8 มีนา ผู้หญิงเรียกร้องสิทธิ เสมอภาคในรัฐธรรมนูญ

เครือข่ายผู้หญิงประกาศ 8 มีนา วันแห่งการต่อสู้ของผู้หญิงทั่วโลก : “คนทำงานหญิงต้องการการปฏิรูปเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” “รัฐธรรมนูญที่ดีต้องมีมิติความเสมอภาคระหว่างเพศ”

เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2559 กลุ่มสตรีจากหลากหลายกลุ่ม ประกอบด้วยขบวนผู้หญิงเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (WeMove)กลุ่มบูรณาการแรงงานสตรี,กลุ่มสตรีสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ )(สรส.) โครงการสตรี และเยาวชนศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สมาคมติดตามการพัฒนาสตรีในประเทศไทย(ตพส.ไทย)  และองค์กรเครือข่ายต่างๆ ร่วมกันจัดกิจรณรงค์เนื่องในวันสตรีสากล โดยมีผู่้ร่วมงานกว่า 500  คนซึ่งกิจกรรมเริ่มจากการตั้งขบวนแสดงพลังที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย สี่แยกคอกวัว ราชดำเนิน และเคลื่อนขบวนไปยังหอประชุมเล็ก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

โดยกิจกรรมในหอประชุมเล็กมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประกอบด้วยการแสดงสะท้อนปัญหาของกลุ่มสตรีจากองค์กรต่าง รวมทั้งการแสดงดนตรีแรงงานาสะท้อนสิทธิ์เสรีภาพ โดยวงภราดร หลังจากนั้นเป็นการประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันคือ

12799220_178387899207737_3866889690018531425_n

12791116_178387925874401_3569944842843332639_n

ประกาศเจตนารมณ์ วัน 8 มีนา วันสตรีสากล วันแห่งการต่อสู้ของผู้หญิงทั่วโลก : “คนทำงานหญิงต้องการการปฏิรูปเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” “รัฐธรรมนูญที่ดีต้องมีมิติความเสมอภาคระหว่างเพศ”

มีนา เป็นวันแห่งการแสดงพลังการต่อสู้ของแรงงานหญิงทั่วโลกเพื่อความเสมอภาคระหว่างเพศ  ซึ่งหมายรวมถึงประชาธิปไตย  และสิทธิมนุษยชน  การต่อสู้เพื่อสิทธิแรงงานหญิง ระบบสวัสดิการสังคมที่คำนึงถึงทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย ทุกพื้นที่   การต่อสู้เพื่อความเสมอภาคในโอกาส   และการมีสัดส่วนที่เท่าเทียมกันของหญิงชายในการตัดสินใจทุกมิติทุกระดับ  เป็นอุดมการณ์ที่ดีงามเพื่อทุกคน  ไม่ใช่ประเด็นการต่อสู้เฉพาะของผู้หญิงเท่านั้น  แต่เป็นภารกิจที่จำเป็นร่วมกันของนักประชาธิปไตย และนักสิทธิมนุษยชนทุกคนอย่างสำคัญด้วย

เพศหญิงแทรกอยู่ในทุกสถานะของทุกกลุ่มในสังคม ตั้งแต่เด็ก เยาวชน คนทำงาน ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ชนเผ่าต่างๆ  ศาสนิกของทุกศาสนา  ผู้หญิงคือคนทำงานครึ่งหนึ่งในงานทุกรูปแบบของสังคม  ผู้หญิงได้ร่วม สร้างคุณค่าทั้งเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม เคียงบ่าเคียงไหล่ชายและทุกเพศสภาพ  ผู้หญิงจึงเป็นข้อต่อที่มีบทบาทสำคัญยิ่งในการร่วมดูแลปกป้องบุคคลในทุกครอบครัว  ทุกชุมชน

ประเทศไทยมีประชากรเกือบ 65 ล้านคน ผู้หญิงมีมากกว่าผู้ชายเกือบ 2 ล้านคน ดังนั้น แนวทางการปฏิรูปประเทศ ระบอบการเมืองและการบริหารประเทศ  รวมทั้ง บทบัญญัติในรัฐธรรมนูญอันเป็นกฎหมายสูงสุด ย่อมส่งผลต่อสถานภาพของผู้หญิงอย่างสำคัญ ผู้หญิงจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในทุกมิติ

แม้สังคมไทยดูเหมือนจะยอมรับว่า“ผู้หญิง”มีบทบาทสร้างสรรค์สังคมทุกระดับ  แต่ในชีวิตจริงปัจจุบัน  ผู้หญิงยังต้องเผชิญปัญหาที่เกิดจากความเหลื่อมล้ำ และความไม่เป็นธรรมทั้งทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างหนักหน่วงร่วมกับผู้ชาย เช่น ความยากจน การถูกลิดรอนสิทธิแรงงาน  การไม่มีที่ดินทำกิน ปัญหาการถูกแย่งชิงฐานทรัพยากรจากนโยบายของรัฐ การไม่มีระบบสวัสดิการขั้นพื้นฐานที่เหมาะสม  การถูกลิดรอนสิทธิชุมชน สิทธิเสรีภาพทางการเมือง  สิทธิในการมีส่วนร่วมในการจัดการและการตัดสินใจ การเข้าไม่ถึงสิทธิในกระบวนการยุติธรรม และความไม่ปลอดภัยจากความรุนแรงในสถานการณ์สามจังหวัดภาคใต้ ขณะเดียวกันผู้หญิงยังต้องเผชิญกับปัญหาเฉพาะ เช่น ความรุนแรงในครอบครัว ความรุนแรงทางเพศ การค้ามนุษย์  และการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม ที่มีสาเหตุจากอคติและการเอาเปรียบทางเพศ  แม้กระทั่งการเลิกจ้างหญิงมีครรภ์  ทั้งที่สังคมไทยเชิดชูคุณค่าของ“แม่”อย่างสูง

12828328_239278099741693_6282552023031176925_o

ในวันสตรีสากล 8 มีนา 2559ในสถานการณ์ที่สังคมไทยจะต้องมีการปฏิรูป  ขจัดความเหลื่อมล้ำ ความไม่เป็นธรรม  และต้องสร้างความร่วมมือกันอย่างแข็งขันทุกฝ่าย ในการรณรงค์ให้สังคมไทยมีการเปลี่ยนผ่านช่วงแห่งความขัดแย้งและสถานการณ์ทางการเมืองที่ชะงักงัน  เพื่อก้าวต่อไปสู่ระบอบประชาธิปไตยและการปฏิรูปที่มีประชาชนทุกเพศทุกวัยเป็นศูนย์กลาง  ขบวนผู้หญิงปฏิรูปประเทศไทย(WeMove)กลุ่มบูรณาการแรงงานสตรี โครงการสตรีและเยาวชนศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  สมาคมติดตามการพัฒนาสตรีในประเทศไทยเครือข่ายแม่ญิงล้านนา  กลุ่มเพื่อนหญิงอำนาจเจริญ เครือข่ายองค์กรสตรี 14 จังหวัดชายแดนภาคใต้  เครือข่ายวาระชายแดนใต้  เครือข่ายสตรีชนเผ่าศูนย์ส่งเสริมความเสมอภาคและความเป็นธรรม วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต  สภาประชาชนเพื่อการปฏิรูป สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์   และองค์กรทำงานประเด็นผู้หญิงทั่วประเทศ รวมถึงผู้หญิงคนทำงานหลากหลายกลุ่มจึงขอร่วมกันประกาศเจตนารมณฺ์เพื่อแสดงพลังการต่อสู้ของขบวนคนทำงานหญิงที่ไม่เคยท้อถอยหรือหยุดนิ่ง  พร้อมที่จะขับเคลื่อนผลักดัน และตรวจสอบเกาะติดการร่างรัฐธรรมนูญ การกำหนดทิศทางการปฏิรูปประเทศนโยบายของรัฐต่อสิทธิแรงงาน  เพื่อสิทธิความเสมอภาคระหว่างเพศ ประชาธิปไตย และสิทธิมนุษยชน  อย่างต่อเนื่องตลอดไปโดยมีข้อเรียกร้องดังนี้

1) “คนทำงานหญิงต้องการการปฏิรูปเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน”  และ  “รัฐธรรมนูญที่ดีต้องมีมิติความเสมอภาคระหว่างเพศดังนั้นต้องบรรจุเรื่องสัดส่วนหญิงชาย50:50 ไว้ในรัฐธรรมนูญและกฎหมายต่างๆ ทั้งในโครงสร้างทางการเมืองทุกระดับ การมีส่วนร่วมในการวางแผนและตัดสินใจในทุกมิติคณะกรรมการไตรภาคีด้านแรงงานทุกคณะ คณะกรรมการรัฐวิสาหกิจ การพิจารณาออกกฎหมายคณะกรรมการองค์กรต่างๆ ของรัฐ และองค์กรอิสระ

12794333_939396352822586_4048144682032171341_n

 

12801612_996709207074517_9042898946320322180_n

12829133_1047379092002566_7371245195018131653_o

2)ต้องบัญญัติในบททั่วไปซึ่งเป็นเจตนารมณ์ชี้นำต่อรัฐธรรมนูญทั้งฉบับว่า : ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์สิทธิเสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคล ย่อมได้รับความคุ้มครอง” และให้นำบทบัญญัติเรื่องสิทธิเสรีภาพของบุคคล สิทธิในสวัสดิการสังคม สิทธิแรงงาน สิทธิการศึกษาอย่างน้อยฟรี 12 ปี สิทธิผู้พิการ  สิทธิผู้สูงอายุ ฯลฯ สิทธิชุมชน และหลักการกระจายอำนาจของรัฐธรรมนูญ 2540 และ 2550 ซึ่งเป็นเจตนารมณ์ร่วมกันของประชาชาติไทย กลับคืนมาไว้ในหมวดสิทธิเสรีภาพเช่นเดิม

3) ยืนยันให้บัญญัติในรัฐธรรมนูญ ว่า “หญิงและชายมีสิทธิเท่าเทียมกัน การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลเพราะเหตุแห่งความแตกต่างในเรื่องถิ่นกำเนิด เชื้อชาติ ชาติพันธุ์ ภาษา เพศ  เพศสภาพ อายุ ความพิการ สภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะของบุคคล  ฐานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม  ความเชื่อทางศาสนา การศึกษาอบรม หรือความคิดเห็นทางการเมืองอันไม่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ จะกระทำมิได้”

4) ต้องบัญญัติถึงการผูกพันตามพันธกรณีระหว่างประเทศที่ไทยเป็นภาคี  และรัฐต้องรับรองอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO)ฉบับที่ 183ว่าด้วยความเป็นมารดา โดยให้มีมาตรการเด็ดขาดห้ามเลิกจ้างแรงงานหญิงตั้งครรภ์ การคุ้มครองสุขภาพแม่และเด็กตั้งแต่ช่วงเริ่มตั้งครรภ์การได้รับสวัสดิการค่าจ้างในช่วงที่ไม่ได้ทำงานเพราะการคลอดบุตร การให้พ่อมีสิทธิลางานดูแลลูกและแม่หลังคลอดบุตร และการมีศูนย์เลี้ยงดูเด็กเล็กที่มีคุณภาพ ราคาถูก กระจายอย่างทั่วถึง และจัดเสริมเจ้าหน้าที่บริการให้สอดคล้องกับเวลาทำงานที่เป็นจริงของคนทำงานทั้งหญิงและชาย

5) สิทธิในกระบวนการยุติธรรม “ เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ หรือผู้พิการหรือทุพพลภาพ ย่อมมีสิทธิได้รับความคุ้มครอง ในการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีอย่างเหมาะสม และย่อมมีสิทธิได้รับการปฏิบัติที่เหมาะสมในคดีที่เกี่ยวกับความรุนแรงทางเพศ

6)การจัดสรรงบประมาณที่เป็นเครื่องมือสำคัญนำไปสู่การจัดสรรทรัพยากรและบริหารงานภาครัฐอย่างเสมอภาคและเป็นธรรมในสังคม ต้องคำนึงถึงหลักความเสมอภาคระหว่างเพศ( Gender Budgeting เพื่อสร้างความสมดุลและแก้ไขปัญหาความไม่เท่าเทียม

7)รัฐต้องจัดการศึกษาที่มีคุณภาพทั่วถึงเท่าเทียมโดยไม่มีค่าใช้จ่ายจนจบระดับอุดมศึกษาทั้งสายสามัญและสายอาชีพ

8)รัฐต้องจัดให้มีระบบบำนาญแห่งชาติเพื่อให้ผู้สูงอายุทุกกลุ่มอยู่ในสังคมได้อย่างมีศักดิ์ศรี

“ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาค และความเสมอภาคระหว่างเพศ ในรัฐธรรมนูญ 40 และ 50 ต้องกลับคืนมาในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่  ” การมีส่วนร่วมตัดสินใจต้องมีสัดส่วนหญิงชาย 50 : 50 ในทุกมิติทุกระดับ เป็นหลักพื้นฐานสำคัญที่สุดของรัฐธรรมนูญ และการปฏิรูปเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน”

 

8  มีนาคม 2559

หอประชุมศรีบูรพา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์