Home » บทความ

แผ่นดินไหวภัยพิบัติสึนามิ ญี่ปุ่น ถล่มภาคอุตหากรรมในไทยน่วม

30 April 2011 No Comment

คลื่นยักษ์สึนามิและ   แผ่นดินไหวในประเทศญี่ปุ่นส่งผลกระทบอย่างรุนแรงในภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิคส์
 
จากเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิและแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่นไม่เพียงแต่สร้างความสูญเสียให้กับประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น  เหตุการณ์ในครั้งนี้ ยังส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง  ไปยังประเทศต่าง ๆ  ทั้งในส่วนของภาคอุตสาหกรรมยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์
 
เนื่องจากเหตการณ์ดังกล่าว  ได้ส่งผลให้บริษัทต่างๆผู้ผลิตรถยนต์ และอไหล่ ชิ้นส่วนยานยนต์  รวมไปถึงบริษัทชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์  มีปัญหาในการผลิต   บ้างก็เกิดจากผลกระทบเนื่องจากบริษัทแม่ตั้งอยู่ในพื้นที่ประสพภัย โดยตรง แต่บางบริษัท ไม่ได้อยู่ในพื้นที่  แต่บริษัทซัพพลายเออร์บางบริษัทที่ได้รับผลกระทบมาผลิต   ดังนั้นเหตุการณ์ดังกล่าวจึงเปรียบเสมือนโดมิโน ที่มีผลกระทบไปตามๆ กัน
 
ในประเทศไทยก็เช่นกัน  เพราะนับเป็นประเทศที่มีฐานการผลิตในด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ และอิเล็กทรอนิคส์เป็นส่วนใหญ่ โดยการรับจ้างผลิตจากบริษัทแม่ในประเทศญี่ปุ่น  ผลกระทบจึงเห็นได้ชัดมากกว่าอุตสาหกรรมอื้น ๆ  เพราะชิ้นส่วนในการประกอบรถยนต์ มีไม่เพียงพอต่อการผลิต  
 
จากเหตุการณ์ดังกล่าว  ได้ส่งผลกระทบกับภาคแรงงานเป็นอย่างมาก เพราะหลักในการแก้ปัญหา คือ การลดต้นทุนของผู้ประกอบการหากไม่มีการผลิต  ง่ายที่สุดเป็นอันดับแรกเป็นแรงงานนั่นเอง  ผู้ประกอบการมีทางออกให้กับตัวเอง และเอาตัวรอดได้เสมอ  แต่ผู้ใช้แรงงานผู้ยากไร้จะมีใครเปิดทางเลือกไว้ให้หรือเปล่าคงยาก เพราะเพียงไม่มีเหตุการณ์   ผู้ใช้แรงงานก็ถูกรังแกกดขี่อย่างเอารัดเอาเปรียบอยู่แล้ว   ยิ่งมีเหตุการณ์มาบังหน้าคงยิ่งหนักกว่าที่เป็นอยู่ ณ  ปัจจุบันหลายเท่า หลายบริษัทเริ่มที่จะนำมาตรการมาตรา  75  ให้คนงานหยุดงานชั่วคราว เพื่อลดค่าใช้จ่ายเรื่องของค่าจ้างและสวัสดิการกันซะส่วนใหญ่
    
บริษัทผลิตรถยนต์รายใหญ่หลาย ๆ บริษัทต่างไม่สามารเดินกำลังผลิตได้เต็มกำลัง อันเนื่องมาจากชิ้นส่วนนำเข้าบางตัว   ไม่สามารถส่งเข้ามายังไทยได้ หรือมาได้เพียงส่วนน้อย ซึ่งส่งผลต่อการผลิต สมารถผลิตได้เป็นบางวัน และหากิจกรรม หรืองานอื่น ๆ  เพื่อให้พนักงานมีงานทำในช่วงเวลาที่ว่าง แต่หากยังแบกรับภาระไว้ไหว  อาจต้องถึงขั้นให้หยุดงานชั่วคราว แต่ทางสภาพแรงงานหลายแห่ง ต่างมีการปรึกษาหารือร่วมกับทางบริษัท เพื่อให้ช่วยเหลือกันเอง และรักษาแรงงานไว้เนื่องจากเป็นแรงงานฝีมือทั้งนั้น
 
เหตุการณ์ในครั้งนี้ก็เป็นเหตุสุดวิสัย จากภัยธรรมชาติ  มิใช่สภาวะทางเศรษฐกิจเหมือกับครั้งที่ผ่านมา ดังนั้นมาตรการในการช่วยเหลือกันระหว่างลูกจ้างกับนายจ้าง ควรเป็นไปในทางที่ดี มิใช่การเลิกจ้าหรือ การตัดค่าแรงเพราะนั้นเท่ากับเป็นการบีบให้แรงงานสู้ภาวะนี้ไม่ไหว และกลับคืนสู่ถิ่นกำเนิดอีกครั้ง จะทำให้หาแรงงานฝีมือได้ลำบากเพราะการไม่มีงาน ไม่ใช่การไม่มียอดสั่งจอง แต่เป็นเพราะปัจจัยอื่นนั่นเอง ดังนั้นจึงควรแก้ไขให้ตรงจุด….
 
กชกร ขยันกิจ นักสื่อสารแรงงาน ศูนย์สมุทรปราการ รายงาน