รำลึก 5 ปี ลุงตุลา แรงงานรุ่นใหม่ รับแนวคิดเสียสละ อุทิศตนเพื่อแรงงานมาปฏิบัติ

กลุ่มสหภาพแรงงานอ้อมน้อย จัดงานรำลึกครบรอบ 5 ปี ตุลา ปัจฉิมเวช ตั้งวงเสวนานักกฎหมาย นักสิทธิ และนักแรงงาน ร่วมกล่าวถึงแนวคิด คุณค่า ความเสียสละ อุทิศตนเพื่อผู้ใช้แรงงาน รุ่นใหม่ขานรับพร้อมปฏิบัติตาม

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2560 กลุ่มสหภาพแรงงานอ้อมน้อย-อ้อมใหญ่ จัดงานาบำเพ็ญบุญรำลึกครบรอบ 5 ปี ตุลา ปัจฉิมเวช อดีตผู้นำแรงงาน ณ วัดสามพราน อ.สามพราน จ.นครปฐม ผู้เข้าร่วม 77 คน เพื่อเป็นการระลึกถึงคุณค่าแห่งคุณความดีที่มีนานัปการ คุณค่าแห่งความเสียสละและการอุทิศตนให้ขบวนการแรงงาน เพื่อให้ผู้นำรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ชีวประวัติการเสียสละและอุทิศตนเพื่อแรงงาน และเพื่อสืบสานเจตนารมณ์การช่วยเหลือปกป้องสิทธิของคนงานที่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากการจ้างงาน

นายสัพพัญญู นามไธสง ประธานกลุ่มสหภาพแรงงานอ้อมน้อย-อ้อมใหญ่ กล่าวว่า การจัดกิจกรรมงานรำลึก ครบรอบ 5 ปีคุณลุงตุลา ปัจฉิมเวช ในครั้งนี้ เนื่องจากพี่น้องแรงงานอาจจะรู้จักกลุ่มฯบ้างไม่รู้จักบ้างแต่เรียกได้ว่า แรงงานในกลุ่มอ้อมน้อย-อ้อมใหญ่และในละแวกจะได้รับประโยชน์  การต่อสู้และอุดมการณ์ของลุงตุลา ที่มีคุณูปการด้านแรงงาน เชื่อมั่นว่ามีสหภาพแรงงานหลายแห่งที่เกิดจากคุณลุงตุลาจัดตั้งให้และได้ให้คำปรึกษา ลุงตุลาไม่ได้เรียนจบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัย เป็นคนงานธรรมดาแต่สิ่งที่ท่านทำเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่แต่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยสำนึก ขอฝากให้คนส่วนใหญ่ไปกระตุ้นแผ่ขยายเรื่องราว วันนี้เรามาร่วมกันรำลึกอย่างอิ่มใจ ปัญหาอุปสรรคคือสิ่งที่เราอยู่กับมัน จิตสาธารณะ ด้านครอบครัวของคุณลุงตุลา คุณลุงตุลาจะทำงานสังคมไม่ได้หากไม่มีผู้อยู่เบื้องหลัง คือครอบครัว  หลังบ้านที่สำคัญ ไม่ว่าลุงตุลาจะไปประชุม อบรม สัมมนาที่ไหน คุณลุงต้องกลับมาทานข้าวที่บ้าน  ทำไมลุงถึงต้องกลับมากินข้าวที่บ้านทุกวันและทำไมป้าเวียนถึงต้องคอยกินข้าวพร้อมกับลุง

คุณสังเวียน ปัจฉิมเวช ภรรยาของคุณตุลา ปัจฉิมเวช  กล่าวว่า ก็ต้องเป็นกำลังใจให้เขาเพราะว่าเห็นเขาไปทำงานไปโน่นมานี่ก็ต้องคอยเขา เขาก็ต้องกลับมากินข้าวทุกวัน ขอบคุณเพื่อนลุงตุลาทุก ๆคนทั้งคนรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่ที่ทำสิ่งดี ๆให้ลุงตุลามาตลอด มีการมอบทุนช่วยเหลือครอบครัวคุณป้าสังเวียน ซึ่งเป็นรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจากการจัดทำและจำหน่ายหนังสือกฎหมายคู่มือช่วยเหลือแรงงาน จัดทำโดยโครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งขบวนการแรงงานเพื่อการคุ้มครองสุขภาพและสวัสดิการแรงงาน (สสร.)โดย รศ.ดร.ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ คณะเศรษฐศาสตร์จุฬาลงกรมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นหนังสือที่ตุลา ใช้ประสบการณ์ทั้งชีวิตเป็นผู้เรียบเรียงในข้อกฎหมายเป็นหนังสือที่มีคุณค่าทางจิตใจ

คุณชฤทธิ์  มีสิทธิ  ทนายความ ผู้ใกล้ชิดทางด้านกฎหมายแรงงาน กล่าวว่า พ.ศ.2518 ผมเป็นนักศึกษาม. ธรรมศาสตร์ เรียนนิติศาสตร์ปี 1 มีอาจารย์หลายท่านสอนให้นักศึกษาเรียนจบไปสุดท้ายปลายทางต้องไปรับใช้ประชาชน ทางอาจารย์มีกิจกรรม อบรม ประชุม สัมมนา นั่นจึงเกิดการเรียนรู้เชื่อมประเด็นแรงงานความสนใจประเด็นแรงงาน ไม่ได้เรียนกฎหมายแรงงานสมัยนั้นไม่มี ที่แรกที่เรียนรู้ปัญหาแรงงานคืออ้อมน้อย คนแรกที่เจอคือตุลา ได้ร่วมงานกับตุลา ตั้งแต่ พ.ศ. 2525ปฏิบัติการด้านแรงงานร่วม 35 ปี ตุลามีเรื่องอะไรก็โทรหา เป็นผู้นำที่เรียนรู้และไม่หยิ่งจองหองแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ตุลามีคนมาหาเต็มไปหมดมีการเชื่อมต่อรู้จักกันไปหมด กิจกรรมมากเข้มข้นจนตุลาเสียชีวิตไป

“เป็นเวลา 6 ปีเต็มที่ร่วมงานด้านสิทธิแรงงานด้านสภาทนายความโดยไม่มีงบประมาณ ต่อภาค 2 ทำงานกันมา สุดท้ายที่ได้งบประมาณจากมูลนิธิเอเชีย นั้นตุลาป่วยแล้วแต่ด้วยความเป็นตุลาก็ต้องทำงาน บทเรียนต้องมาเรียนจากตุลา ให้ไปศึกษาย้อนดูทำไมตุลา ไม่เคยมีคำว่า กลัวอยู่ในความคิดของตัวเอง ถ้าเปรียบเทียบกับปัจจุบันนั้นเรากลัวมากแล้วก็จะไม่เดิน ตุลาไม่กลัวว่าอะไรจะยาก ทีแรกเราก็กลัวติดกับดักกฎหมาย ก็กฎหมายใช้ไม่ได้ไปก็แพ้ ตุลาไม่ยอมต้องหาทางออก ตุลาบอกก็ต้องลอง ฝากไปยังคนรุ่นเรา ตุลา แปลว่า ศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์ ว่ายุติธรรมไม่ยุติธรรมเป็นอย่างไร ตุลา รับรู้เรียนรู้ เรื่องแรงงาน ครบเครื่อง เรามาแก้กฎหมายยกเลิกความไม่กลัวได้ไหม ความไม่กลัวต้องศึกษา กรณีถ้าเรารวมตัวกันได้เราก็เป็นเอกภาพแต่เรามีความกลัว  – เรากลัวการตกงาน  – กลัวติดคุก  -กลัวไม่มีโอที ยกตัวอย่างจากสารคดีชุด ราชสีห์ ว่าใครกำหนดราชสีห์เป็นเจ้าป่า ราชสีห์ว่า ก.ไก่ ก็ ก.ไก่ ว่าข.ไข่ ก็ ข.ไข่ อยู่ที่ราชสีห์อย่างเดียวแม้อยู่ในท่ามกลางควายป่าเป็นพันตัว ถามว่า ควายป่า 5 ตัวสู้กับราชสีห์ได้ไหม ไม่ต้องแค่ 3 ตัว ก็พอแต่มันไม่สู้หนีหมดเป็นพัน ๆตัว ตุลาเป็นคนไม่กลัวกับการทำหน้าที่บทบาทผู้พิพากษาสมทบ ตุลา กล้าทำความเห็นแย้งผู้พิพากษากลาง” คุณชฤทธิ์ กล่าว

อาจารย์สุนี  ไชยรส วิทยาลัยนวตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต  กล่าวว่า ตุลา มีลักษณะเด่น คือเราต้องเดินไปข้างหน้า อ้อมน้อยเป็นตัวอย่างการต่อสู้แบบสามประสาน ใช้ได้ไปต่อสู้หน้าโรงงานการเป็นตุลากับกรรมกร กรรมกร ชาวนา และนักศึกษาเราไม่สามารถสู้ลำพังได้กฎหมายเปลี่ยนไปตามยุคสมัย ตุลาอาศัยกลไก รัฐธรรมนูญพุทธศักราช 2540 มีโอกาสเรียนรู้กรรมการองค์กรรับเรื่องร้องทุกข์ของผู้ใช้แรงงาน ไม่จำกัดแต่กฎหมาย ตุลามาช่วยตอนที่ตนเอง เป็นกรรมการสิทธิมนุษยชนทำให้ขบวนการแรงงานมีประสิทธิภาพหลายอย่าง แต่ต้องเชื่อมให้ได้ ทำงานอย่างเข้มแข็ง

กลุ่มแรงงานอ้อมน้อยโดดเด่นส่วนหนึ่งมาจากตุลา  ตุลาเน้นเรื่องอบรมเรียนรู้เมื่อก่อนบางที ตนเองก็ปลอมตัวเป็นคนงานไปนั่งฟังการอบรมในโรงงานง่าย ๆสม่ำเสมอมีการถอดบทเรียนบ้างเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงไม่แล้งน้ำใจ ตอนนี้มีเรื่องมากมายเคยมีลุง วันนี้ไม่มีจะทำอย่างไร ตอนนี้กรรมการจำเป็นต้องผนึกกำลังเดินต่อล้มลุกคลุกคลานแต่ ก็ต้องยืนหยัดกันต่อไป ต้องมีความรู้เพื่อสู้เขา  จากการถอดบทเรียนช่วงเขาป่วยเขาห่วงที่สุดทำไงอ้ออมน้อยจะเดินต่อไปได้ แรงงานอ้อมน้อยไม่เคยตกเวทีประวัติศาสตร์ ผูกพันให้กำลังใจอ้อมน้อย กรรมการ สมาชิกทุกคน ขอให้เชื่อมั่นในพลังเรา ไม่กลัวมียุทธวิธีอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นอะไร จิตวิญญาณของเราให้กลับมาช่วยกัน

คุณมงคล ยางงาม นักจัดตั้งโอลุก และอดีตผู้นำพื้นที่อ้อมน้อย กล่าวว่า มีโอกาสทำงานกับลุงจากการเป็นกรรมการสหภาพแรงงานผลิตภัณฑ์ยางแห่งสมุทรสาคร และเข้าประชุมประเดือนกลุ่ม ฯทุกเดือน ถ้าไม่มีวันนั้นก็ไม่รู้จักลุง ถึงได้รู้เลยว่า มีการเอาเปรียบเยอะมาก ได้มาเจอผู้ชายเสียงดังมากคนหนึ่ง ลุงมีหลักคุณธรรม ข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายรั้วโรงงาน มีคนงานมาหารือ ผมก็ไม่ชำนาญมีโอกาสกล้าพูด กล้าโง่ วางฟอร์มมากก็ไม่รู้เช่นการกรอก คร 7.กลับมาถามลุงก็อธิบาย

“ลุงตุลาเป็นอาจารย์ผู้เบิกข้อกฎหมาย วินัยสูงมากอะไรไม่รู้ไม่พูด ตรงต่อเวลา ไม่มีเงื่อนไข ไม่มีรถก็เดิน นั่งรถเมล์ ป่วยก็ไปเพราะนัดเขา ไม่เสนอหน้าไม่อยู่หน้ากล้อง ไม่สนใจได้ทำงานก็พอเป็นนักปฏิบัติตัวจริงเป็นนักสิทธิมนุษยชนคนแรกที่ทำงานช่วยคนงาน เป็นผู้นำที่ทำให้เห็น ผมมีโอกาสเห็นแม้เห็นไม่มากต้องเอาแบบอย่างแต่ไม่เท่าแกไม่มีเงื่อนไขแม้ป่วย โดยยึดประโยชน์คนงานเป็นหลักเป็นคนที่เอาใจเราใส่ใจเขาไม่รู้สึกว่ารำคาญเพราะว่าคนงานไม่ค่อยรู้ข้อกฎหมาย เป็นนักกฎหมายที่มีความเชี่ยวชาญและใช้เต็มที่แม้ป่วยหนักก็ยังทำงานต่อ” คุณมงคล กล่าว

คุณแตงอ่อน  เกาฏีระ (ป้าน้อย) อดีตคนงานอ้อมน้อยผู้ที่ทำงานกับลุงรุ่นแรก ๆเกี่ยวกับค่าจ้างขั้นต่ำ กล่าวว่า  อดีตช่วง 13-14 ปีก่อนเหตุการณ์ 14 ตุลา ทำงานทอผ้าอยู่ที่บริษัทเพชรเกษมการทอและเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงจัดตั้งสมาคม ต่อมา 14 ตุลา 2516 เกิดกระแส ต่อสู้ 7 วัน 7 คืน ที่สนามหลวงและในปีพ.ศ.2517 อ้อมน้อย เป็นหัวหอกใหญ่ที่เดินทางจากอ้อมน้อยไปพระประแดงไปสนามหลวงเพื่อเรียกร้อง ค่าจ้างขั้นต่ำซึ่งขณะนั้นมีค่าจ้างวันละ 8-10 บาทเรียกร้องได้มาเป็นวันละ 10 บาท ช่วงนั้นกฎหมายบอก 12 บาท ทำงานวันละ 12 ชั่วโมงกระทั่งได้จาก 10 บาท เป็นวันละ 20 -25 บาทก็ถูกคุกคามต้องพากันหนีเข้าป่า

 

คุณดาวเรือง  ชานก ประธานสหภาพแรงงาน แอล ที ยู แอพพาเรลส์  กล่าวว่า เป็นอีกคนหนึ่งเติบโตมาจากสหภาพแรงงานแอล ที ยู แอพพาเรลส์ ลุงให้ความรู้แม้ไม่ได้จัดตั้งให้ ได้รับการแนะนำให้รู้จักกับลุง เกิดการเรียนรู้ เรื่องการถูกละเมิดสิทธินำไปแก้ไขในองค์กร ลุงสอนเรื่องการมีระเบียบวินัย การตรงต่อเวลาถ้านัดใครต้องไปรอเขา ไม่ให้เขามารอเราคนมาร้องทุกข์ไม่ว่าจะเป็นคนเล็กกว่าเราต้องไปรอเขา เราก็ซึมซับเอามา ลุงอบรมกฎหมายให้ชี้ให้พูด ให้รับเรื่องร้องทุกข์ แนะนำสิทธิของลูกจ้าง ผิดถูกแนะนำทีหลัง เรานำหลักคิดและหลักการทำงานไปให้คำปรึกษากับลูกจ้าง ลุงบอกอันไหนจำไม่ได้ไปเปิดดูเอาเราไม่ได้เรียนมาโดยตรงเราอยู่ในโรงงาน ตอนเย็นมานั่งรอลุงการทำหนังสือร้องเรียนได้ความรู้มาจากลุงและได้รับโอกาสจากการที่ลุงให้พิมพ์หนังสือกฎหมาย นั่งแกะตัวหนังสือของแกมีแต่ ก ไก่ กับ สระอา เราพยายามแกะถึงที่สุดจึงจะไปถาม ได้นำสิ่งที่ลุงสอนไปใช้กับตัวเอง สิ่งที่ทำ ในกลุ่มฯทุกวันนี้ไม่ได้เศษเสี้ยวของลุงที่ได้ทำไว้

คุณแสงดาว ลุนสอน ประธานสหภาพแรงงาน ที ยู ดับบลิว เท็กศ์ไทล์ กล่าวว่าได้มีโอกาสรู้จักลุงไม่ถึงปีลุงก็มาเสียแล้วขอเล่าถึงเรื่องที่ประทับใจลุงเมื่อเหตุการณ์น้ำท่วมในปี 2554 ที่ใต้สะพานอ้อมน้อยเห็นลุงคลุกคลีอยู่กับการให้ความช่วยเหลือรับเรื่องราวร้องทุกข์คนงานตั้งมากมาย

คุณธนวรรณ ชมหอม รองประธานสหภาพแรงงานรวมใจเพื่อนสัมพันธ์ กล่าวว่าสหภาพเกิดได้เพราะลุงคนงานถูกเลิกจ้างก็ไปหาลุง ลุงให้รวมตัวกันจดทะเบียนสหภาพฯสอนกฎหมายให้ 3วัน 3 คืน จะนำแนวคิดลุงมาปฏิบัติ

                                                        นักสื่อสารศูนย์แรงงานอ้อมน้อย-อ้อมใหญ่