Untitled-23.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-15806" alt="Untitled-2" src="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/Untitled-23.jpg" width="392" height="300" /></a></p>
<p align="left">ด้านวรวิทย์ เจริญเลิศ ที่ปรึกษาสภาเครือข่ายกลุ่มผู้ป่วยฯ กล่าวว่า แม้หลังเกิดโศกนาฏกรรมเคเดอร์ จะมีการต่อสู้จนเกิดเครือข่ายในระดับภูมิภาคและสากลเพื่อเรียกร้องความยุติธรรม ซึ่งได้มาบางส่วน เช่น ค่าชดเชยนอกเหนือกฎหมาย และค่าเลี้ยงดูบุตรระหว่างศึกษา เช่น กรณีเคเดอร์ โรงงานลำไยระเบิด แต่สิ่งที่ยังขาดไปคือ กฎหมายอาชญากรทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ที่จะสามารถนำตัวนายทุนที่กระทำผิดมารับโทษในประเทศ การแก้กฎหมายกองทุนเงินทดแทนโดยเฉพาะบทลงโทษผู้กระทำการละเมิดที่มีโทษหนักขึ้นเพื่อไม่ให้เป็นตัวอย่าง การชดเชยการสูญเสียรายได้ตลอดชีวิตเพื่อความมั่นคงของครอบครัวคนงานที่เสียชีวิต ให้กองทุนเงินทดแทนมีบทบาทมากขึ้นในการทำงานเชิงป้องกัน รวมทั้งรัฐบาลต้องมีนโยบายระยะยาวในการจัดสวัสดิการเพื่อฟื้นฟูคนงานและครอบครัวผู้ถูกกระทบให้มีความมั่นคงในชีวิต</p>
<p align="left">นอกจากนี้ วรวิทย์ตั้งข้อสังเกตด้วยว่า 20 ปีที่ผ่านมา แม้จะมีการออกกฎหมายต่างๆ เกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงาน แต่ยังมีช่องว่างระหว่างกฎหมายกับความเป็นจริงในสังคม เช่น ในสถิติการประสบอันตรายจากการทำงานภายใต้กองทุนเงินทดแทน สิ่งที่ไม่ปรากฏคือ จำนวนคนที่ป่วยด้วยโรคจากการทำงานโดยเฉพาะการทำงานที่สัมผัสสารเคมี ฝุ่นฝ้าย ฝุ่นหิน ฯลฯ ปีหนึ่งๆ ไม่ถึง 50 คน บางปีไม่มีเลย ทั้งที่ไทยเข้าสู่อุตสาหกรรมเคมีมา 30 ปีแล้ว น่าสงสัยว่าเหตุใดจึงไม่มีคนป่วยปรากฏ ซึ่งอาจเป็นเพราะคนงานไม่ทราบว่าตัวเองป่วย คนงานมีอาการเจ็บป่วยแต่ไม่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคจากการทำงาน และถูกส่งไปใช้สิทธิประกันสังคม หรือหากได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคจากการทำงาน แต่กลับไม่ได้รับการรับรองการเจ็บป่วยจากคณะกรรมการแพทย์ของกองทุนเงินทดแทน เป็นต้น</p>
<p align="left"><a href="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/เคเดอร์1.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-15807" alt="เคเดอร์1" src="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/เคเดอร์1.jpg" width="400" height="301" /></a></p>
<p align="left">และแม้จะมีความพยายามในส่วนของภาคราชการเพื่อให้เกิดโครงสร้างของการทำงานเชิงป้องกัน เช่น มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน (จป.) และคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (คปอ.) ในโรงงาน แต่ก็ไม่ให้อำนาจที่จะเข้าไปจัดการกับความปลอดภัยในโรงงานอย่างแท้จริง โดยในส่วนของ คปอ. ยังเปิดโอกาสให้นายจ้างเข้าไปมีบทบาทและอิทธิพลสูงในการกำหนดการทำงานของคณะกรรมการฯ โดยเฉพาะโรงงานที่ไม่มีสหภาพแรงงานด้วย</p>
<p align="left">วรวิทย์ กล่าวถึงการจัดตั้งสถาบันความปลอดภัย ซึ่งจะเกิดขึ้นตาม พ.ร.บ.ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานด้วยว่า ผู้ใช้แรงงานยังตั้งคำถามถึงความเป็นอิสระในการทำงานของสถาบันดังกล่าว โดยเฉพาะโครงสร้างของคณะกรรมการบริหารที่ไม่ได้มาจากการสรรหา การไม่ให้อำนาจสถาบันฯ ในการเข้าไปทำการศึกษา หาข้อมูลความไม่ปลอดภัยในการทำงานในโรงงาน ไม่มีการรับเรื่องร้องทุกข์ ซึ่งเหล่านี้เป็นประเด็นที่ผู้ใช้แรงงาน องค์กรผู้ป่วยและผู้ได้รับผลกระทบ ควรรวมตัวกันเพื่อผลักดันให้เกิดการมีส่วนร่วมในการจัดการเรื่องสุขภาพและความปลอดภัยในการทำงานให้มากขึ้น <span style="color: #ff0000;">(เว็บไซต์ ประชาไท)</span></p>
<p align="left"><b>รำลึก </b><b>20 ปี โศกนาฏกรรมเคเดอร์</b></p>
<p align="left"><b>สภาเครือข่ายกลุ่มผู้ป่วยจากการทำงานและสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศ ไทย จัดเวทีสาธารณะ &#8220;บทเรียน </b><b>20 </b><b>ปี โศกนาฎกรรมเคเดอร์&#8221;  พร้อมทวงถามความคืบหน้า การจัดตั้งสถาบันความปลอดภัย เนื่องในวันความปลอดภัยในการทำงานแห่งชาติ</b></p>
<p align="left">ตัวแทนสภาเครือข่ายกลุ่มผู้ป่วยจากการทำงานและสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย จัดเวทีสาธารณะ &#8220;บทเรียน 20 ปี โศกนาฎกรรมเคเดอร์&#8221; เนื่องในวันความปลอดภัยในการทำงานแห่งชาติ   หลังจากเกิดโศกนาฏกรรมเคเดอร์  หรือ เหตุการณ์ไฟไหม้โรงงานผลิตตุ๊กตา ของบริษัท เคเดอร์อินดัสเตรียล ไทยแลนด์ จำกัด ตั้งอยู่บนถนนพุทธมณฑลสาย 4 ตำบลกระทุ่มล้ม อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม  ที่ส่งผลให้คนงานเสียชีวิต188 ราย  มีผู้บาดเจ็บเกือบ 500 คน และมีเด็กกำพร้าเกือบ 50 คน</p>
<p align="left">และในเวลาต่อมาคณะรัฐมนตรี   ได้มีมติเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 25540 เห็นชอบให้วันที่ 10 พฤษภาคมของทุกปี  เป็นวันความปลอดภัยในการทำงานแห่งชาติ เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ดังกล่าว  ที่เกิดขึ้นจากการละเลยเรื่องความปลอดภัยในการทำงาน</p>
<p align="left">ด้านประธานสภาเครือข่ายกลุ่มผู้ป่วยจากการทำงานและสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย เรียกร้องให้กระทรวงแรงงาน  เร่งจัดตั้งสถาบันความปลอดภัยให้เร็วที่สุด หลังพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน ออกมา 2 ปีแล้ว แต่รูปแบบสถาบันความปลอดภัยยังไม่ชัดเจน</p>
<p align="left">และในวันที่ 12 พฤษภาคมนี้ เครือข่ายแรงงาน และญาติผู้เสียชีวิต เตรียมจัดพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ดังกล่าว  ที่วัดอ้อมน้อย จังหวัดนครปฐม (Voice TV)</p>
<p><b style="font-size: 13px;"><a href="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/P5080084.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-15808" alt="P5080084" src="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/P5080084.jpg" width="250" height="188" /></a><a href="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/สถาบัน2.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-15809" alt="สถาบัน" src="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/สถาบัน2.jpg" width="250" height="190" /></a></b></p>
<p><b style="font-size: 13px;">20 ปีโศกนาฏกรรมเคเดอร์ คร่าชีวิตคนงาน 188 ราย </b></p>
<p><strong>ครบรอบ </strong><strong>20 ปีโศกนาฏกรรมเคเดอร์ เครือข่ายแห่งเอเชียเพื่อสิทธิของผู้ป่วยจากการทำงานและสิ่งแวดล้อม หรือ แอนโรฟ จึงจัดประชุมเพื่อถอดบทเรียนไฟไหม้โรงงานผลิตตุ๊กตาที่จังหวัดนครปฐม ที่ส่งผลให้คนงาน เสียชีวิตไป 188 ราย</strong></p>
<p>การประชุมเครือข่ายแห่งเอเชียเพื่อสิทธิของผู้ป่วยจากการทำงานและสิ่งแวดล้อม หรือ แอนโรฟ มีสมาชิกจาก 14 ประเทศ เช่น ญี่ปุ่น ,จีน,อินเดีย,บังกลาเทศ และประเทศไทย โดยในปีนี้จัดการประชุมที่ไทย ในวาระครบรอบ 20 ปี โศกนาฎกรรมเคเดอร์</p>
<p>หากย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ.2536 ไฟไหม้โรงงานผลิตตุ๊กตา ของบริษัท เคเดอร์อินดัสเตรียล ไทยแลนด์ จำกัด ซึ่งเป็นอาคาร 5 ชั้น ตั้งอยู่บนถนนพุทธมณฑลสาย 4 ตำบลกระทุ่มล้ม อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ขณะที่คนงานกำลังทำงานเกิดเพลิงไหม้จนทำให้คนงานวิ่งหนี<span style="font-size: 13px;">ตาย แต่เนื่องจากไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว จนทำให้ตัวอาคารถล่ม คร่าชีวิตคนงาน 188 คน มีผู้บาดเจ็บเกือบ 500 คน และมีเด็กกำพร้าเกือบ 50 คน ซึ่งผลการสืบสวนระบุว่าเกิดจากความประมาทของพนักงาน ความไม่ได้มาตรฐานด้านความปลอดภัยและโครงสร้างของโรงงาน</span></p>
<p>จากการเคลื่อนไหวของคนงาน ทำให้ในปี 2540 คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบให้วันที่ 10 พฤษภาคมของทุกปี ซึ่งตรงกับวันที่เกิดเพลิงไหม้โรงงานตุ๊กตาเคเดอร์ เป็น &#8220;วันความปลอดภัยในการทำงานแห่งชาติ&#8221; เพื่อรำลึกถึงความสูญเสีย และเตือนให้สังคมตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกันอันตราย และการดูแลความปลอดภัยในการทำงาน</p>
<p>สำหรับการประชุมแอนโรฟจัดขึ้นทุก 2 ปี เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับกลุ่มด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในภูมิภาคอื่นๆ</p>
<p align="left"><a href="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/P5160544.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-15810" alt="P5160544" src="http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2013/05/P5160544.jpg" width="300" height="178" /></a></p>
<p align="left"><b>อีก </b><b>2 </b><b>วันเท่านั้นก็จะครบรอบ </b><b>20 </b><b>ปีโศกนาฏกรรมเคเดอร์ โรงงานผลิตตุ๊กตาที่จังหวัดนครปฐมที่เกิดเหตุไฟไหม้และทำให้พนักงาน </b><b>188 </b><b>คนเสียชีวิตและส่งผลให้มีเด็กกำพร้ากว่า </b><b>50 </b><b>คน</b></p>
<p align="left"><b>ซึ่งวันนี้(</b><b>8</b><b>พ.ค.</b><b>56)</b><b>สมาชิก </b><b>14 </b><b>ประเทศของเครือข่ายแห่งเอเชียเพื่อสิทธิของผู้ป่วยจากการทำงานและสิ่งแวดล้อมหรือ แอนโรฟ เข้าร่วมประชุมเพื่อหาแนวทางป้องกันอุบัติเหตุที่อาจซ้ำรอย</b></p>
<p align="left">ครบรอบ 20  ปีโศกนาฎกรรมเคเดอร์  เครือข่ายแห่งเอเชียเพื่อสิทธิของผู้ป่วยจากการทำงานและสิ่งแวดล้อมหรือ แอนโรฟ  จึงจัดประชุมที่ประเทศไทยเพื่อแสดงความระลึกถึงความสูญเสีย เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2536 ไฟไหม้โรงงานผลิตตุ๊กตา ของบริษัท เคเดอร์อินดัสเตรียล ไทยแลนด์ จำกัด  เป็นอาคาร 5 ชั้นตั้งอยู่บนถนนพุทธมณฑลสาย 4 ตำบลกระทุ่มล้ม อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม</p>
<p align="left">ซึ่งเพลิงได้ลุกไหม้อย่างรวดเร็วและทำให้ตัวอาคารถล่มทับคนงานที่กำลังทำงานอยู่ 188 คนเสียชีวิตและมีผู้บาดเจ็บเกือบ 500 คน ซึ่งเหตุการณ์นี้ยังส่งผลให้มีเด็กกำพร้ากว่า 50 คน แม้ผลการสืบสวนจะระบุว่าเหตุเพลิงไหม้ในครั้งนี้เกิดจากความประมาทของพนักงาน แต่ระบบความปลอดภัยและโครงสร้างของโรงงานที่ไม่ได้มาตรฐานก็เป็นส่วนหนึ่งของสาเหตุด้วย จากบทเรียนครั้งนี้เครือข่ายแรงงานจึงพยายามเรียกร้องให้รัฐบาลดูแลคุณภาพชีวิตของคนงานให้ดีขึ้น</p>
<p align="left">ขณะที่วันนี้(8พ.ค.56)ตัวแทนประเทศไทยและเครือข่ายแอนโรฟ  14  ประเทศ  เช่น ไทย  ญี่ปุ่น  จีน  อินเดียและบังกลาเทศ   ซึ่งเป็นประเทศที่เกิดอุบัติเหตุกับคนงานบ่อยครั้ง ได้ประชุมร่วมกันเพื่อร่วมกันถอดบทเรียนจากเหตุการณ์ต่างๆ</p>
<p align="left">ซึ่งตัวแทนผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์อาคารโรงงานผลิตเสื้อผ้าถล่มในเมืองซาวาร์  ประเทศบังกลาเทศ  ที่มีผู้เสียชีวิตกว่า  560  ราย  เปิดเผยว่าประสบการณ์เฉียดตายที่ผ่านมา ที่มียอดผู้เสียชีวิตกว่า 500 รายนั้น มีสาเหตุการฮั้วระหว่างรัฐบาลกับบริษัทเอกชน จนทำให้วัสดุก่อสร้างและระบบป้องกันภัยไม่ได้มาตรฐาน</p>
<p align="left">สำหรับประเทศไทย จากการเคลื่อนไหวของผู้ใช้แรงงานในปี 2540  คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบให้วันที่ 10 พฤษภาคมของทุกปี ซึ่งตรงกับวันที่เกิดเหตุเพลิงไหม้โรงงานตุ๊กตาเคเดอร์ เป็น &#8220;วันความปลอดภัยในการทำงานแห่งชาติ&#8221;  เพื่อเตือนให้สังคมตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกันอันตรายและการดูแลความปลอดภัยในการทำงาน ซึ่งทางเครือข่ายแรงงานเตรียมจัดงานรำลึก 20 ปี โศกนาฏกรรมเคเดอร์ในวันที่ 12 พฤษภาคมนี้ ที่วัดอ้อมน้อย จังหวัดนครปฐม  (Voice TV8 พฤษภาคม 2556<span style="font-size: 13px;">)</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://voicelabour.org/%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7-20-%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b9%82%e0%b8%a8%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%8f%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%84/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
