กลุ่มแรงงานยานยนต์ เห็นด้วยแก้ปัญหาโลกร้อน การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี แต่การเปลี่ยนผ่านต้องเป็นธรรม

กลุ่มพลังเพื่อนแรงงาน จัด“ภาวะโลกร้อน…คืออะไร…เกี่ยวกับแรงงานตรงไหน & Just Transition” เสนอต้องช่วยกันแก้ปัญหาทั้งระบบ โดยสหภาพแรงงานต้องมีส่วนร่วม เสนอการเปลี่ยนผ่านต้องเป็นธรรม ต้องกำหนดระยะเวลาที่ชัดเจนในการปรับเปลี่ยน พร้อมเสนอจัดสวัสดิการดูแลแรงงานอย่างมีคุณค่า มีศักดิ์ศรี ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีไม่ต่อกว่าตอนมีงานทำ

โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพผู้นำแรงงาน “ภาวะโลกร้อน…คืออะไร…เกี่ยวกับแรงงานตรงไหน & Just Transition” โดย กลุ่มพลังเพื่อนแรงงาน ร่วมกับ มูลนิธิพิพิธภัณฑ์แรงงานไทย และมูลนิธิฟรีดริค เอแบร์ท วันที่ 20 พฤษภาคม 2561 ณ ศูนย์การเรียนรู้ สหภาพแรงงานฟอร์ดและมาสด้า ประเทศไทย จังหวัดระยอง

นายสมเกียรติ เจียดกำจร ประธานสหภาพแรงงานฟอร์ดและมาสด้า ประเทศไทย กล่าวว่า เรื่องโลกร้อนมนุษย์ถือว่าเป็นคนที่สร้างให้เกิดโลกร้อน และต้องมีการช่วยกันแก้ปัญหา และช่วยกันลดโลกร้อนได้อย่างใด ซึ่งต้องร่วมมือกันในทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว สถานประกอบการ โรงงาน ชุมชน ในการแก้ไขปัญหา

นายวิชัย นราไพบูลย์ การเรียนรู้มีความสำคัญมากกับการทำงานของผู้นำแรงงานที่เรียกว่านักสหภาพแรงงานโดยเฉพาะประวัติศาสตร์แรงงานที่ถือเป็นรากเหง้าในการทำงานด้านสิทธิแรงงาน หัวข้อที่จัดอบรมวันนี้ด้วยโลกมีความเปลี่ยนแปลงด้านการผลิตแล้ว อีก10 ปี ขบวนการผลิตกำลังจะเปลี่ยนไป ซึ่งรถไฟฟ้าตอนนี้ก็มีการนำมาใช้แล้ว และยุโรปมีการปรับเปลี่ยนแล้ว และขบวนการแรงานมีการเรียนรู้เพื่อการปรับตัวในการผลักดันในเชิงนโยบาย ซึ่งมาเร็วมาก และกระทบต่อการจ้างงานแน่นอนซึ่งการเปลี่ยนผ่านดังกล่าวทางยุโรปได้มีการปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงแล้วซึ่งประเทศไทยก็เริ่มมีการปรับตัวบ้างแล้วตามที่ทราบกันตามข่าวสารที่มีการนำเสนอ การเรียนรู้วันนี้จึงถือเป็นการเตรียมตัว เพื่อแลกเปลี่ยนถึงอนาคตว่าจะมีการเตรียมรับสถานการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงเร็วมาก

ความรู้เบื้อต้นเกี่ยวกับสถานการณ์ก๊าซเรือนกระจก และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และนโยบายมาตรการของภาครัฐกับกลไกการลดก๊าซเรีอนกระจก

นายชัยพงษ์ โฉมเฉลา กรรมการพิพิธภัณฑ์แรงงานไทย  กล่าวว่า การทำงานขบวนการต้องเรียนรู้ใหม่ในเรื่องของภาวะโลกร้อน และวิถีแรงงานที่ให้บริษัทเข้ามาจัดการความรู้มากก็จะเป็นการให้ความรู้แบบบริหารด้านแรงงานสัมพันธ์ ซึ่งสำคัญแต่ว่าการเรียนรู้ในรู้แบบสหภาพแรงงานให้ความรู้กันเองจะสร้างความเข้มแข็ง และเข้มข้นมากกว่า การที่เรามีพิพิธภัณฑ์แรงงานไทย ให้ความรู้ที่เป็นความชัดเจนเรื่องความเป็นศักดิ์ศรีแรงงาน การที่ผู้ใช้แรงงานเองยังไม่ให้ความสำคัญกับประวัติสาสตร์ ซึ่งการที่ต้องให้รัฐเข้ามาอุดหนุน สนับสนุนความรู้ก็จะต้องหาญครึ่ง แต่หากทางผู้ใช้แรงงานได้เข้าไปดูแลก็จะไม่ต้องไปพึ่งรัฐ หรือนายจ้าง

การที่มีการเปลี่ยนผ่านทางด้านเทคโนโลยี มีการปรับด้านโครงสร้างด้านเศรษฐกิจ ซึ่งกระทบต่อแรงงานแน่นอน ซึ่งขณะนี้นายจ้างมีการปรับเรื่องกระบวนการผลิต และกำหนดเรื่องการลดคนในอนาคต การปรับตัวก็เพื่อการลดภาวะโลกร้อน ที่เกิดจากก๊าซเรือนกระจกที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน ด้วยจะเห็นนักวิทยาศาสตร์ นักข่าวที่ไปสื่อสารออกมาว่าน้ำแข็งขั้วโลกที่ละลายทำให้อาหารต่อหมีขั้วโลกลดลงซึ่งเป็นผลกระทบต่อสภาวะสิ่งแวดล้อม ประเทศไทยในเดือนเมษายนที่ผ่านมาก็จะพบว่า การเปลี่ยนด้านภูมิอากาศที่ฝนตกน้ำท่วม ร้อน และหนาวในเดือนเดียวกัน

จากนั้นได้ชวนดูวีดิทัศน์เรื่องแผ่นดินไทย ของทีวีไท ที่ได้กล่าวถึงทิศทางการพัฒนาประเทศภายใต้แผ่นพัฒนาเศรษฐกิจที่เดิมประเทศไทยเป็นประเทศด้านเกษตรกรรม และมาเป็นประเทศที่พัฒนาด้านเศรษฐกิจอุตสาหกรรม โดยมีการเชื่อมปัญหาจากโลกที่เกิดปัญหาจากการพัฒนาด้านอุตสาหกรรม และมาถึงแผ่นดินไทยที่กระทบหลังจากโลกพัฒนาด้านเทคโนโลยี จากการผลิตแบบพอมีพอกินมาพึ่งพาระบบตลาด การใช้ทรัพยากรโลกไม่ว่าจะเป็นถ่านหิน น้ำมัน ก๊าซ ที่มาอำนวยความสะดวก และปล่อยก๊าซพิษสู้ชั้นบรรยากาศโลก ส่งผลให้น้ำแข็งขั้วโลกละลาย และเพิ่มขึ้นทุกปี และหากน้ำแข็งละลายหมดหลายเกาะทั่วโลกจะจมอยู่ใต้น้ำและอพยพคนออกจากชายฝั่ง 1 ไมค์ สัตว์ป่าสูญพันธ์ ประชากรหลายหมื่นล้านต้องกลายเป็นผู้ประสบภัย จากอุกทกภัย ภัยแล้ง จากพายุต่างๆ แผ่นดินไหว  ผู้คนล้มตายจากการขาดอาหาร ซึ่งจะเกิดวิกฤตการณ์ใหญ่ข้าวยากหมากแพง จากภัยพิบัติขึ้นกับโลกใบนี้

นายชัยพงษ์ บรรยายต่อว่า  เมื่อภาวะเรือนกระจกที่หนาขึ้นทำให้เกิดการสะท้อนความร้อนออกไปสู่ภายนอกโลกไม่ได้จากเดิมภาวะเรือนกระจกที่ป้องกันความร้อนเข้าสู่โลก ด้วยมนุษย์ที่ใช้การพัฒนาที่มากเกินไปไม่ว่าจะเป็นการเผาไหม้จากการพัฒนาอุตสาหกรรม หรือแม้แต่การใช้ชีวิตประจำวัน ที่ก่อจากก๊าซต่างๆ ไม่ว่าจะมีเทรน คาร์บอนไดออกไซด์ ที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบกับก๊าซเรือนกระจกเพิ่มสูงขึ้นจกทำให้โลกร้อน การเปลี่ยนแปลงจากภาวะโลกร้อนการที่เปลี่ยนแปลงส่งผลต่อการปรับตัวด้านกระบวนการผลิตที่ต้องปรับตัวเพื่อลดภาวะโลกร้อนด้วย ซึ่งจะมีการปรับด้านการผลิตชิ้นส่วน รถยนต์ หลังจากที่มีการปรับตัวจากรถที่น้ำมัน มาใช้ระบบไฟฟ้า ชิ้นส่วนที่ลดลงกระบวนการผลิตลด คนที่ทำงานในกระบวนการผลิตจะไปอยู่ที่ไหน ตอนนี้อาจปรับย้ายไปตามกระบวนการผลิตต่างๆที่ยังใช้คนในกระบวนการผลิต การขอที่จะใช้โรบอทมาสู่กระบวนการผลิต การลดคนต้องเกิดขึ้นแน่นอนแล้วจะเตรียมตัวอย่างไร การปรับตัวของโลกก็มีผลกระทบกับทุกส่วน ซึ่งการเรียกร้องของแรงงานควรมองอนาคตว่าจะดูแลครอบครัวอย่างไร ต้องมองอนาคตมากขึ้นเรื่องผลกระทบต่อความไม่มั่นคงในการทำงาน ซึ่งอาจไม่ใช่ค่าจ้าง โบนัส เช่นการมีเงินมาตั้งกองทุน เพื่ออนาคต ที่เป็นดอกเบี้ยเงินกู้ของเงินกู้สหกรณ์ การตั้งเงินกองทุนหลังเกษียณอายุ

สิ่งที่มองเห็นชัดมาก คือผลกระทบกับภาคเกษตรกรรม ที่เกิดผลกระทบจากภัยแล้ง น้ำท่วม ต่อมาก็โรคระบาดใหม่ หรือว่าโรคที่เคยหมดไปกลับมาใหม่ หรือโรคแปลกใหม่อย่างไฝไขมันที่เกิดขึ้น พัฒนาการของเด็กที่ช้ากว่าปกติ

ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับแรงงานต้องมีการวางแผนร่วมกับทางบริษัทเพื่อให้มีการเตรียมตัว และปรับตัวของแรงงาน อย่างการพัฒนาแรงงานในการรองรับการเปลี่ยนแปลงเป็นต้น อันนี้สหภาพแรงงานต้องเข้าไปมีส่วนร่วม

หลังจากที่จะมีการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิเพียง 2 องศาเซลเซียส จะสร้างผลกระทบกับโลกอย่างมาก ซึ่ง สหประชาชาติได้มีการวางกรอบร่วมกัน และประเทศไทยก็ได้เข้าไปร่วมในการลงนามในพิธีสารเกียวโต ซึ่งเป็นที่รู้จักกันอีกอย่างว่า เป็นสนธิสัญญาเกี่ยวกับภูมิอากาศของโลก คือบันทึกข้อตกลงระหว่างประเทศฉบับเดียวของโลกที่มีเป้าหมายผูกพัน คือ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ดังนั้นมันจึงเป็นเครื่องมือหลักที่รัฐบาลทั่วโลกต้องใช้เพื่อจัดการกับภาวะโลกร้อน  และเพื่อปรับลดอุณหภูมิโลกร้อน ซึ่งประเทศไทยเองก็ได้รับการสนับสนุนจากประเทศต่างๆที่ก่อเกิดโลกร้อน เพื่อให้ประเทศที่สามให้ช่วยกันปลูกป่า ไทยยังมีการรับความตกลงปารีส ก้าวสำคัญของการดำเนินการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่มีมติในการที่จะลดภาวะโลกร้อน  ตั้งเป้าหมายร่วมกันขั้นพื้นฐานที่จะรักษาการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ย ของโลกให้ต่ำกว่า 2 องศาเซลเซียส และในขณะเดียวกัน กำหนดเป้าหมายที่สูงขึ้นไว้ควบคู่กันว่าจะพยายามรักษาการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกให้น้อยลงไปอีกจนถึงต่ำกว่า 1.5 องศาเซลเซียส หากสามารถกระทำได้ โดยการดำเนินการดังกล่าวจะยึดหลักความเป็นธรรม (equity) และหลักความรับผิดชอบร่วมกัน ในระดับที่แตกต่างของประเทศพัฒนาแล้วและประเทศกำลังพัฒนาด้วย โดยคำนึงถึงศักยภาพของแต่ละประเทศตามสภาวการณ์ของประเทศที่แตกต่างกันซึ่งประเทศไทยเอง ในส่วนของไทย รัฐบาลไทยได้กำหนดเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงร้อยละ 20 – 25 หลังจากมีการรับข้อตกลงที่จะลดภาวะโลกร้อนแล้วได้มีการออกกฎหมาย  แต่อีกด้านก็มีการพยายามที่จะสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่กระบี่ แต่ก็ถูกต้านจากคนในพื้นที่ ซึ่งอันนี้เองก็เป็นปัญหาว่าที่รับว่าจะลดภาวะโลกร้อน คือการที่จะต้องมีนโยบายเพื่อใช้พลังงานสะอาด พลังงานชีวิภาพ ซึ่งกระบวนการผลิต ขณะนี้จากรถที่ใช้พลังงานฟอสซิล จะเป็นรถที่ใช้พลังงานสะอาดทั้งหมด ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงไหวมาก ซึ่งคาดว่า ต้องกระทบกับอนาคต ซึ่งคนรุ่นใหม่ที่ต้องเข้ามาทำงาน การพัฒนาด้านการศึกษาที่จะรองรับการพัฒนาหน้าตาอนาคตจะเป็นอย่างไร และคนรุ่นเก่าที่ทำงานอยู่ในปัจจุบันที่ต้องปรับตัวจะปรับอย่างไร เมื่ออนาคตจะมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาทำงาน และการที่ต้องลดกำลังคน คนที่ต้องออกไปต้องมีการวางแผนด้วยว่าอนาคตจะต้องเป็นอย่างไร แล้วใครที่จะต้องทำงานต่อทักษะควรเป็นแบบไหนในการผลิตในอนาคต ซึ่งต้องอาศัยการพัฒนาด้านทักษะ ไม่ว่าจะทำงานอยู่หรือไม่ได้ทำงานต้องวางแผนเพื่ออนาคตด้วย ไม่ใช่เรียกร้องเพื่อปัจจุบัน แค่ค่าจ้าง โบนัสเท่านั้น ปัจจุบันนี้การเข้ามาทำงานคนรุ่นใหม่จะไม่ได้มออนาคต มองเพียงรายได้ปัจจุบันไม่ได้มองสวัสดิการ มีการใช้สวัสดิการทางเลือก เช่นมองเพียงรายได้ไม่ได้มองเรื่องสวัสดิการทางอนาคต แลกกับการไม่เข้าเป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน ซึ่งเลือกแล้วเลือกเลย ซึ่งสหภาพแรงงานไม่สามารถเข้าไปดูแลเขาได้ กลายเป็นสวัสดิการแบบ 2 มาตรฐานทันทีสำหรับแรงงานรุ่นใหม่ที่เข้ามาทำงานในอนาคต

นายวิชัย นราไพบูลย์ ผู้จัดการพิพิธภัณฑ์แรงงานไทย กล่าวถึง Just Transition ผลกระทบการเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรมว่า สหภาพแรงงานในยุคดิจิตอลควรเป็นอย่างไร ในอนาคตซึ่งโลกร้อนมีผลกระทบอย่างไรกับแรงงานในอนาคต ประเทศไทย ต้องเรียนรู้จากประเทศในแถบยุโรปก่อนเนื่องจากการพัฒนาอุตสาหกรรมนั้นมาจากยุโรป เมื่อมีเข้าสู่การพัฒนาด้านเทคโนโลยีจึงเริ่มการกระบวนการเปลี่ยนแปลงและขบวนการแรงงานในยุโรปก็จะมีการพัฒนาขับเคลื่อนมาก่อน โดยการเปลี่ยนแปลงต่างๆมาจากภาวะโลกที่ร้อน และส่งผลกระทบด้านการเกษตร และมีผลกระทบกับการผลิต และผลิตภาพที่ลดลงของแรงงานที่อาจเกิดจากการเจ็บป่วย อากาศร้อน ผลกระทบต่อน้ำท่วม น้ำขึ้นน้ำลงที่อาจกระทบกับโรงงานอุตสาหกรรมชายฝั่ง และกระทบกับแรงงานที่ต้องย้ายฐานตามที่อุตสาหกรรมเคลื่อนย้าย

ผลกระทบต่อโลกร้อน ทำให้เกิดการสร้างงานใหม่อย่างไร การปรับตัวของชาวบ้าน โรงงาน ชุมชน ในการใช้พลังงานทางเลือกมากขึ้น ซึ่งตอนนี้มีมากขึ้น และเดิมการไฟฟ้า ภาครัฐให้การสนับสนุนรับซื้อพลังงานสะอาด เดิมเคยซื้อคืน แต่ตอนนี้ไม่ซื้อ แต่อย่างไรการปรับเปลี่ยนก็เกิดขึ้น การขนส่งตอนี้ก็มีการใช้ระบบราง หรือปรับตัวไป และงานที่จะหายคืออุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับถ่านหิน ซึ่งตรงนี้ต้องหมดไปในอนาคต ซึ่งแม้ประเทศไทยจะมีโรงงานไฟฟ้าถ่านหินบ้าง และโรงงานบางแห่งใช้อยู่แต่อนาคตต้องไม่ใช้ และต้องปรับเปลี่ยน งานหลายงานอาจหายไป เช่นหากพลังงานทดแทนมา คนงานที่ทำงานเกี่ยวข้องก็จะหายไป นโยบายต่างประเทศที่ดูแลแรงงานที่ต้องออกจากงานเก่าคือ มีการสร้างงานแบบใหม่มากขึ้น มีการพัฒนาทักษะฝีมือ ยุคไอที 4.0 มีการพัฒนาคนมากขึ้นเมื่อต้องเข้าสู่อุตสาหกรรมใหม่ และต่อไปต้องมองปัญหาที่มากกว่าค่าจ้าง โบนัส ซึ่งในต่างประเทศ จะมีการสร้างระบบที่เท่ากันอย่างบำนาญเพื่ออนาคต มองเรื่องสวัสดิการเพื่ออนาคต ด้วยระยะเวลาที่เกษียณไปแล้วไม่มีรายได้จะอยู่อย่างไร ซึ่งควรจะมีเงินเก็บเท่าไรถึงจะเพียงพอในการดำเนินชีวิตหลังเกษียณอายุ และมาตรการที่นายจ้างลดกำลังคนก็ไม่ได้มีการพูดคุยตกลงกัน ซึ่งกระทรวงแรงงานเองก็มีการรณรงค์เชิงนโยบายในการลดก๊าซเรียนกระจกที่ต้องทำให้ได้ภายใน 2020 ปี ซึ่งภาครัฐรณรงค์ ภาคเอกชนได้มีการปรับตัวแล้ว แต่รัฐยังไม่มีนโยบายอย่างไร เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงและกระทบกับแรงงานในอนาคตอย่างไร

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นต้องมีการเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรมต่อทุกคน แรงงานไม่สามารถปฏิเสธการยอมรับการเปลี่ยนผ่านได้ แต่ว่าการเปลี่ยนผ่านต้องเป็นธรรมด้วย

ความเป็นมาจากการรณรงค์เรื่องการเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรมนั้น เกิดจากการรณรงค์ของทหารที่ปลดประจำการที่สหรัฐอเมริกา เพื่อให้มีการตั้งกองทุนในการดูแลหลังปลดประจำการให้เกิดความเป็นธรรม

ต่อมาเมื่อมีกรกล่าวถึงการลดโลกร้อน มีการรณรงค์เรื่องนี้ก่อนโดยที่ไม่ได้มีการกล่าวถึงแรงงานเลย และต่อมาสหภาพแรงงานก็เข้าไปมีส่วนร่วมในการรณรงค์ลดโลกร้อน และเริ่มเข้าไปมีส่วนร่วมมองถึงผลกระทบกับแรงงานที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเมื่อมีการเปลี่ยนผ่าน มีการกล่าวถึงการจ้างงานสีเขียว การจ้างงานสะอาด  ประเทศไทยที่นายกรัฐมนตรีไปรับรองอนุสัญญาเพื่อลดภาวะโลกร้อนมาแล้ว แต่ว่าการลดภาวะโลกร้อนต้องมีการดูแลผลกระทบกับแรงงานด้วย ซึ่งองค์การแรงงานระหว่างประเทศได้มีการกำหนดไว้ว่า ต้องคำนึงถึงการเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรมต่อแรงงาน สร้างอาชีพที่มีคุณค่า และการพัฒนาที่ยั่งยืนด้วย

องค์การแรงงานที่มีบทบาทระดับโลก TCUC เป็นองค์กรหลักในการที่เข้ามาขับเคลื่อนให้มีการปกป้อง เกี่ยวกับทางสากลแนวปฏิบัติ คือสร้างงาน สร้างสถานประกอบการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ต้องมีการตรวจสอบไม่ให้เกิดผลกระทบต่อภูมิอากาศ ต้องมีการประเมนการจ้างงาน อาชีพใหม่ต้องมีการคุ้มครอง คนตกงาน ถูกเลิกจ้างจะดูแลอย่างไรให้เหมาะสม ต้องมีการดูแลชุมชนด้วย เพราะเกิดอีกที่แต่กระทบกับพื้นที่อื่นๆด้วย และนโยบายต่างๆที่เกิดขึ้นต้องเจรจากับสหภาพแรงงานก่อน และต้องมีระบบบำนาญที่ดูแลตลอดชีวิต การพัฒนาฝีมือแรงงานต้องเป็นงานที่มีคุณค่าเหมาะสมไม่ต่ำกว่าอาชีพเดิมที่มีอยู่ ประเทศเดนมาร์ก สวีเดน ถือว่าเป็นประเทศที่มีสหภาพแรงงานที่เข้มแข็งจะมีการวางอนาคตด้านสวัสดิการ ด้วยความเข้มแข็งของขบวนการแรงงานในเดนมาร์กทำให้สามารถต่อรองกับการเปลี่ยนผ่านด้านการจ้างงานในอนาคตได้ ประเทศเยอรมัน ด้วยรัฐบาลมีการส่งเสริมให้มีการรวมตัวเพื่อความเข้มแข้งต่อรองแบบทวิภาคี ต้องมีแผนการคุ้มครองที่ไม่ต่ำกว่ามาตรฐานเดิม และใช้ระยะเวลาในการเปลี่ยนผ่านถึง 40 ปี จึงเป็นการเปลี่ยนผ่านแบบค่อยเป็นค่อยไป และระบบการเกษียณอายุ ระบบบำนาญในการดูแลแรงงานหลังเกษียณที่ต้องไม่ต่ำกว่าช่วงที่มีงานทำ หากเทียบกับประเทศไทย บำนาญส่งตามกฎหมายกำหนด หลังเกียนอายุจะได้รับบำนาญเดือนละประมาณ 3,000 บาท

จากนั้นมีการแบ่งกลุ่ม 3 กลุ่ม เพื่อระดมตามหัวข้อดังนี้

1 ในโรงงานกของท่านมีกิจกรรมลดโลกร้อนอะไรบ้าง

2 นโยบายลดโลกร้อนในโรงงานส่งผลกระทบอย่างไรบ้าง

กลุ่ม 3 ในโรงงานมีการลดโลกร้อนด้วยการคัดแยกขยะ ปิดไฟ ปิดคอมพิวเตอร์ เปลี่ยนระบบมอเตอร์ขับเคลื่อนส่งพาส แต่มีการปรับปรุงระบบกลไก ที่ใช้น้ำหนักขอตัวอุปกรณ์ในการขนส่ง ซึ่งเรียกว่าระบบไคเซน เปลี่ยนรถโฟล์คลิฟท์ที่เดิมเป็นดีเซล เป็นก๊าซ และรถรากเป็นรถไฟฟ้าในการขนส่งในโรงงาน และมีการติดตั้งแผงดูล่าเซลในการส่องแสงสว่างในทางเดิน ลดปริมาณการใช้กระดาษทิชชู่ เปลี่ยนรถไฟฟ้า ดีออน เปลี่ยนเป็นLED

นโยบายรถโลกร้อนของบริษัทกระทบต่อแรงงานมีการลดคนเพิ่มงาน มีการนำเครื่องจักรมาใช้ ซึ่งส่งผลกระทบเมื่อตกงานมีมิชาชีพมากขึ้น มีการเสนอว่าต้องมีการตั้งกองทุนดูแลคนงานหลังตกงาน เป็นการจัดตั้งสวัสดิการ โดยให้ผู้ประกอบการตั้งกองทุนขึ้นมาเหมือนกับทางประเทศแถบยุโรปที่มีการตั้งกองทุนดูแลด้านสวัสดิการบำนาญชาราภาพเป็นต้น

กลุ่มที่ 2 บริษัทมีการลดโลกร้อนด้วยการแยกขยะทั้งที่ใช้ในอุตสาหกรรม และขยะรีไซเคิล โดยมีถังแยกตามการใช้ขยะ รณรงค์การปิดพัดลม ปิดแอร์ ไฟฟ้าที่ไม่ใช้งาน เครื่องทำความเย็นอาจเปิดให้ช้าลงหนึ่งชั่วโมง และปิดก่อนออกจากงานอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมง มีการทำCSR ในการปลูกป่า ให้กับชุมชน มีการติดหลังคาโปร่งแสงเพื่อประหยัดไฟฟ้า แต่ว่าอาคารก็ร้อนขึ้น มีการดูแลรักษา และลดการสูญเสียจากการผลิต และมีการใช้ระบบอัตโนมัติในการปิดน้ำ ไฟ การใช้รถโฟล์คลิฟท์จากเดิมใช้น้ำมันเป็นการใช้แบตเตอรี่แทน ลดการแสก็บพาส คือผลิตของเสียแล้วทำลายทิ้งทั้งหมด มาเป็นการรีไซเคิลบางส่วนได้

ข้อเสนอ คือการที่ใช้โรบอทแทนคนงานเพื่อประหยัดไฟฟ้า ผลกระทบคือคนตกงานมากขึ้น จึงต้องมีการร่วมมือกันเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องคนที่ต้องตกงาน การจัดสวัสดิการเพื่อดูแล การพัฒนาคนเพื่อการมีงานทำ ส่งเสริมการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในพื้นที่ทำงาน ลดการใช้แพ็กเกจ หีบห่อเป็นการช่วยด้านปกป้องภาวะโลกร้อน แต่ก็อาจทำให้เกิดความเสียหายกับสินค้าอีกเช่นกัน

กลุ่ม 1 บริษัท มีการลดรถรับส่งในการทำงาน ปิดไฟ ปิดแอร์ มีกิจกรรมรณรงค์ ปลูกต้นไม้และสวนหย่อม ในโรงงาน และชุมชนด้วย มีการยกเลิกการใช้ถ้วยโฟมมีเป็นพลาสติกแทน การสูบบุหรี่มาเป็นจุดเดียวกัน และการนำใบไม้ เศษขยะอาหารมาทำปุ๋ยหมัก

การนำเครื่องจักรในอนาคตมาใช้ทำให้คนงานตกงาน การปรับเปลี่ยนการทำงานทำให้คนงานต้องตกงาน การทำงานลำบากมากขึ้น การลดกระบวนการผลิต หรือการรถการรับส่งคนงานในการทำงานส่งผลให้คนงานต้องทำงานหนักขึ้น

ข้อเสนอ อยากให้รัฐกำหนดว่า ต้องมีการแก้ปัญหา และกำหนดระยะเวลาในการเปลี่ยนผ่านเพื่อความเป็นธรรมกับทุกภาคส่วนที่ต้องได้รับผลกระทบ  และมีการกำหนดเรื่องสวัสดิการดูแลแรงงานให้เป็นธรรม โดยการจัดสวัสดิการให้ไม่กระทบต่อคุณภาพชีวิตที่ดีที่เหมาะสมกับแรงงาน โดยไม่ต่ำกว่าช่วงที่มีงานทำ ต้องกำหนดการเปลี่ยนด้านเทคโนโลยีว่า ต้องมีการจ้างคนงานจำนวนเท่าไร และต้องดูแลการจ้างงานโดยคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ด้วย

นายสมศักด์ สุขยอด ที่ปรึกษาสหภาพแรงงานฟอร์ดและมาสด้าประเทศไทย กล่าวปิดว่า การอบรมครั้งนี้ถือเป็นเรื่องใหม่สำหรับเรา แต่ทั่วโลกเขาคุยกันเรื่องนี้มานานแล้ว ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ดีที่ได้มารอบรมเรื่องนี้ หากไม่เข้าจะไม่เข้าใจ และคุยกับคนอื่นไม่รู้เรื่อง การที่เราต้องทำตอนนี้ก็ต้องช่วยกันลด การใช้พพลาสติก ลดการเผาทำลายป่า แต่ว่าบางอย่างก็เป็นวิถีชีวิต หากไม่เผ่าพืชพันธุ์ก็ไม่งอกเงย ซึ่งการปลูกต้นไม้ต่อไปคืออนาคต เป็นทรัพย์สมบัติมหาศาล ปลูกไว้เป็นบำนาญ ต้นไม้เป็นอนาคตของเราและโลก เป็นมรดกให้กับลูกหลานได้