2 ปี พ.ร.บ.ประกันสังคม การส่งเสริมสุขภาพผู้ประกันตนได้อะไร

2 ปี พระราชบัญญัติประกันสังคมการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคมาตรา 63(2)ผู้ประกันตนได้อะไร?

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 พฤษภาคม 2560 ณ ห้องประชุมจอมพล ป. พิบูลสงคราม ชั้น 5 กระทรวงแรงงาน สภาองค์การลูกจ้างพัฒนาแรงงานแห่งประเทศไทย ร่วมกับเครือข่าย ประกันสังคมคนทำงาน (คปค.) และโครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่าย เพื่อพัฒนานโยบายการสร้างเสริมสุขภาวะ และการมีหลักประกันทางสังคมสำหรับคนทำงาน (คสปค.) ได้จัดเวทีสรุปประชุมเวทีสาธารณะ 2 ปี พระราชบัญญัติประกันสังคม ฉบับที่ 4/2558 การส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค มาตรา 63 (2) ผู้ประกันตนได้อะไร ?

หม่อมหลวงปุณฑริก สมิติ ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวเปิดงานว่า เพื่อติดตามความก้าวหน้าในการดำเนินงานต่างๆ จากการบังคับใช้ พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ.2558 ที่เป็นฉบับใหม่นี้ มีการแก้ไขหลายเรื่องและในช่วงที่ผ่านมาก็ได้มีกฎหมายลูกออกมาบังคับใช้ในหลายฉบับ สำหรับในเรื่องการส่งเสริมป้องกันโรคนั้น ทุกคนต่างก็เห็นตรงกันว่า การรักษาความเจ็บป่วยต้องใช้เวลาและใช้งบประมาณไม่น้อย และผู้ประกันตนก็เจ็บป่วยไปแล้ว ดังนั้นการป้องกันก่อนจึงมีความสำคัญมากกว่า ซึ่งกระทรวงแรงงานก็ไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องนี้ รวมทั้งเรื่องอื่นๆ เช่นเดียวกัน แน่นอนการบังคับใช้กฎหมายอาจไม่ครอบคลุม การปฏิบัติย่อมมีปัญหา ทำให้นี้เป็นความ จำเป็นต้องฟังเสียงผู้ใช้ เสียงผู้ประกันตน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียว่ามีปัญหาอะไร ตัวอย่างเช่น คุณมนัส โกศล มาหารือกรณีเรื่องทำฟันที่กำหนดเพดานที่ 600 บาท จะขอปรับเป็น 1,200 บาท ได้หรือไม่ อย่างไร ทางกระทรวงแรงงานก็รับเรื่องมาและนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการ การแพทย์ และหน่วยงานด้านคณิตศาสตร์ประกันภัย ของสำนักงานประกันสังคม มาพิจารณาคำนวณว่า ต้องใช้เงินเท่าไหร่ถ้าเพิ่มค่าใช้จ่ายตรงนี้ ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมา 26 ปี ของการมีกองทุนประกันสังคม อัตราเงิน สมทบเท่าเดิม แต่สิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้นตลอดเวลา แต่ในที่สุดเมื่อพิจารณาแล้วพบว่าสามารถเพิ่มได้เป็น 900 บาท และต่อมาคุณมนัส โกศล ก็ขอหารือ ต่อว่าให้สามารถใช้ที่คลินิกได้และเรียกเก็บเงินที่ประกันสังคมแทน ทางสำนักงานประกันสังคมก็เห็นชอบ และ นี้ทำให้ผู้ประกันตนจำนวนมากก็เข้าถึงสิทธิได้มากขึ้น ง่ายขึ้น เรื่องแบบนี้ต้องสะท้อนให้กระทรวงแรงงานรู้ ว่า มีปัญหา อะไร อย่างไร และแนวทางการปรับให้สมดุลระหว่างผู้ใช้ ผู้ให้บริการ และกองทุนก็ต้องอยู่ได้ด้วยใน อนาคตต่อไป

นอกจากนั้นแล้วยังมีการตรวจสอบระบบโรงพยาบาลในการให้บริการในหลายๆเรื่อง โดยเฉพาะการ ตรวจสุขภาพประจำปีก่อน เพื่อแก้ไขปัญหาการเจ็บป่วย แต่พบว่า ยังมีการมาใช้บริการน้อยอยู่ จึงอยากให้ มีการตั้งอาสาสมัครระดับสถานประกอบการขึ้นมาในเรื่องนี้เพื่อให้ผู้ประกันตนเข้าถึงได้จริง หรือกรณีคนพิการ พอมีการจ้างงานคนพิการ มีกฎหมายออกมาหลายปี แต่พบว่า มีนายจ้างเลือก จ่ายเงินแทนการจ้างงานคนพิการ กระทรวงแรงงานก็พยายามเชิญชวนให้เกิดการจ้างงาน แต่ทางคนพิการก็ ร้องเรียนว่า เมื่อเขาเข้าสู่ระบบประกันสังคมแล้ว สิทธิประโยชน์หลายอย่างไม่ทัดเทียมกับระบบสปสช. ทำให้ ทาง สปส. ก็มาปรับสิทธิประโยชน์ต่างๆ เช่น กายอุปกรณ์ เป็นต้น เพื่อให้ระบบการให้บริการเกิดความ ทัดเทียมกับผู้ประกันตนทุกคน

วันนี้ถือเป็นการมาติดตามความคืบหน้าดังกล่าว โดยเฉพาะเรื่องการส่งเสริมและ ป้องกันโรค จำเป็นมากเพราะต้องดูแลก่อน เป็นการป้องกันโรคก่อนดีกว่ามารักษาโรคที่ยากมากกว่า มีการหารือกับคลินิคโรคจากการทำงานเพื่อรณรงค์ให้ผู้ใช้แรงงานป้องกันตนเอง

นอกจากนั้นยังมีอีกหลายๆเรื่อง เช่น การเยียวยา รวมถึงในเรื่องแรงงานนอกระบบ ที่รัฐบาลเป็นห่วง คนกลุ่มนี้มากกว่า 20 กว่าล้านคนที่ไม่มีระบบการคุ้มครองทางสังคม เดือนที่แล้วทางกระทรวงแรงงานได้มีการนำเสนอทางเลือกที่ 3 มาตรา 40 เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ที่ผู้ประกันตนจ่าย 300 บาท ได้รับประโยชน์เรื่องการเจ็บป่วย นอนโรงพยาบาลได้ 300 บาท 90 วัน ถ้าไม่นอนโรงพยาบาลได้ 200 บาท มีเรื่องเงินสงเคราะห์บุตร กรณีการเกิดทุพพลภาพเพิ่มจาก 15 ปี เป็นตลอดชีวิต มีเรื่องเงินบำเหน็จชราภาพ และเงินค่าทำศพจากการเสียชีวิต เพื่อดูแลกลุ่มแรงงานนอกระบบ ให้มากขึ้น และในเดือนกรกฎาคมจะรณรงค์เรื่องนี้ให้มากขึ้น

ดังนั้นไม่ว่า จะเป็นแรงงานในระบบหรือแรงงานนอกระบบ นี้เป็นภารกิจของกระทรวงแรงงานในการ ดูแลแรงงานทุกกลุ่ม รวมถึงในเรื่องการพัฒนาฝีมือแรงงานให้สอดรับกับนโยบายไทยแลยด์ 4.0 ที่ต้องมีการเตรียมตัว ฝึกอบรมไว้ล่วงหน้า ฝึกทักษะให้เท่าทันกับเทคโนโลยี หรือการปรับเปลี่ยนทักษะให้สอดคล้อง นอกจากนั้นแล้วกระทรวงแรงงานยังมี application หลายด้าน เช่น ประกันสังคม ที่ผู้ใช้แรงงาน สามารถใช้ประโยชน์ได้จากอุปกรณ์สื่อสารโดยตรง หรือกรมการจัดหางานมี smart job เป็นต้น ในการจัดหา งานแต่ละประเภท แต่ละอาชีพ ของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานก็มีหลักสูตรอาชีพในการฝึก เพื่อค้นหาข้อมูลต่างๆ เป็นบริการที่ไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ที่กระทรวงแรงงานจัดเตรียมไว้ให้แรงงาน

นายมนัส โกศล ประธานเครือข่ายประกันสังคมคนทำงาน(คปค.) กล่าวว่า ครบรอบ 2 ปีกฎหมายใหม่ที่เครือข่ายได้มีการติดตามและผลักดันให้มีการขยายสิทธิประกันสังคม กรณีทุพพลภาพที่เพิ่มมากขึ้น และมีการเพิ่มสิทธิประกันสังคมให้กับผู้ประกันตนในระบบมาตรา 33จำนวน 10 ล้านคน มาตรา 39 ประมาณ 103,000 คน มาตรา 40 ประมาณ 2,260,000 คน รวมแล้วประมาณ 14 ล้านคนในประเทศไทยมีระบบกองทุนสุขภาพหลายด้าน เช่น กองทุนข้าราชการดูแล 2.5 ล้านคน , กองทุน ประกันสังคมที่เกิดการจ่ายเงินสมทบจากลูกจ้างและนายจ้างมาตั้งแต่ปี 2533 , กองทุนหลักประกันสุขภาพ หรือสปสช. เกิดปี 2544-2545 ใช้ภาษีประชาชนทั้งหมด ดูแลคนประมาณ 65 ล้านคน เช่น กรณีความต่างในระบบการคลอดบุตร กรณีประกันสังคมเหมาจ่าย 13,000 บาท ซึ่งจ่ายหลังจาก คลอดบุตรแล้ว แต่ระบบ สปสช. ดูแลให้ฟรีตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ เป็นต้น

จะทำอย่างไรให้ 3 กองทุนนี้ได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานเท่าเทียมกัน หากใครมีเงินก็จ่ายเพิ่มเติมเพื่อความสะดวก ซึ่งมีคำประกาศสิทธิการตรวจสุขภาพว่า ผู้ประกันตนเข้าถึงหรือไม่ หลายโรงพยาบาลมีการตรวจสุขภาพฟรีในหลายรายการที่ประกันสังคมให้ตรวจฟรี การตรวจสุขภาพฟรีไม่ได้หมายความถึงการป้องกัน เพราะว่าแค่ตรวจเมื่อพบโรคจะต้องรักษา แต่ว่าอยากเสนอว่าต้องมีการส่งเสริมต้องป้องกัน และรักษาด้วยไม่ใช่เพียงแค่ตรวจสุขภาพอย่างเดียวหากต้องการรักษาต้องจ่ายเอง

นายบัญฑิตย์ ธนชัยเศรษฐวุฒิ นักวิชาการมูลนิธิอารมณ์ พงศ์พงัน  กล่าวว่า เรื่องที่ต้องมีการส่งเสริมป้องกันสุขภาพ เพราะต้องการที่จะลดความเหลื่อมล้ำของประกันสังคม กับหลักประกันสุขภาพ ที่เรียกว่าเงินpp เรื่องของการส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันด้านสุขภาพด้วยต้องการลดเรื่องการฟ้องร้อง เรื่องการรักษาทางการแพทย์ เงินสมทบประกันสังคมก็มีทั้งส่วนของนายจ้าง และภาครัฐ และมีการเหมาจ่ายค่ารักษาพยาบาล 2,000 กว่าบาท และสปสช.ก็มีการรับดูแลผู้ใช้สิทธิ 44 ล้านคน และระบบราชการ ดูแลฟรีภายใต้งบประมาณที่เป็นภาษี แต่ระบบประกันสังคมนั้นมีการจ่ายสมทบ 3 ฝ่าย ลูกจ้าง นายจ้าง และรัฐ ซึ่งระบบก็มีการบริการเพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม

เรื่องต่อมาสุขภาพที่เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร พ.ศ. 2560 ที่บังคับใช้เมื่อ 6 เมษายน 2560 ที่ผ่านมา โดยในมาตรา 55 ได้ระบุไว้ชัดเจนว่า

“รัฐต้องดําเนินการให้ประชาชนได้รับบริการสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพอย่างทั่วถึง เสริมสร้างให้ ประชาชนมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค และส่งเสริม และสนับสนุนให้มีการ พัฒนาภูมิปัญญาด้านแพทย์แผนไทยให้เกิดประโยชน์สูงสุด บริการสาธารณสุขตามวรรคหนึ่ง ต้องครอบคลุมการส่งเสริมสุขภาพ การควบคุม และป้องกันโรค การรักษาพยาบาล และการฟื้นฟูสุขภาพด้วย รัฐต้องพัฒนาการบริการสาธารณสุขให้มีคุณภาพและมีมาตรฐานสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง” นอกจากนั้นในมาตรา 258 หมวด ช. ด้านอื่น ๆ (4) ยังระบุอีกว่า “ปรับระบบหลักประกันสุขภาพให้ประชาชนได้รับสิทธิและประโยชน์จากการบริหารจัดการ และการเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพและสะดวก ทัดเทียมกัน” ซึ่งความจริงคือยังมีปัญหา และมีการปรับระบบสุขภาพให้มีประสิทธิภาพและให้ประชาชนได้รับการบริการที่ดี และเข้าถึงการบริการสุขภาพ

หลักการประกันสังคมเป็นการเฉลี่ยทุกข์ เฉลี่ยสุข และกระจายความเสี่ยงด้วยการช่วยกันจ่ายเงิสมทบตามรายได้ที่มีโดยจ่ายเป็นระบบเปอร์เซนต์ที่เป็นอยู่ และต้องคำนึงถึงการปฏิรูป ตามหลากการตามรัฐธรรมนูญใหม่ และหลักการจ่ายเงินสมทบร่วมกัน และหลักการภาษีอากรที่ต้องจ่ายภาษีร่วมกันทุกคน เมื่อมีการเสนอปฏิรูประบบภาษีที่เสนอให้มีการจัดเก็บเพิ่มแต่เสียงของการไม่ให้ปรับขึ้นของนายทุนในการคัดค้าน

นายธีระวิทย์ วงศ์เพ็ชร คณะกรรมการประกันสังคม ฝ่ายลูกจ้าง กล่าวว่า การที่เข้าไปเป็นบอร์ดประกันสังคมเป็นผู้แทนฝ่ายลูกจ้างเข้าไป ประกันสังคมถือเป็นองค์กรที่มีเงินกองทุนขนาดใหญ่ และต้องการที่จะมีการปรับปรุงด้านการบริหารจัดการกองทุนให้ประกันสังคมเป็นองค์กรอิสระ เข้าถึงการบริการ อำนาจต่างๆ การมีส่วนร่วม  ทิศทางการลงทุน และพอเข้าไปก็ทราบว่า บอร์ดมีหน้าที่รับฟังและยกมือเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ข้อเสนอต่างๆ เพื่อไปสู่ความยั่งยืนและมั่งคั่งของกองทุนในอนาคตต่อไปมาอย่างต่อเนื่อง แน่นอนการขับเคลื่อนที่ผ่านมาของเครือข่ายผู้ใช้แรงงานเพื่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนในเรื่องต่างๆมา จากการต่อสู้ของผู้ใช้แรงงานทั้งนั้น เพื่อให้เกิดการแก้ไข ไม่ได้เกิดจากความเสน่หาของภาครัฐ ซึ่งไม่แตกต่าง จากกฎหมายอื่นๆ เช่น กฎหมายสหกรณ์ กฎหมายสิ่งแวดล้อม กฎหมายทรัพยากรธรรมชาติ เป็นต้น แต่ แน่นอนการปรับเปลี่ยนทั้งระบบมิใช่เรื่องง่าย

ทั้งเรื่องการเพิ่มสิทธิประโยชน์ทุกอย่างนั้นมาจากการเรียกร้อง ขับเคลื่อนจากภายนอก นโยบายต่างๆจะถูกเสนอโดยกองเลขาประกันสังคมเข้าสู่การประชุม บอร์ดมีหน้าที่รับรอง หรือไม่รับรอง และซึ่งปีหน้าที่จะมีการเกษียณอายุ เมื่อครบอายุ 55 ปี จะได้รับสิทธิบำนาญ เป็นเมื่ออายุ 60 ปี ซึ่งทางประกันสังคมจะไม่จัดเก็บเงินสมทบในช่วง 5 ปีที่ต้องนอนรอใช้สิทธิบำนาญชราภาพ ถามว่า ระหว่างที่เกษียณอายุ 55 ปี อีก 5 ปีที่ไม่ได้สิทธิประกันสังคมกรณีบำนาญจะใช้ชีวิตอยู่อย่างไร ซึ่งผู้ประกันตนที่จะเกษียณอายุหลังจากนี้ได้รับผลกระทบแน่นอน การรักษาทางการแพทย์ที่มีความเสียหายจากการรักษาพยาบาลซึ่งประกันสังคมไม่มี แต่สปสช.มีเงินกองทุนตรงนี้ และมีการขับเคลื่อนว่าให้มีเงินตรงนี้โดยการจะนำเงินที่เป็นกองทุนในการรักษาพยาบาลมากองเป็นกองทุนแต่ว่าทางโรงพยาบาลไม่ยินยอมด้วยเงินค่าหัวน้อยอยู่แล้ว และเมื่อยังตกลงกันไม่ได้คณะกรรมการแพทย์จึงยังไม่ได้มีการประกาศออกมายังชะลอเพื่อปรับปรุง ซึ่งอะไรที่ไม่ได้ประโยชน์นายจ้าง แพทย์ก็จะไม่เสนอ แต่อะไรที่เป็นผลประโยชน์เขาก็เสนอ แตกต่างกับผู้ประกันตนอย่างเราที่ต้องเสนอให้มีการปรับปรุงด้านสิทธิประโยชน์ แต่ปัญหาที่มีต้องขับเคลื่อนเพื่อให้ได้รับสิทธินั้น อย่าหวังว่ารัฐจะจัดให้ ประสบการณ์ทำให้เห็นว่า สิ่งที่ได้มาซึ่งสิทธิต้องมีการขับเคลื่อนผลักดันหากไม่มีการขับเคลื่อนก็ไม่ได้รับสิทธิแน่นอน บอร์ดทำหน้าที่ในการีบรองหรือไม่เท่านั้น ซึ่งต้องดูผลประโยชน์ผู้ประกันตนเป็นที่ตั้ง 

พล.ท.นพ.ศิริชัย รัตนวราหะ อดีตกรรมการกองทุนเงินทดแทนชุดที่ 9 กล่าวว่า การดูแลสุขภาพของคนอื่นที่คุณหมอต้องเสียชีวิตที่บุรีรัมย์ที่เสียชีวิตด้วยการทำงานเกินกำลัง ก็เป็นการเสียชีวิตในการทำงาน การเกิดโรคจากการทำงานเกิดขึ้นมากเรื่อย มีการทำงานเกินเวลา งานล่วงเวลาที่มากขึ้น ด้วยโรงพยาบาลรัฐบาลที่ทำงานหนักมากต้องดูแลผู้ป่วยทั้ง 3 กองทุน ซึ่งส่วนใหญ่ก็ป่วยหนัก เป็นการทำงานที่หนักมาก และการที่ตรวจคนป่วยมีเวลาไม่เกินคนละ 3 นาทีเท่านั้น เพราะมีคนป่วยที่รอการตรวจจำนวนมาก ซึ่งหากมีการลาออกตามที่พยาบาลเรียกร้องหากไม่ได้รับการตอบสนองจากภาครัฐที่เสนอเรื่องการบรรจุ อาจทำให้เกิดผลกระทบกับระบบอย่างมากหากกล่าวถึงกองทุนเงินทดแทนที่นายจ้างต้องจ่ายเงินเข้ากองุทนเพื่อดูแลแรงงานที่เจ็บป่วยเนื่องจากการทำงาน และกฎหมายกองทุนเงินทดแทนได้มีแนวคิดและออกกฏหมายให้มีการตรวจสุขภาพตามอัตราความเสี่ยงในการทำงานในสมัยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานอุไรวรรณ เทียนทอง และมีการกำหนดให้มีแพทย์ในสถานประกอบการ และมีพยาบาล มีห้องพยาบาล และรถนำส่งโรงพยาบาลหากฉุกเฉิน ซึ่งมีกฎหมายกำหนดไว้แล้ว แต่การปฏิบัตินั้นเป็นอย่างไร การประกันสังคมที่มีการทำสัญญาต่อโรงพยาบาลเอกชน และเมื่อมีการเข้ารับการรักษาจำนวนมากโรงพยาบาลก็ยกเลิกสัญญาต่อสำนักงานประกันสังคม และผู้ประกันตนก็กระทบต้องย้ายโรงพยาบาล เป็นต้น แนวคิดของตนตามรัฐธรรมนูญ ฉบับปัจจุบันเรื่องที่จะทำให้ทุกคนเข้าถึงบริการด้านสุขภาพ แบบเท่าเทียมกัน ซึ่งตนอยากให้มีการเข้าถึงบริการสุขภาพในชุมชน แต่คนทำงานอยู่ในโรงงาน ที่มีการทำงานล่วงเวลาและพบว่า มีประเด็นปัญหาด้านสุขภาพ จนอยากให้ทุกคนเข้าถึงบริการด้านสุขภาพ แต่แรงงานส่วนใหญ่ไม่ได้เข้าถึงบริการด้วยไม่ทราบสิทธิ ซึ่งอยากให้สถานประกอบการมีแพทย์ประจำโรงงานด้วยเพื่อการดูแลพื้นฐานด้านสุขภาพ ซึ่งต้องมีความเชี่ยวชาญด้านอาชีวอนามัย อยากให้กระทรวงแรงงานเข้าไปดูแลสิทธิขั้นพื้นฐานให้ผู้ใช้แรงงานได้เข้าถึงบริการทางการแพทย์เพื่อการป้องกัน หากดูประกาศการตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยงในการทำงาน ซึ่งเราก็ไม่สามารถที่จะควบคุมคุณภาพได้ก็มีบริษัทที่ไปให้บริการเรื่องการตรวจสุขภาพซึ่งก็มีการขายคอร์ดการตรวจซึ่งตรงนี้ก็อาจไม่ครบตามที่กำหนดหรือว่าคุณภาพการตรวจเป็นอย่างไร เช่นแรงงานที่ทำงานในสถานประกอบการที่กระทบด้านเสียงที่เกินมาตรฐาน และแรงงานก็ไม่ยอมป้องกันตัวเองตามที่เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยบังคับให้ใส่ หรือนายจ้างเอง อาจจัดอุปกรณ์ไม่ได้คุณภาพ ผลกระทบแบบนี้ก็มีการฟ้องร้องนายจ้างก็ต้องรับผิดชอบ แต่จำนวนมากลูกจ้างจะมองว่า เป็นเวรเป็นกรรมกลับไปบ้านต่างจังหวัดอยู่ไปตามยถากรรม

เรื่องที่จะนำเสนอคือแพทย์ปฐมภูมิ เริ่มแรกคือการพัฒนาห้องพยาบาล ทำอย่างไรให้พยาบาล หรือแพทย์ที่เข้าไปทำงานในห้องพยาบาลประจำโรงงานได้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นมีการใช้ระบบเทคโนโลยี ตามระบบการสื่อสารแบบ 4.0 ได้ โดยการนำข้อมูลที่ตรวจตามปัจจัยเสี่ยงเมื่อเกิดความเสี่ยงด้านสุขภาพ การแนะนำในการดูแลสุขภาพเบื้องต้น มีการประสานการทำงานร่วมกัน กับกรมสวัสดิการคุ้มครองแรงงาน และประกันสังคม เพื่อให้มีการตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยง และระบบโรงงานมีความเสี่ยงอย่างไรบ้างซึ่งต้องเป็นหน้าที่ของพนักงานตรวจแรงงาน ซึ่งหากมีการทำงานบูรณาการกันของหน่วยงานจะทำทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นพ.กฤช ลี่ทองอิน อดีตผู้อำนวยการฝ่ายสนับสนุนระบบส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ  กล่าวว่า หากเป็นผู้ประกันตน ครอบครัวไม่ได้เป็นผู้ประกันตนก็คือผู้ใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพ การใช้สิทธิสปสช.สามารถย้ายการใช้สิทธิได้ ณ หน่วยบริการที่ใช้สิทธิย้ายได้ปีละ 4 ครั้ง และหากมีการเรียกเก็บเงินโทรได้ที่ 1330  เพื่อการดำเนินการร้องเรียน เพื่อให้มีการแก้ไขปัญหา ในเรื่องการรักษาพยาบาลไม่ครอบคลุมประกันสังคม สปสช. ที่ดูแลผู้ประกันตนคือ ส่งเสริมป้องกันโรค เช่นการฉีดวัคซีน มีการเหมาให้หน่วยบริการ ซึ่งหนวยบริการรู้ผู้ประกันตนไม่ทราบก็ไม่ได้รับบริการและหน่วยบริการไม่เข้าไปให้บริการผู้ประกันตนก็ไม่ได้รับการบริการ เพราะว่า ต้องทำงานในสถานประกอบการซึ่งก็ไม่มีใครมารับ แม้มีงบประมาณ หน่วยบริการสาธารณสุขมีจำนวนมากแต่ว่า การบริการไม่มีประสิทธิภาพ เช่น กรณีบริษัทฮิตาชิที่นายจ้างต้องการให้ตรวจมะเร็งปากมดลูกแต่ว่า ตรวจได้วันละ 40 คน ใช้เวลาในการตรวจนานทำให้นายจ้างเองก็ต้องคิดหนักเป็นปัญหาภาระในการขาดคนทำงานจึงทำให้แรงงานหญิงเข้าไม่ถึงบริการ ข้อเสนอการจ่ายเงิน 13,000 บาทเป็นเงินขวัญถุงในผู้ประกันตนได้หรือไม่ ซึ่งช่วงรัฐบาลได้มีการประกาศว่า ฝากครรภ์ทุกที่ฟรีทุกสิทธิ แต่ว่าไม่ได้มีความชัดเจนในกฏหมายหากว่าเป็นเช่นนั้นผู้ประกันตนก็ต้องได้สิทธิคลอดบุตรฟรีเช่นกัน แล้วให้เงินที่เป็นค่าคลอดบุตร 13,000 บาทเป็นเงินขวัญถุง แต่เมื่อเก็บข้อมูลพบว่า ผู้ประกันตนใช้บริการเอกชน ไม่ได้ใช้บริการของระบบสปสช. ก็จะถูกเก็บเงิน แต่พบว่าร้อยละ 40 ที่ใช้บริการของสปสช.ก็ถูกเก็บเงิน แต่ไม่ได้ลงรายละเอียดว่าเสียค่าบริการด้วยเหตุใด 70 ครั้งจ่าย และแต่ 30 ครั้งไม่ต้องจ่าย ซึ่งไม่ทราบว่า เก็บเงินตรงกับสิทธิบริการฟรี หรือนอกเหนือนั้น สิทธิประโยชน์ตามสปสช.นั้นมีการกำหนดไว้กว้างมาก เรื่องการตรวจสุขภาพ ซึ่งคงต้องมีการกำหนด การส่งเสริมป้องกันก็ดูว่าไม่เป็นอะไรก็ไม่ไป คนที่ป่วยเท่านั้นที่ไปโรงพยาบาล แต่ตอนนี้มีการออกหน่วยเพื่อไปส่งเสริมป้องกันในหลายเขต โดยสปสช.ไปร่วมกับหน่วยบริการในการออกไปบริการ แต่เมื่อออกไปแล้วการให้บริการได้ร้อยก็ต้องคืนสิทธิ และมีการทำงานร่วมกับกลุ่มสหภาพแรงงานในการให้ความรู้ส่งเสริมป้องกัน ภาคตะวันออกก็มีคุณสมพร ขวัญเนตร คุณไพฑรูย์ บางหลง ที่มีการลงไปส่งเสริมให้ความรู้เรื่องมะเร็งปากมดลูก การตรวจสุขภาพจ่ายเงินปีละหมื่นบาทไม่ได้ช่วยอะไร ตรวจไปก็ซ้ำๆทุกปี ตรวจแล้วคุ้มค่าหรือไม่ สปสช. การตรวจสุขภาพดูตั้งแต่ไม่ป่วยเพื่อดูความเสี่ยง มีการตรวจเพื่อการรักษา และการตรวจสุขภาพไม่จำเป็นต้องเข้าMRI ตรวจเลือดอย่างเดียวอาจเป็นการใช้การตรวจด้วยแบบทดสอบดูเรื่องความเสี่ยงก็ได้เช่นกัน

นางนงศ์ลักษณ์  กอวรกุล ผู้อำนวยการกลุ่มงานคุ้มครองสิทธิทางการแพทย์ สำนักจัดระบบบริการทางการแพทย์ ผู้แทนสำนักงานประกันสังคม กล่าวว่า หลักจากมีพ.ร.บ.ประกันสังคม การออกแคมเปญในการตรวจสุขภาพเพื่อการคัดกรองด้านสุขภาพ เพื่อการส่งเสริมป้องการด้านสุขภาพ การฉีดวัคซีนพื้นฐานมีอยู่แล้วแต่หากมีเรื่องไข้หวัดใหญ่ก็จะมีการกำหนดเรื่องอายุเพื่อการรับบริการ และการตรวจสุขภาพที่มีการกำหนดนั้นมีการตรวจสุขภาพตามความจำเป็น ซี่งกำนหดเป็นมาตรฐานตามความเสี่ยงของอายุๆ จะมีความเสี่ยงเรื่องโรคที่ต้องมีการตรวจ ทางประกันสังคมได้เข้าไปดูเรื่องสิทธิประโยชน์ขั้นพื้นฐานตามสิทธิของสปสช. อยู่แล้ว 

นอกจากนี้รัฐธรรมนูญมีการกำหนดสิทธิมีนโยบายด้านสาธารณสุข เมื่อประกันสังคมเข้าไปมีส่วนในการทำงานด้วยประกันสังคมเอง และหน่วยงานสปสช.ด้วย การดูแลผู้ประกันตนก็จะมีการดูแลซึ่งในส่วนของต่างจังหวัดก็ต้องมีการให้ผู้ประกันตนเข้าถึงสิทธิมากขึ้น หากหน่วยบริการอย่างอนามัยประจำตำบลจะดูแลผู้ประกันตนก็ได้ด้วยต่างจังหวัดมีการบริการโรงพยาบาลของรัฐเท่านั่น สถานีอนามัยประจำตำบล จากปี2544 มีผู้ประกันตน 6 ล้านคน  ตอนี้มีผู้ประกันตน 12 ล้านคน และขณะนี้โรคเรื้อรัง โรคความดัน 2.7 แสนกว่าราย ไตวายเรื้อรังก็สูงขึ้น และป่วยในอายุที่ต่ำกว่า 30 ปี มีสถิติที่ป่วยเป็นความดันโลหิตสูง ความรุนแรงที่จะบาดเจ็บแล้วตายสูงขึ้น ภายใต้การป่วยเนื่องจากงานลดลง และการตรวจสุขภาพจะทำให้การลดการป่วยเรื้อรังลดลง เป็นการรณรงค์เพื่อลดโอกาสในการเจ็บป่วยด้วยโรคเหล่านี้ การบริการต้องมีการพัฒนาการบริการระบบเพื่อให้ผู้ประกันตนเข้าถึงสิทธิมากขึ้น และมีการนำผลจองการใช้บริการมาประเมินมากขึ้น ซึ่งได้มีการนำผลการตรวจมาวิเคราะห์เรื่องความเสี่ยงเพื่อให้ผู้ประกันตนปรับพฤติกรรมของตนเอง และโรงพยาบาลหลักที่ให้บริการก็มีการตรวจเพื่อให้มีโรงพยาบาลต้นแบบ และมีการทำโครงการเพื่องบประมาณสนับสนุนโรงพยาบาล โดยโรงพยาบาลที่เข้าโครงการ 40 แห่ง ในการตรวจสุขภาพแล้วกรอกเป็นข้อมูลเพื่อติดตามประเมินผล หากมีความร่วมมือที่ดีกคิดว่าจะเพิ่มเป็น 200 แห่ง และมีการจ้างที่ปรึกษาไปวิเคราะห์ เพื่อทราบว่าต้องส่งเสริมไปที่หน่วยงานไหนบ้างเช่นการบริการด้านความปลอดภัยในการทำงาน และการเชื่อมโยงกับทางสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขาพ (สสส.)อย่างไร ทิศทางการปฏิรูปสาธารณสุข ไม่ใช่การไปทำให้ผู้ประกันตน แต่ต้องการให้ผู้ประกันตนมีความรู้ในการดูแลสุขภาพ ทำให้หน่วยงานไม่ต้องไปทำอะไรมาก ทำเพียงแต่การส่งเสริมป้องกันโรคเป็ทิศทางการทำงานร่วมกัน

ต่อมาช่วงบ่ายได้มีการอภิปรายแลกเปลี่ยน มาตรการการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค มาตรา 63 (2) สำหรับผู้ประกันตน  

นพ.อดุลย์ บัณฑุกุล ผู้แทนคณะกรรมการการแพทย์ ประกันสังคม กล่าวว่า การส่งเสริมสุขภาพแนวนโยบายอย่างไรที่เรียกว่าส่งเสริมสุขภาพ ในโรงงานมีแนวคิดในการส่งเสริมสุขภาพแบบไหน หรือไม่ ซึ่งการส่งเสริมสุขภาพตองมีการสร้างการส่งเสริม เช่นมีการสร้างพื้นที่ในการ ออกกำลังกาย มีสิ่งอำนวยความสะดวกใกล้บ้าน โรงงาน นายจ้างต้องส่งเสริมด้วย สำนักงานประกันสังคมก็ต้องอำนวยให้เกิดการส่งเสริมสุขภาพ บรรยากาศโดยรอบที่ต้องมีการสร้างให้เกิอแรงบรรดาลใจ ซึ่งที่พบคือพื้นที่ในโรงงานก็น้อย และอาหารก็ไม่ใช่อาหารที่ส่งเสริมด้านสุขภาพ ทั้งในโรงอาหาร หรือว่ารอบบริเวณรอบโรงงานที่ไม่เอื้อต่อการส่งเสริมด้านสุขภาพ การดื่มเหล้า สูบบุหรี่ซึ่งเหล่านี้เป็นการทำลายสุขภาพ การที่จะได้ผลผู้ประกันตนต้องป้องกันตัวเองด้วยและสถานประกอบการเองก็ต้องมีแนวนโยบายส่งเสริมสุขภาพและเอื้ออำนวยความสะดวกด้วยเช่นกัน

นางสาวอรุณี ศรีโต กรรมการประกันสังคม กล่าวว่ามาตรการการส่งเสริมสุขภาพผู้ใช้แรงงาน และผู้ประกันตนจะทราบอย่างไร เรื่องสิทธิประโยชน์ใหม่ๆที่มีการบังคับใช้อย่างการตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อการส่งเสริมป้องกัน จะรู้ได้อย่างไร และจะทำอย่างไรให้คนงานทำงานเวลาน้อยลง ไม่ใช่ทำงานเป็นลิง สมัยนี้ต่างกับสมัยอดีตมาก เพระอดีตจะมีหอพักมีการพูดคุยกัน ซึ่งอดีตคนงานมีเวลาทำอาหารถามกันเรื่องทุกข์สุข การกินการอยู่ ปัจจุบันแรงงานทำงานเวลา 08.00-20.30 น. ทำงานถึงบ้าน เวลา 21.00 น. การทำงานของคนปัจจุบันออกจากงานก็ขับรถกลับบ้าน เอาเวลาไหนในการศึกษาหาความรู้กัน

การป้องกันด้านความปลอดภัยในการทำงานมีเพียงผ้าปิดจมูก ซึ่งก็ไม่ทราบว่า ป้องกันหรือไม่ การส่งเสริมสุขภาพทางบริษัทให้คนงานมาก่อนเวลาตั้งแต่เวลา 07.30 น.เพื่อออกกำลังกายเพื่อความแข็งแรงครึ่งชั่วโมง ซึ่งดีจริงหรือไม่เพราะว่า การทำงานที่มากชั่วโมงเป็นประเด็นด้านสุขภาพมีผลกระทบหรือไม่ ทำอย่างไรให้แรงงานทำงานน้อยลง มีเวลาพักผ่อนดูแลสุขภาพมากขึ้น

ดร.ยุพดี ศิริสินสุข กรรมการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า สิทธิประโยชน์ประกันสังคม สิทธิแค่ไหน และเท่าไรถึงเพียงพอ การตรวจสุขภาพที่เป็นหลักการส่งเสริมสุขภาพนั้นเป็นประโยชน์หรือไม่ คิดว่า การตรวจสุขภาพเพื่อให้รู้ว่า เป็นโรคอะไรเพื่อการรักษา ซึ่งการตรวจสุขภาพจึงไม่ใช่เรื่องดี แต่หลายคนที่มองว่า การตรวจสุขภาพเยอะๆเพราะประกันสังคมมีเงิน โดยมองว่า อีกสองสิทธิ นั้นไม่มีเงินก็ตรวจน้อยหน่อย ก็เป็นการสร้างความไม่เท่าเทียมกันในสังคม  โดยการตรวจสุขภาพขอแบ่งเป็นชั้นๆ ตอนนี้ชั้นแรกพื้นฐานผู้หญิงทุกคนได้รับการตรวจสุขภาพพื้นฐาน และในสถานประกอบการก็ต้องมีการตรวจสุขภาพตามความเสี่ยงในการทำงาน และอีกชั้นคือนายจ้างมีการซื้อประกันชีวิตรวมตรวจสุขภาพอีก และชั้นต่อมาแรงงานมีเงินก็ซื้อประกันชีวิตอีกในการดูแลตัวเอง ซึ่งคนที่ได้ประโยชน์คือ โรงพยาบาลเอกชน การที่จะดูแลชั้นสุขภาพควรมีการซื้อระบบสิทธิประโยชน์ที่เรียกถึงชั้นพรีเมี่ยมด้วยขึ้นไป ส่วนสิทธิประโยชน์ขั้นพื้นฐานอยู่ที่หลักประกันแล้ว ในสิทธิบัตรทองประเด็นการบริหารจัดการที่ทำอย่างไรให้เข้าถึง และสอดคล้องกับวิถีชีวิตของเราเพื่อการติดตามระบบมีการร่วมติดตามประเมินผล

นายวาทิน หนูเกื้อ ทนายความแรงงาน กล่าวว่า เรื่องสุขภาพแนวคิดว่าทำไมมีแนวทางในการส่งเสริมป้องกันสุขภาพ คนไหนได้รับการส่งเสริมป้องกัน ทำให้เกิดความแข็งแรง ไม่ต้องเข้าโรงพยาบาล การส่งเสริมสุขภาพไม่ต้องรักษา โรงพยาบาลขอเพิ่มเมื่อมีการเพิ่มสิทธิประโยชน์ เช่นวัตซีนก็ไม่เคยเรียกให้คนงานไปฉีดเพื่อป้องกันแทนการรักษาแม้เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานด้วย และการเข้าถึงสิทธิการรักษา นิสัยคนไทยคือไม่ป่วยไม่ไปหาหมอ ไม่ไปตรวจเพื่อการรักษา อันนี้คือ นิสัยคนไทยทั่วไป และการตรวจสุขภาพโรงพยาบาลต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพ ต้องเข้าไปส่งเสริมการตรวจสุขภาพเพื่อให้มีการดูแลป้องกันเพราะเป็นสิทธิ ต้องมีการเข้าไปดูแลให้เกิดการส่งเสริมป้องกัน การส่งเสริมการออกกำลังกายเป็นเรื่องที่ดีเพื่อสร้างสุขภาพที่แข็งแรงให้กับคนงาน ซึ่งตรงนี้นายจ้างต่างมองว่า เป็นประโยชน์โดยหากมีร่างกายแข็งแรงไม่เจ็บป่วยไม่ต้องหาหมอ ไม่ลาป่วยงานก็เดินหน้า คือต้องเข้าถึงสิทธิ เปลี่ยนนิสัย และส่งเสริมด้านสุขภาพ

นางอรพิน วิมลภูษิต ผู้จัดการแผนงานพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงาน กล่าวว่า นโยบายส่งเสริมป้องกันโรค เราอยู่ภายใต้นโยบายกฎหมาย 5 ฉบับ ที่เกี่ยวข้องกับคนทำงาน ตั้งแต่ส่งเสริมป้องกัน รักษา และฟื้นฟู เราเรียกร้องสิทธิแต่ไม่รู้ว่าสิทธิที่มีคืออะไร ทางสสส.มีการส่งเสริมด้านสิ่งแวดล้อมในการทำงาน หากไม่สร้างก็ไม่เอื้อต่อการส่งเสริมด้านสุขภาพการทำงาน รูปแบบที่ต้องออกแบบคือการให้บริการ แรงงานไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วม ต่อมาการสร้างทักษะด้านสุขภาพ เช่นเรื่องเหล้า บุหรี่ ด้วยแรงงานเครียด มีการดื่มและมีปัญหาด้านสุขภาพจิตคือ เครียด ซึ่งอันนี้อยู่ที่ใจ ต้องสร่างทักษะด้านสุขภาพต้องสร้างกลุ่ม และชุมชนที่เข้มแข็งในการออกแบบจัดการ เช่นบอกว่าพื้นที่นี้ห้ามดื่ม หรือสูบบุหรี่  รูปแบบการสร้างเสริมสุขภาพเราจะมีส่วนร่วมอย่างไร เพราะเรามักมองแค่ผู้บริการ และไปรับบริการแต่เราต้องมีส่วนร่วมในการจัดระบบสวัสดิการด้านการส่งเสริมสุขภาพ

นักสื่อสารแรงงาน รายงาน