สหภาพแรงงานมิตซูบิชิ ร้องนายกถูกนายจ้างปิดงาน

สหภาพแรงงานมิตซูบิชิฯ ยื่นหนังสือถึงนายก กรณีถูกนายจ้างปิดงาน งดจ่ายค่าจ้าง ให้ช่วยแก้ปัญหาด่วน 

เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2561 สหภาพแรงงานมิตซูบิชิ  อีเล็คทริค ประเทศไทย พร้อมกับคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย(คสรท.) และกลุ่มสหภาพแรงงานย่านต่างๆ ได้ยื่นหนังสือนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผ่านทางศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์สำนักนายกรัฐมนตรี ที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (สำนักงาน ก.พ.) ตรงข้ามทำเนียบรัฐบาล เรื่อง ถูกนายจ้างปิดงาน และยื่นข้อเรียกร้องเพื่อขอปรับสภาพการจ้าง

นายเชิด นามสงคราม ประธานสหภาพแรงงานมิตซูบิชิ  อีเล็คทริค ประเทศไทย กล่าวว่า ได้ถูกนายจ้างประกาศปิดงานเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2561 และมีผลวันที่ 29 ธันวาคม 2560 เหตุด้วยสหภาพแรงงานฯได้ยื่นข้อเรียกร้องต่อบริษัทมิตซูบิชิ อีเล็คทริค คอนซูมเมอร์ โปรดักส์ (ประเทศไทย)จำกัด เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2560 และเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2560 บริษัทฯตอบโต้กลับด้วยการยื่นข้อเรียกร้องต่อสหภาพแรงงานในประเด็นที่เกี่ยวกับการปรับเงินค่าจ้างประจำปีและโครงสร้างในระดับตำแหน่งงานต่างๆ  การจัดเวลาเข้าทำงานใหม่(กะ) และขอยกเลิกหักเงินค่าบำรุงของสมาชิกให้แก่สหภาพแรงงาน ซึ่งข้อเรียกร้องของนายจ้างสหภาพแรงงานและสมาชิกเห็นว่าเป็นการเปลี่ยนที่ไม่เป็นคุณไม่สามารถยอมรับได้ การเจรจายืดเยื้อหาข้อยุติไม่ได้จนเกิดข้อพิพาทแรงงานระหว่างกัน ซึ่งต่อมาได้มีการเจรจาไกล่เกลี่ยข้อพิพาทนับตั้งแต่วันที่ 6 พฤศจิกายน 2560 จนถึงวันที่ 27 ธันวาคม 2560 ก็ยังไม่สามารถหาข้อยุติได้และในวันเดียวกันเวลาประมาณ 22.35 น.บริษัทจึงประกาศปิดงาน โดยไม่จ่ายค่าจ้างและสวัสดิการใดๆให้แก่สมาชิกของสหภาพแรงงานและผู้เกี่ยวข้องตั้งแต่วันที่ 29 ธันวาคม 2560 เป็นต้นไป ซึ่งขณะนี้คนงานมีความเดือดร้อนจึงได้มายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้เข้ามาช่วยเหลือแก้ไขปัญหาดังกล่าว

ทั้งนี้ หากพิจารณาถึงผลกำไรของบริษัทนั้นมีผลกำไรสุทธิเติบโตอย่างต่อเนื่อง คือ ในปี 2556 กำไรสุทธิ 4,488,157,811 บาท / ปี2557 จำนวน 7,786,189,579 บาท / ปี 2558 จำนวน 7,503,285,560 บาท / ปี 2559 จำนวน 8,871,812,241 บาท และปี 2560 กำไรสุทธิ 8,986,060,301 บาท

บริษัทมิตซูบิชิ อีเล็คทริค คอนซูมเมอร์ โปรดักส์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นบริษัทสัญชาติญี่ปุ่น (มีไทยถือหุ้นแค่ 10 %) ผลิตเครื่องปรับอากาศสำเร็จรูป จดทะเบียนเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2532 ด้วยทุนจดทะเบียนในปัจจุบัน 1,200 ล้านบาท โดยผลิตเครื่องปรับอากาศแบรนด์ “มิตซูบิชิ” เป็นการผลิตเพื่อส่งออกสัดส่วนสูงถึง 80 % ของกำลังผลิตทั้งหมดที่ผลิตได้ กระจายไปทั่วโลกมากกว่า 142 ประเทศ ท่ามกลางตลาดเครื่องปรับอากาศโลกที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดตามสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวน โดยมียอดขายที่บริษัทให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนราว 45,000 ล้านบาทต่อปี (ข้อมูลจากแถลงการณ์สหภาพแรงงานมิตซูบิชิฯ)

นักสื่อสารแรงงาน รายงาน