สตรี 4 ภาค ร้องรัฐสร้างความปลอดภัยให้ผู้หญิง

สตรี 4 ภาค และมูลนิธิเพื่อนหญิง ร้องรัฐบาลร่วมสร้างสังคมที่มีความปลอดภัยกับผู้หญิง พฤศจิกายน เดือนแห่งการยุติความรุนแรงต่อผู้หญิงสากล

ด้วยสถานการณ์ความรุนแรงต่อเด็ก และผู้หญิงในรอบปีที่ผ่านมาได้มีข่าวการทุบตีทำร้าย การละเมิดทางเพศ เด็ก ผู้หญิง และคนในครอบครัวเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง  บางกรณีเป็นเหตุให้เด็กและผู้หญิง เสียชีวิตจากการกระทำที่รุนแรงอย่างโหดร้าย อาทิ กรณีของครูอิ๋ว ถูกฆ่าข่มขืนอย่างทารุณโหดร้าย หรือกรณีฆ่าเปลือยสาวโรงงานทิ้งน้ำที่จังหวัดอยุธยา จับร่างทรงฆ่านศ.สาวราชภัฏนครปฐม ที่จังหวัดสุพรรณบุรี จับหนุ่มแปดริ้วข่มขืนฆ่าชิงทรัพย์ และอีกหลายกรณี  นับเป็นเรื่องที่น่าเศร้าสลดใจเป็นอย่างมาก

ในช่วงเช้าของวันที่ 7 พฤศจิกายน 2560 เครือข่ายสตรี 4 ภาค ร่วมกับมูลนิธิเพื่อนหญิง จำนวนกว่า 60 คนได้ออกมาทำกิจกรรมการเดินรณรงค์ตีเกราะ เคาะไม้ อ่านและยื่นข้อเรียกร้อง 8 ข้อผ่านสื่อมวลชน และศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์รัฐบาล ไปยังนายกรัฐมนตรี เนื่องในโอกาส 25 พฤศจิกายน วาระสำคัญ เป็นเดือนแห่งการรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อผู้หญิงสากล ซึ่งปีนี้การจัดกิจกรรมรณรงค์มีหัวข้อภายใต้แนวคิด  “เฉย = ช่วยทำร้าย ร่วมตีเกราะ เคาะไม้  ชุมชนร่วมใจ ผู้หญิง ครอบครัว ชุมชนไทย ปลอดความรุนแรง” โดยกิจกรรมดังกล่าว ที่จัดหน้าศูนย์รับเรื่องร้องทุกทำเนียบรัฐบาล ยังมีการแสดงละคร เรื่อง “เฉย = ช่วยทำร้าย โดยกลุ่มละครอำแดงกรุ๊ป จากนั้นเครือข่ายสตรี 4 ภาค โดยการนำของรอซีดะห์ ปูซู นันทพร ทรงวิชา พรรณี พรหมวิชัย ดวงอมร กฤษณัมพก และสุรีย์ ไชยสุกุมาร ทั้ง 4 คนได้ขึ้นอ่านหนังสือสถานการณ์ และข้อเรียกร้องต่อนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐบาล โดยได้กล่าวถึงข้อมูลความรุนแรงต่อสตรีและเด็กเพื่อเป็นการรำลึกถึงการสูญเสียชีวิตของเด็ก สตรี ที่ถูกข่มขืน กระทำชำเราและฆ่า ในรอบ 10 – 12 ปีที่ผ่านมา 2545-2558 กล่าวคือ สถิติข้อมูลความรุนแรงที่เกิดกับผู้หญิงและเด็กในรูปแบบต่างๆ รอบ 10 – 12 ปี ที่หน่วยงานทั้ง 4 หน่วยงานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงสาธารณะสุขโดยศูนย์พึ่งได้โรงพยาบาล กระทรวงพัฒนาสังคมฯ และมูลนิธิเพื่อนหญิงสามารถรวบรวมได้ดังนี้ ความรุนแรงในครอบครัว 241,386 ราย ข่มขืนกระทำชำเรา 38,125 ราย ทางเพศ 915 ราย ฆ่าและข่มขืน 97 ราย ล่อลวงไปค้ามนุษย์ 90 ราย ฆ่าและพยายามข่มขืน 47 ราย

จากข้อมูลสถานการณ์ความรุนแรงที่ได้กล่าวมาในข้างต้น เครือข่ายสตรี 4 ภาคร่วมกับมูลนิธิเพื่อนหญิง จึงได้จัดทำสถานการณ์ข้อมูลและข้อเรียกร้องมายัง นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐบาล ในการกำหนดมาตราการ “ร่วมสร้างบ้าน สร้างชุมชน และสังคม ให้มีความปลอดภัยต่อเด็ก และผู้หญิง” โดยมีข้อเสนอ 8 ข้อ ดังนี้

1.ขอเรียกร้องรัฐบาล ยกระดับ จิตสำนึก ของข้าราชการ ทุกกระทรวง ได้มีความเข้าใจ รับรู้ และปฏิบัติตามกฎระเบียบและกฎหมายอย่างเคร่งครัด กรณี การละเมิด คุกคามทางเพศผู้ใต้บังคับบัญชา หรือเพื่อนร่วมงาน ซึ่งเป็นความผิดร้ายแรงจะต้องปกป้องผู้เสียหายและดำเนินการเอาผิดทั้งความผิดทางอาญาและวินัยโดยรับโทษสูงสุด โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีการแสวงหาประโยชน์ทางเพศในรูปแบบการซื้อประเวณีกับเด็กเยาวชน จะต้องรับโทษสถานหนัก

2.ขอให้รัฐบาล และผู้บังคับใช้กฎหมายต้องยกระดับ การบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดกับคดี การละเมิดทางเพศ รุมโทรม เด็ก เยาวชน อันเป็นคดียอมความไม่ได้เพราะหลายกรณี พบว่าพนักงานเจ้าหน้าที่ได้มีการเจรจาต่อรองให้ พ่อแม่ของเด็ก เยาวชน ยอมความและรับเงินค่าเสียหาย แทนการดำเนินคดี ทั้งที่การกระทำผิดต่อเด็ก เยาวชน เป็นคดี ยอมความไม่ได้

3.ขอให้รัฐบาลยกระดับการทำงานขององค์กรท้องถิ่น อบต. เทศบาล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ดังนี้

จัดเวทีสร้างเสริมความรู้ความเข้าใจในกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือส่งเสริมคุณภาพชีวิตเด็ก สตรี ครอบครัวให้กับ อปท.ท้องถิ่น เพื่อการทำงานได้อย่างมีความรู้ความเข้าใจ ในการช่วยเหลือแนะนำ เช่น พรบ.คุ้มครองเด็ก พรบ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว  พรบ.การป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ รวมถึงยกระดับการทำงาน ของศูนย์พัฒนาครอบครัวชุมชนทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งอยู่ในสังกัดองค์กรปกครองท้องถิ่นให้มีแผนกรับเรื่องราวร้องทุกข์ มีเจ้าหน้าที่งบประมาณประจำปีรองรับ เพื่อที่เด็ก สตรี สามารถเข้าร้องทุกข์ ขอประสานการคุ้มครองสวัสดิภาพความปลอดภัย ได้อย่างรวดเร็ว โดยรัฐบาลต้องกำชับให้งานด้านเด็ก และสตรี ได้ถูกส่งเสริม ป้องกันด้านสุขภาวะ คุณภาพชีวิต มีการกำหนดแผน และโครงการในระดับชุมชนเอาไว้

4.ขอให้รัฐบาล ได้ยกระดับการทำงานสหวิชาชีพจังหวัดภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองเด็ก ผู้หญิง  โดยให้มีการลงพื้นที่การทำงานเชิงรุกในระดับชุมชน โดยเฉพาะการอบรมกลุ่มแกนนำในระดับชุมชนให้มีความรู้ ความเข้าใจในด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้อง  รวมถึง  การประชาสัมพันธ์  ให้ประชาชนทราบ รับรู้ถึงบทบาท ภาระกิจของหน่วยงานสหวิชาชีพจังหวัด  อีกทั้งยกระดับอาสาสมัครพัฒนาสังคม(อพม.)ให้มีบทบาทการทำงานในพื้นที่ชุมชนในการบูรณการการทำงานคุ้มครองผู้เสียหาย เด็ก เยาวชน ผู้หญิง กับ ศูนย์พัฒนาครอบครัวชุมชน(ศพค.)

5.ขอให้สำนักงานคณะคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ชาติ/จังหวัด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  ให้มีการควบคุม ลด แหล่ง มั่วสุมอบายมุขในทุกจังหวัด และจับคุมดำเนินคดี กับเจ้าของสถานที่ ที่ทำผิดกฎหมาย ที่มีการลักลอบ การขาย เครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ เหล้า บุหรี่ ยาสูบ ให้เด็กเยาวชน

6.ขอให้มีการเร่งรัด จับกุมผู้กระทำความผิดร้ายแรงคดี ทางเพศ ค้ามนุษย์เด็กผู้หญิง การฆ่าทำร้ายลูกเมียอย่างทารุณ ให้มีการบังคับใช้กฎหมายจนถึงที่สุด และขอให้มีกระบวนการบำบัดฟื้นฟู จิตใจ ผู้เชี่ยวชาญ   ผู้ต้องหาคดีเหล่านี้ ในช่วงที่เข้าไปรับโทษในห้องขัง เพื่อป้องกันการออกมากระทำความผิดซ้ำซาก

7.ขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีการจัดทำสถิติ ข้อมูล ความผิด ทางเพศ กระทำชำเรา รุมโทรม  ฆ่าข่มขืน ความรุนแรงในครอบครัว  ค้ามนุษย์ ค้าประเวณี  ความผิดตามพรบ.คอมพิวเตอร์ต่อเด็กสตรี  แยกประเภทข้อมูลออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน  เพราะข้อมูลยังเสนอแบบเหมารวม อาทิคดี ความรุนแรงในครอบครัว แต่การทำรายงานได้นำไปรวมอยู่ในคดีทำร้ายร่างกายทำให้ ยากแก่การ วิเคราะห์ แนวโน้มสถานการณ์เพื่อช่วยเหลือผู้หญิง เด็กที่ถูกใช้ความรุนแรง

8.ขอให้นายกรัฐมนตรี รัฐบาลและคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ ได้ปฏิรูปแยกระบบงานสอบสวนออกจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งมีระบบการบังคับบัญชาแบบมียศเหมือนทหาร สร้างหลักประกันความเป็นอิสระในการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานให้มีความเป็นสากลเป็นที่เชื่อถือของประชาชนและอานารยะประเทศ

ในช่วงสุดท้ายของการทำกิจกรรมเพื่อยุติความรุนแรงต่อผู้หญิงสากล เครือข่ายสตรี 4 ภาค ร่วมกับมูลนิธิเพื่อนหญิงได้ รวมกันยืนสงบนิ่ง 1 นาที เพื่อเป็นการไว้อาลัย และเดินเข้าวางดอกเบญจมาศสีขาว ไปยังรูปถ่ายของเด็กและผู้หญิงที่เสียชีวิตจากการถูกใช้ความรุนแรง เพื่อเป็นการรำลึกถึงพวกเธอที่จากไปอย่างไม่มีวันกลับ “เฉย = ช่วยทำร้าย“ ร่วมตีเกราะเคาะไม้ เพื่อหยุดความรุนแรงต่อเด็ก และผู้หญิง

                                      บัณฑิต แป้นวิเศษ มูลนิธิเพื่อนหญิงรายงานข่าว