เครือข่ายผู้หญิงร้อง “ความมั่นคงของผู้หญิง คือความมั่นคงของชาติ”

วันที่ 8 มีนาคม 2561 เครือข่ายผู้หญิงประกอบด้วย กลุ่มบูรณาการแรงงานสตรี ร่วมกับองค์กรเครือข่ายสตรี และองค์กรแรงงานทั่วประเทศ ได้จัดงานรณรงค์เนื่องใน “8 มีนาวันสตรีสากล’61” โดยได้มีการเดินรณรงค์จากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยไปจัดกิจกรรม เวทีจำลอง “พรรคบูรณาการแรงงานสตรี” เตรียมการเลือกตั้ง เสนอปัญหาและนโยบายสิทธิสตรี ที่หอเล็ก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ซึ่งมีคำขวัญว่า “ความมั่นคงของผู้หญิง คือความมั่นคงของชาติ” โดยมีข้อเสนอพรรคบูรณาการแรงงานสตรี ดังนี้

  1. ให้ประเทศไทยรับรองอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศฉบับที่ 183 ว่าด้วยสิทธิการคุ้มครองความเป็นมารดา

1) ให้แรงงานหญิงทั้งภาครัฐและเอกชนมีสิทธิลาคลอดได้ ไม่น้อยกว่า 120 วัน โดยได้รับค่าจ้างเต็มจำนวน โดยสิทธินี้ครอบคลุมถึงแรงงานนอกระบบ และรงงานในรูปแบบการจ้างงานที่ไม่ใช่สัญญาจ้างแบบปกติ และหญิงพิการ

2) ให้ผู้ชายมีสิทธิลาเพื่อช่วยดูบุตรแรกคลอดอย่างน้อย 15 วัน โดยได้รับค่าจ้างเต็มจำนวน

3) สถานประกอบการมีสิ่งสนับสนุนสิทธิและการคุ้มครองความเป็นมารดา โดยต้องจัดให้มี “มุมนมแม่” เพื่อให้ผู้หญิงทำงานที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่มีสิทธิพักการทำงานเป็นครั้งคราว หรือลดชั่วโมงการทำงานในแต่ละวัน เพื่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ โดยให้เวลาพักการทำงานเป็นเวลาที่ได้รับค่าจ้างอย่างน้อย 1.30 ชั่วโมงของวันทำงาน

 

  1. ให้รัฐจัดให้ หรือสนับสนุนภาคเอกชนในการจัดให้บริการศูนย์เลี้ยงเด็กที่ยึดเอาผู้รับบริการเป็นศูนย์กลาง เข้าถึงง่าย มีปริมาณที่เพียงพอ และมีคุณภาพทั้งทางกายภาพบุคลากร โดยตระหนักผู้ดูแลเด็กจำเป็นต้องมีค่าจ้างที่เหมาะสม สามารถเข้าถึงการคุ้มครองทางสังคมและมีสวัสดิการ รวมถึงมีการฝึกทักษะที่เหมาะสมในการดูแลเด็กทุคนด้วย สำหรับผู้หญิงทำงานทุกกลุ่มแรงงานในระบบ และแรงงานนอกระบบ ทั้งในพื้นที่เมือง และชนบท
  2. ให้เงินอุดหนุนเด็กเล็กถ้วนหน้า 0-6 ปี การจัดเงินอุดหนุนเด็กเล็กทั่วหน้าไม่ว่า จะอยู่ในครอบครัวสถานะใดตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 ปี เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่เด็กทุกคนจำเป็นต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ เพราะเป็นช่วงวัยที่มีผลสำคัญได้รับโภชนาการที่เพียงพอ และการกระตุ้นทางประสาท ที่เหมาะสม จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างหลักประกันว่าเด็กไทยจะบรรลุเป้าหมายการพัฒนาทั้งทางร่างกาย และจิตใจที่เหมาะสมกับวัย และเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพของประเทศในอนาคต

การจัดเงินอุดหนุนแก่เด็กใยวัย 0-6 ขวบทุกคนทั่วหน้าเพื่อให้แต่ละครอบครัวใช้จ่ายเพื่อส่งเสริมการพัฒนาการของเด็กตามเงื่อนไขและความต้องการที่แตกต่างกันของแต่ละครอบครัวเป็นสำคัญ และสร้างเสริมคุณภาพชีวิตแก่เด็กเล็กให้พัฒนาการครบทุกด้าน

  1. กำหนดสัดส่วนผู้หญิงในการตัดสินใจของคณะกรรมการทุกมิติและทุกระดับอย่างน้อย 1 ใน 3 โดยกำหนดให้ผู้หญิงมีส่วนร่วมในการตัดสินใจอันมีผลสำคัญต่อวิถีชีวิตของคนทุกคนในสังคม เป็นเรื่องสมเหตุสมผลในฐานะที่ผู้หญิงเป็นหุ้นส่วนหลักของสังคมไทย สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญอันเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ และอนุสัญญาระหว่าประเทศที่ประเทศไทยเป็นภาคี และแนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืน

ซึ่งพรรคจะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งทั้งระดับชาติ และระดับท้องถิ่นในสัดส่วนไม่น้อยกว่า 1ใน 3 และจัดให้อยู่ในลำดับที่มีโอกาสชนะการเลือกตั้ง การเลือกตั้งกรรมการระดับตัดสินใจทุกระดับของหน่วยงานรัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน องค์กรอิสระ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชน ต้องมีสัดส่วนผู้หญิงไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 อาที กรรมการกองทุนหมู่บ้าน กรรมการกองทุนต่างๆ หรือให้เป็นผู้หญิงกึ่งหนึ่ง เช่นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน รองนายกองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น และส่งเสริมให้กรรมการสหภาพแรงงานต้องมีทั้งผู้หญิง และชายในสัดส่วนเพศใดเพศหนึ่งไม่น้อยกว่า 1 ใน 3

  1. ต้องให้คนพิการเข้าถึงสิทธิและการบริการเท่าเทียมกัน กับคนทั่วไป โดยผู้หญิงและเด็กพิการมีคุณค่าความเป็นมนุษย์ที่อยู่ในสังคมอย่างมีศักดิ์ศรี และมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ การพัฒนา และได้รับประโยชน์จากการพัฒนาประเทศอย่างเต็มศักยภาพและเท่าเทียมกับประชาชนทุกกลุ่ม โดยไม่ถูกเลือกปฏิบัติ โดยจัดทำกฎหมายเชิงรุกเพื่อให้มีแผนงาน และมาตรการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิผู้หญิงและเด็กพิการ พร้อมทั้งส่งเสริมการศึกษา และการจ้างงาน เร่งสร้างความตระหนักต่อสาธารณะและบุคคลากรของรัฐที่เกี่ยวข้องให้สามารถปฏิบัติงานอย่างมีมิติหญิงชาติ และจัดตั้งกลไกเฉพาะเพื่อให้มั่นใจว่าผู้หญิง และเด็กพิการจะเข้าถึงความยุติธรรม รวดเร็ว และเหมาะสม
  2. ต้องส่งเสริมคุ้มครองความปลอดภัยในการทำงาน ทั้งแรงงานในระบบ และแรงงานในระบบ เพื่อป้องกันการเกิดโรคจากการทำงาน และอุบัติเหตุจากการทำงานในเมือง และชุนบท โดยความมั่นคงของผู้หญิง คือสุขภาพดี และปลอดภัยในการทำงาน จึงต้องพัฒนามาตรการและกลไก ทั้งทางกฎหมายของการรณรงค์ให้นายจ้างพัฒนาระบบการทำงานให้มีความปลอดภัยสูงสุด

การพัฒนาระบบงานสถาบันส่งเสริมความปลอดภัยในการทำงาน ให้คนทำงานทั้งในระบบอุตสาหกรรม คนรับงานไปทำที่บ้าน และภาคเกษตรกรให้เข้าถึงง่ายและมีประสิทธิภาพ และส่งเสริมให้มีการรวมกลุ่มพัฒนาองค์กรของคนทำงานให้เข้มแข็ง เพื่อตระหนักถึงสถานการณ์ปัญหา และการเฝ้าระวังโรคจากการทำงาน

จัดให้มีพื้นที่ปลอดภัยให้กับผู้หญิงและเด็กในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้และพื้นที่สาธารณะ โดยนโยบาย คือการสร้างหลักประกันว่าการพูดคุยสันติภาพซึ่งเป็นวาระแห่งชาติ จะมีความต่อเนื่อง และความสำคัญกับมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมของผู้หญิงทุกอัตลักษณ์ในพื้นที่ โดยกำหนดกลไกที่มีอำนาจหน้าที่โดยตรงและมีทรัพยากรเพียงพอต่อการผลักดันให้เกิดพื้นที่สาธารณะปลอดภัย ในชีวิต และทรัพย์สิน โดยคำนึงถึงการมีส่วนร่วม การปรับปรุง และพัฒนาการดูแลผู้ได้รับผลกระทบ และกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะผู้หญิงทุกอัตลักษณ์ ในฐานะแม่ หญิงหม้าย หญิงพิการและอื่นๆ และส่งเสริมสังคมพหุวัฒนธรรมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในการอยู่ร่วมกันในความแตกต่างทุกด้าน

  1. ต้องเคารพสิทธิในการพัฒนาของประชาชนและผู้หญิงต้องมีส่วนร่วมในการจัดฐานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยนโยบายที่จะส่งเสริมการรักษาฐานทรัพยากรธรรมชาติ ดิน น้ำป่า ความหลากหลายทางชีวิภาพ และพันธุกรรมให้มีความยั่งยืน อันเป็นรากฐานความมั่นคงที่มีนัยสำคัญต่อผู้หญิง เช่น ให้ความเคารพต่อการพัฒนาประชาชน เพื่อรักษาฐานทรัพยากร เพื่อครอบครัว ชุมชน พลังงาน และสิ่งแวดล้อม ผู้หญิงต้องมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ การวางกรอบนโยบายพัฒนาการจัดการฐานทรัพยากรธรรมชาติที่ยั่งยืน

ทั้งนี้ในการจัดการจำลองการประชุมพรรคฯได้มีเครือข่ายผู้หญิงกลุ่มต่างๆมานำเสนอปัญหา เพื่อให้มีการบรรจุเป็นนโยบาย และแก้ไขปัญหาด้วย ไม่ว่าจะเป็น ประเด็น ผู้หญิงแรงงาน ในระบบ แรงงานนอกระบบ แรงงานข้ามชาติ ผู้หญิงสามจังหวัดภาคใต้ ผู้หญิงชนเผ่า ผู้หญิงพิการ คนข้ามเพศ ฯลฯ ด้วย

นักสื่อสารแรงงาน รายงาน