แถลงจุดยืนของ สรท. ต่อคำสั่งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่ 27/2561

แถลงการณ์สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) (สรท.) เรื่อง จุดยืนของ สรท. ต่อคำสั่งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่ 27/2561 เรื่องแต่งตั้งคณะทำงานพิจารณาแผนรองรับการเปลี่ยนผ่านของ บมจ.ทีโอที บมจ.กสท โทรคมนาคม NBN และ NGDC

สืบเนื่องจากมติคณะรัฐมนตรี ที่เห็นชอบเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2560 เห็นชอบหลักการให้จัดตั้ง NBN Co. และ NGDC Co. และโอนทรัพย์สินอุปกรณ์โครงข่ายสื่อสารโทรคมนาคมไปให้ NBN Co. และ NGDC Co. ประกอบกิจการแทน จะส่งผลกระทบต่อการประกอบกิจการของบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) อย่างรุนแรง ทำให้ บมจ.ทีโอที จะไม่เหลือคุณค่าในฐานะของการเป็นผู้ให้บริการสื่อสารโทรคมนาคมอีกต่อไป ยิ่งไปกว่านั้น ความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์ของ บมจ.ทีโอที ในฐานะของบริษัทแม่ ต่อบริษัทลูก จะสะท้อนให้เห็นถึงความไม่จำเป็นที่จะต้องมี บมจ.ทีโอที ในธุรกิจอีกต่อไป

สรท. ได้ยื่นหนังสือคัดค้านหลายครั้งหลายคราว แก่ผู้รับผิดชอบการประกอบกิจการของ บมจ.ทีโอที ในระดับต่างๆ มีอาทิเช่น ประธานกรรมการกิจการสัมพันธ์ บมจ.ทีโอที กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทีโอที ประธานกรรมการ บมจ.ทีโอที ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และนายกรัฐมนตรี แต่ก็มิเป็นผล บัดนี้ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทีโอที (กจญ.) ได้จัดตั้ง NBN Co. รวมทั้งจัดทำบัญชีทรัพย์สินอุปกรณ์โครงข่ายสื่อสารโทรคมนาคมไปให้ NBN Co. เป็นที่เรียบร้อย โดยไม่ดำเนินการให้ครบถ้วน ตามมติ ครม. ที่กำหนดให้ต้องดำเนินการก่อนการจัดตั้ง NBN Co. มีอาทิเช่น ไม่ได้ดำเนินการตามข้อ 1.2 ที่ให้ ดศ. กำกับดูแล บมจ.ทีโอที และ บมจ.กสท โทรคมนาคม ให้ส่งแผนการปรับเปลี่ยนธุรกิจและแผนความคุ้มครองผู้ใช้บริการเสนอคณะกรรมการ กสทช. พิจารณาเห็นชอบ และภายหลังการจัดตั้ง NBN Co. และ NGDC Co. จะต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมจากคณะกรรมการ กสทช. ต่อไป ตามความเห็นของสำนักงาน กสทช. และยังไม่ได้ดำเนินการอีกหลายขั้นตอน เป็นต้น

การดำเนินการของ กจญ. ที่ไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ในมติ ครม. ก่อนการจัดตั้ง NBN Co. รวมทั้งการนำทรัพย์สินอุปกรณ์โครงข่ายสื่อสารโทรคมนาคมไปโอนให้ NBN Co. ทั้งๆ ที่ ทรัพย์สินอุปกรณ์โครงข่ายสื่อสารโทรคมนาคมนั้น เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ บมจ.ทีโอที รับโอนสิทธิการใช้ตามกฎหมายทุนรัฐวิสาหกิจ จากองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย เพื่อใช้ในการประกอบกิจการแต่เพียงผู้เดียว มิอาจโอนให้นิติบุคคลอื่นใดได้ เข้าข่ายการกระทำความผิดมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติ ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502  ผู้ใดเป็นพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ในขณะนี้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้รับทราบการดำเนินการที่ไม่ครบถ้วนตามมติ ครม. ดังกล่าวของ กจญ. รวมทั้งกระแสการคัดค้านของพนักงาน บมจ.ทีโอที ทั่วประเทศ ที่ลุกขึ้นมาสวมชุดดำ คัดค้านการโอนทรัพย์สินอุปกรณ์โครงข่ายสื่อสารฯ ของ บมจ.ทีโอที ไปให้ NBN Co. และผู้บริหารระดับสูงที่ดูแลงานให้บริการลูกค้า ได้ให้ความเห็น อธิบายผลกระทบต่อคุณภาพการให้บริการที่แย่ลง หากมีการโอนทรัพย์สินอุปกรณ์โครงข่ายสื่อสารฯ เช่น อุปกรณ์ ODN และ OLTของ บมจ.ทีโอที ไปให้ NBN Co. รวมทั้งปัญหาการประสานงานระหว่าง บมจ.ทีโอที กับ NBN Co. ที่ยังไม่เคยกำหนดกระบวนการทำงานร่วมกันเลย ดังนั้น กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมจึงได้ออกคำสั่งที่ 27/2561 เรื่องแต่งตั้งคณะทำงานพิจารณาแผนรองรับการเปลี่ยนผ่านของ บมจ.ทีโอที บมจ.กสท โทรคมนาคม NBN และ NGDC

สรท. มีความเห็นว่า เจตนารมณ์ของการออกคำสั่งดังกล่าว เป็นการยืนยันปัญหาที่เกิดจากการดำเนินการไม่ครบถ้วนตามมติ ครม. ก็เลยดำริจะตั้งคณะทำงานเพื่อแก้ปัญหาทำให้ครบขั้นตอน เหมือนการให้สัตยาบันไปรับรองการกระทำที่ไม่ครบถ้วนนั้น จะถือว่าเป็นการทำให้หลักกฎหมายเพี้ยนไป สรท. เห็นว่า การฝ่าฝืนกฎหมายกับการกระทำไม่ครบถ้วนเป็นคนละเรื่องกัน ในขณะนี้ กจญ. ได้กระทำการที่เข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมาย ดังนั้น หากจะดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย ต้องเริ่มต้นด้วยขั้นตอนที่ หนึ่งใหม่หมด ไม่ใช่เกิดปัญหาด้วยการตั้งคณะทำงาน

สรท. ยังคงยืนยันว่า การปรับปรุงประสิทธิภาพและลดการซ้ำซ้อน ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีการจัดตั้งบริษัทใหม่ และการตั้งบริษัทใหม่นั้น ผู้ที่มีผลได้ผลเสีย ที่เป็นพนักงานส่วนใหญ่และผู้บริหารหลายท่าน ได้ออกมาแสดงความเห็นคัดค้านและนำเสนอแนวทางอื่นให้พิจารณาแล้ว นอกจากนี้ สรท. ยังคงยืนยันเจตนารมณ์ ตามที่ได้มีหนังสือเรียนปลัดกระทรวง ดศ. เพื่อพิจารณาไว้แล้ว ดังนี้

  • ยกเลิกแนวทางการฟื้นฟู บมจ.ทีโอที ด้วยการแยกทรัพย์สินของ บมจ.ทีโอที ไปไว้ที่ NBN Co., NGDC Co.
  • ขอให้พิจารณากำหนดแผนธุรกิจ (Business Model) ของ บมจ.ทีโอที เป็นผู้ให้บริการโครงข่ายบรอดแบนด์แห่งชาติ แทนการแยกทรัพย์สินไปไว้ในบริษัทลูก NBN Co. โดยให้ บมจ.ทีโอที มีพันธกิจในการสร้างโครงข่าย บรอดแบนด์ภายในประเทศ เพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานรองรับความมั่นคงของประเทศ และการพัฒนาประเทศเข้าสู่สังคมดิจิทัลด้วยนโยบาย Thailand 4.0 และให้มีพันธกิจในการให้บริการเพื่อประโยชน์แก่สังคมโดยรวม เช่น การสร้างโครงข่ายให้บริการแก่ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลความเจริญ ที่ไม่มีการแข่งขันในการให้บริการระหว่างผู้ให้บริการรายอื่นๆ การให้ บมจ.ทีโอที สร้างโครงข่าย USO Net แทนการให้ กสทช. ทำการประมูลจัดหาผู้ที่จะให้บริการในพื้นที่ห่างไกลความเจริญ เป็นต้น
  • ในการกำหนดแผนฟื้นฟู บมจ.ทีโอทีขอให้ สรท. และพนักงาน บมจ.ทีโอที ได้มีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นและนำเสนอแนวทาง เพื่อให้ได้แผนฟื้นฟู บมจ.ทีโอที ที่ตกผลึกจากทุกฝ่ายแบบไตรภาคี อันประกอบด้วย ผู้แทนรัฐ ฝ่ายบริหาร และสหภาพแรงงาน ในสัดส่วนที่เท่าๆ กัน
  • NBN Co. ที่จัดตั้งขึ้น ขอให้ทำหน้าที่รับงานสร้าง/ขยายโครงข่ายเส้นใยแก้วนำแสง ซึ่งเป็นเนื้องานที่มีความจำเป็น หากรัฐบาลต้องการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน (โครงข่ายสื่อสารบรอดแบนด์) ให้ครอบคลุมพื้นที่ของประเทศให้มากกว่า ๙๔% ในระยะเวลาอันรวดเร็ว เพื่อขับเคลื่อนนโยบาย Thailand 4.0 ทั้งนี้ โครงข่ายเส้นใยแก้วนำแสงที่สร้างขึ้น หากเป็นสื่อสัญญาณสำหรับการสื่อสารภายในประเทศ ให้ บมจ.ทีโอที ครอบครองและใช้ประโยชน์ เพื่อให้บริการบรอดแบนด์ อันเป็นประโยชน์สาธารณะที่ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงและใช้บริการอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม เป็นพันธกิจของรัฐที่ต้องจัดหา/จัดให้มีแก่ประชาชนของประเทศ ที่มิใช่เพื่อการแข่งขัน

หากกระทรวง ดศ. และรัฐบาลเห็นด้วยตามข้อเสนอข้างต้น สรท. ก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือเพื่อช่วยกันสร้าง บมจ.ทีโอที ให้มีความเข้มแข็ง สามารถให้บริการแก่ประชาชนอันเป็นทางเลือกให้แก่ประชาชนในการใช้บริการสื่อสารฯ และสร้างดุลอำนาจมิให้เอกชนเข้ามาแสวงหาผลกำไรในธุรกิจด้วยการตั้งราคาค่าบริการที่แพง อันเป็นกำแพงการเข้าถึงของประชาชนที่ด้อยโอกาสต่อการใช้บริการสื่อสารฯ ของประเทศ

ด้วยจิตคารวะ

ประชาสัมพันธ์ สรท

6 เมษายน 2561